วิธีเปลี่ยนผมเสียให้ผมเงางาม
Room : How To
tammygin888 | ผิวมัน | 25-29 Yrs | 0 รีวิว 03/01/2022 19:53     

ถ้าเราอยากมีสุขภาพผมที่นุ่ม ชุ่มชื่น ไม่ชี้ฟู มีน้ำหนัก และดูเงางามก็ต้องบำรุงด้วยน้ำมันบำรุงผมน้ำมันมะกอกตัวนี้เลย เพราะทุกวันนี้เส้นผมของเราต้องเจออะไรเยอะแยะมากมายไม่ว่าจะเป็นสารเคมี และมลภาวะต่างเป็นประจำ การดูแลเส้นผมแบบเดิมๆ อาจจะไม่คำตอบที่ดีที่สุดสำหรับการมีผมสุขภาพดีอีกต่อไป 


สำหรับใครที่ต้องการความมั่นใจระหว่างวันก็สามารถใช้ได้ เพราะน้ำมันมะกอกเป็นน้ำมันบำรุงผมเนื้อบางเบา ใช้ได้กับลักษณะเส้นผมที่หลากหลาย ทั้ง ผมแห้ง ผมมัน สามารถซึมเข้าสู่เส้นผมได้อย่างรวดเร็วโดยไม่ทิ้งความเหนียวเหนอะหนะให้รำคาญใจ หากใช้ปริมาณที่พอเหมาะ 


ใช้เติมอาหารให้เส้นผม

เพียงใช้เทน้ำมันบำรุงผมให้ทั่วเส้นผมตั้งแต่โคนจรดปลาย แล้วใช้ผ้าพันทิ้งไว้ประมาณ 30 นาที - 1 ชั่วโมง แล้วล้างออกด้วยน้ำเย็น คุณสัมผัสได้ถึงผมที่เงางาม และมีน้ำหนัก จับแล้วฟิน ตั้งแต่ครั้งแรกที่ลองทำเลยแหละ วันไหนหยุดอยู่บ้านเฉยๆ ต้องโดนนะวิธีนี้ บอกเลยฟินฝุด


ใช้ก่อนย้อม กัดทำสี 

เพื่อช่วยเพิ่มความชุ่มชื้น บำรุงผมอย่างล้ำลึก และป้องกันเส้นผมจากการเปราะขาด ให้เส้นผมก่อนไปเจอสารเคมี โดยใช้น้ำมันบำรุงผมหมักไปก่อนราว 30 นาที 


ผสมรวมกับทรีตเมนต์อบไอน้ำ 

สามารถนำน้ำมันบำรุงผมมาผสมรวมกับทรีตเมนต์ก่อนอบไอน้ำเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในวิธีดูแลผมที่มากขึ้นกว่าที่เคย ซึ่งวิธีนี้เป็นการดูแลเส้นผมที่ดีมาก ๆ จริง ๆ และเป็นวิธีที่เราใช้ประจำ


ใช้น้ำมันบำรุงผมก่อนไดร์

สำหรับใครที่ชอบเปลี่ยนสไตล์ด้วยทรงผมบ่อยๆ ต้องนี้เลย ต้องดูแลเส้นผมให้แข็งแรงด้วยน้ำมันบำรุงใส่ผมก่อนซัก 15 นาที ก่อนจะให้เส้นผมไปสัมผัสกับความร้อนไม่ว่าจะเป็น การไดร์ หนีบ หรือการอบไอน้ำ เพื่อไม่ให้เส้นผมเจอความร้อนมากจนเกินไป 


จนในปัจจุบันจึงมีผลิตภัณฑ์น้ำมันบำรุงผมออกมาอย่างมากมาย เพื่อช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับเส้นผมให้มีเกราะป้องกัน และช่วยดูแลเส้นผมที่ขาดหลุดร่วงให้กลับมาแข็งแรงอีกครั้ง


  • น้ำมันมะพร้าว (Coconut Oil)

ถือเป็นสิ่งที่หลายคนให้ความสนใจ และใช้ดูแลเส้นผมกันจริงจังมาอย่างยาวนานสำหรับกับน้ำมันบำรุงผมชนิดนี้ ช่วยบำรุงหนังศีรษะ และดูแลเส้นผมให้เงางาม เพราะอุดมไปด้วยโอเมก้า 3 และวิตามินอี 

ทั้งยังช่วยปรับสภาพเส้นผมและปรับปรุงสุขภาพเส้นผม ,uคุณสมบัติต้านเชื้อแบคทีเรียต้านจุลชีพ และทำให้ผิวนุ่มนวลขึ้นได้เป็นอย่างดี ช่วยฟื้นฟูเส้นผมที่แห้งเสียจากการทำสี,ย้อม,ดัด, ย้อมได้ดีเยี่ยมอีกด้วย


  • น้ำมันมะกอก (Olive Oil)

เหมาะกับผู้ที่ต้องการดูแลเส้นผมที่มีปัญหาผมหลุดร่วง สามารถช่วยซ่อมแซมการไหลเวียนของโลหิตและบำรุงต่อมรูขุมขนด้วยสารอาหารที่สำคัญและไขมันไม่อิ่มตัว ช่วยปรับสภาพและเสริมความแข็งแรงให้กับเส้นผมด้วยกรดไขมันโอเมก้า6 จำนวนมาก เพื่อป้องกันไม่ให้เส้นผมของคุณหลุดร่วง


น้ำมันลาเวนเดอร์ (Lavender Oil)

นอกจากจะช่วยดูแลเส้นผมได้เป็นอย่างดีแล้ว หลายคนที่หลงรักน้ำมันลาเวนเดอร์ก็น่าจะเพราะมีกลิ่นหอม ช่วยลดความเครียดได้เป็นอย่างดีอีกด้วย สารสกัดจากลาเวนเดอร์มีส่วนช่วยกระตุ้นการเจริญเติบโตขนตาและยังช่วยการเจริญเติบโตของเส้นผม 



  • น้ำมันอะโวคาโด (Avocado Oil)

เป็นที่รู้กันดีอยู่แล้วว่า อะโวคาโดเป็นซุปเปอร์ฟู้ดที่มีคุณค่าทางอาหารอยู่มากมาย แม้ในรูปแบบของน้ำมันบำรุงผมเองก็ตาม เหมาะอย่างมากสำหรับการบำรุงผมเช่นกัน ลองใช้น้ำมันอะโวคาโดหมักผม หรือเอาไปผสมกับน้ำมันหอมระเหยอื่นมีประโยชน์ต่อผมและหนังศีรษะ ก่อนทาลงบนเส้นผมและหนังศีรษะ ทำให้ผมดูดีและแข็งแรงขึ้น เส้นผมจึงยาวเร็วขึ้น


  • น้ำมันทีทรีออยล์ (Tea Tree Oil)

เป็นน้ำมันฆ่าเชื้อชั้นดีจากธรรมชาติ สกัดจากใบของต้นทีทรี หรือ Melaleuca alternifolia ซึ่งเป็นพืชพื้นเมืองแถบตะวันออกของออสเตรเลีย สามารถบรรเทาและลดอาการคันจากรังแค ช่วยให้หนังศีรษะชุ่มชื่นและลดการเจริญเติบโตของแบคทีเรีย


  • น้ำมันคาโมมายด์ (Chamomile Oil)

เป็นตัวเลือกที่ดีจากธรรมชาติในการบำรุงเส้นผม ช่วยให้เส้นผมเงางาม นุ่มสลวย และยังช่วยลดอาการระคายเคืองหนังศีรษะที่เกิดจากรังแค โรคสะเก็ดเงิน เป็นต้น เหมาะสำหรับใช้นวดเพื่อบรรเทาอาการหนังศีรษะแห้งและคัน ปกป้องผิวหนังจากมลภาวะ เช่น ฝุ่นละอองและควันต่างๆ ข้อดีของการใช้น้ำมันหอมระเหยคาโมมายล์ คือไม่ทำให้เกิดความมันเยิ้มบริเวณเส้นผมและหนังศีรษะ





Comment (0)
Post Comment



- view all -

THE HIGHLIGHTER

- view all -