เรตินอล ดียังไง

09/09/2010 17:14

Room : Q & A

ใครรู้ตอบที

Comment

(1)

ความเห็นที่ 1

17/09/2010 20:55

เรติน-เอและเรตินอล

แม้ กรดวิตามินเอ จะมีชื่อเสียงโด่งดังในการรักษาริ้วรอยที่ได้ผล หลายคนอาจไม่ค่อยคุ้นหูกันสักเท่าไหร่ แต่ถ้าพูดถึงเรตินอลแล้วมักเป็นที่รู้จักกันดี เพราะมีเครื่องสำอางหลายยี่ห้อต่างพากันโปรโมทว่ามีเรตินอลเป็นส่วนผสมอยู่



ถ้า มีเครื่องสำอางยี่ห้อไหนพยายามจะบอกคุณว่า เรตินอลก็คือกรดวิตามินเอ ใช้ได้ผลดีเทียบเท่ากรดวิตามินเอทุกประการ ขอทราบไว้เลยว่าไม่ใช่เด็ดขาด ความจริงก็คือ เรตินอลเป็นเพียงอนุพันธ์ของเรติน-เอ ที่ถูกคิดค้นและพัฒนาเพื่อตอบสนองธุรกิจเครื่องสำอางโดยเฉพาะ เนื่องจากกรดวิตามินเอ มีสถานะเป็นยาไม่ใช่เครื่องสำอาง ละไม่สามารถนำมาผสมในเครื่องสำอางได้ ถ้าจะใช้ต้องปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนังเท่านั้น เพราะความเป็นยาซึ่งต้องควบคุมและมีความเข้มข้นค่อนข้างสูงทำให้เกิดอาการ ข้างเคียง เช่น ระคายเคืองผิวแห้งลอก และเป็นผื่นแดง



แต่ ถ้าเทียวกับผลลัพธ์ของผิวสวยแล้วคุณสมบัติของกรดวิตามินเอค่อนข้างจะดี เพราะได้ผลในการลบริ้วรอยและกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนให้กับผิว ธุรกิจเครื่องสำอางจึงผลิตเรตินอลขึ้นมาเป็นคำตอบในรูปของครีมมอยส์เจอร์ไร เซอร์ต่อต้านริ้วรอย ซึ่งออกฤทธิ์เบาบางกว่า ลดการระคายเคืองต่อผิวและสามารถใช้เป็นส่วนผสมของเครื่องสำอางได้อย่างไม่มี ปัญหา เพราะเรตินอลไม่ใช่ยา แต่คุณสมบัติในการลดริ้วรอยจะน้อยลง



จุดประสงค์หลัก

ออก ฤทธิ์ชั้นใต้ผิวหนัง ออกฤทธิ์ในระดับเซลล์ โดยมีผลต่อการสร้างเซลล์ โดยมีผลต่อการสร้างเซลล์ที่ผิดปกติ และปรับให้สู่สภาพปกตินอกจากนั้นยังลดการสร้างน้ำมันซึ่งทำให้คนมักเอามาใช้ รักษาสิวอุดตัน เพราะว่าสิวอุดตันนั้นเกิดจากน้ำมันส่วนเกินในต่อมน้ำมันใต้ชั้นผิวหนัง

ผลข้างเคียง
ผล ข้างเคียงที่เกิดขึ้นทำให้คนเข้าใจผิดว่ากรดวิตามินเอเอาไว้ลอกผิว แต่ความเป็นจริงแล้วนั้น ไม่ได้เอาไว้ลอกผิว แต่เนื่องจากมันทำให้ผิวแห้ง ลอก และแพ้แดด คนก็เลยคิดว่าเอาไว้ลอกผิว ถ้าแพ้มากก็ควรหยุดใช้

นานเท่าไหร่จึงจะเห็นผล
นาน เท่าไหร่หน้าจะไร้สิว นานเท่าไรผิวจะดี ตอนแรกๆผิวจะแพ้ แห้ง และลอกบ้าง แต่โดยทั่วไปใช้เวลาประมาณ 10 อาทิตย์ กว่าที่เซลล์ชั้นใต้ผิวหนังจะปรับตัวกับยาและคืนสู่สภาพปกติ ผลที่ได้ก็คงอยู่นานเท่าที่คุณใช้ยา แต่พอหยุดแล้วก็ต้องทายากันแดดโดยเคร่งครัดเพื่อป้องกันไม่ให้เซลล์กลับไป สู่สภาพเดิมก่อนใช้ยา (ควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเท่านั้น)
Post Comment : แสดงความคิดเห็น

กรุณา Login เพื่อโพสต์ข้อความ

Highlight Item