(SR)(REVIEW) มากมายหลายสิ่งจาก Biore
Room : Review
icey | ผิวมัน | 30-34 Yrs | 106 รีวิว 02/07/2015 21:49     

ก่อนอื่นเลยต้องขอขอบคุณทาง Vanilla และทาง Biore ที่ส่งผลิตภัณฑ์มาให้ใช้นะคะ

สภาพผิว จขกท. - เป็นคนผิวมัน รูขุมขนกว้าง มีรอยแดงสิวที่แก้ม


------------------------------------------------------------------------

1. Biore UV Perfect Spray (SPF 50 PA++++)

ความรู้สึกแรกที่ฉีดไป ตกใจว่าผลิตภัณฑ์มันออกมาหรือยัง เพราะฉีดไปจะรู้สึกเย็นๆและผลิตภัณฑ์มันจะแห้งไปเลย ไม่มีความรู้สึกหนึบๆ หรือเหนียวเลย
ได้เอาผลิตภัณฑ์ไปทดลอง เนื่องจากไปทำงานกลางแจ้ง สามารถเอามาฉีดระหว่างวันได้เลย ฉีดๆปุ๊ปก็แห้งซึมเข้าผิวไปเลย รู้สึกสะดวกกว่าการที่พกกันแดดเป็นครีมๆไปทา แถมเหนียวตัวอีกด้วย
สรุปผลการทดลองใช้ คือ 

- สามารถกันแดดได้ ไม่ทำให้ผิวคล้ำขึ้น
- พกพาสะดวก ไม่หนักกระเป๋า
- แพคเกจ เรียบง่าย จับถนัดมือ ถือฉีดแล้วดูไฮโซดี
- มี SPF 50 PA++++ เหมาะกับสภาพอากาศบ้านเรา

------------------------------------------------------------------------

2. Biore Makeup remover for lip&eye Cleansing Watery Lotion

เป็นผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดดวงตา และริมฝีปาก ไม่มีกลิ่นอะไร เนื้อผลิดภัณฑ์เป็นคล้ายน้ำนมสีขาวๆ คำเคลมด้านหลังเขียนว่า เป็นสูตรบางเบาไม่เหนียวเหนอะหนะ ไม่อุดตัน ใช้ลบเมคอัพกันน้ำรวมถึงสิ่งสกปรกได้อย่างหมดจด พร้อมบำรุงผิว
สรุปผลการทดลองใช้ คือ 
- สามารถลบมาสคาร่ากันน้ำได้ โดยเทใส่สำลี โปะทิ้งไว้แล้วรูดลง ใช้สำลีประมาณ 2-3 แผ่นก็สะอาดหมดจด
- แต่ใช้ล้างมาสคาร่าแล้ว ตามันจะมัวๆ แต่ไม่แสบตาเลยนะคะ
------------------------------------------------------------------------
3. Biore 2in1 Makeup Remover Foam

เป็นโฟมล้างหน้าที่สามารถล้างเมคอัพได้ แต่เราว่าถ้าแต่งหน้าแต่งก็ควรใช้คลีนซิ่งเช็ดหน้าก่อนเพราะความสะอาด และไม่เป็นเป็นสิวอุดตัน แต่ จขกท. เป็นคนแต่งหน้าน้อยก็เลยสามารถใช้ล้างหน้าได้เลย ไม่มีปัญหาอะไร 
สรุปผลการทดลองใช้ คือ 
- สามารถล้างเมคอัพของ จขกท. ได้หมดจด หลังจากล้างหน้าเอาโทนเนอร์เช็ดก็ไม่มีอะไรติดสำลีมา
- เวลาล้างหน้าบีบโฟมออกมานิดเดียวก็สามารถตีเป็นโฟมได้เยอะเลยค่ะ
- เหมาะสำหรับคนที่ไม่แต่งหน้าเยอะ สำหรับคนที่ใช้แค่กันแดด ทาแป้งประมาณนี้ค่ะ
- หลังใช้แล้วหน้าตึงๆนิดนึง คนที่หน้าแห้งอาจจะไม่เหมาะเท่าไร
------------------------------------------------------------------------
4. Biore Facial Foam Pure oil clear

โฟมล้างหน้าอันนี้ จขกท. ไม่ได้ใช้เอง เพราะตอนนี้เป็นสิวเลยไม่อยากใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีสครับเป็นการรบกวนผิวมากเกินไป เลยให้แม่ใช้แทนค่ะ
สรุปผลการทดลองใช้ คือ 
- แม่บอกว่าใช้แล้วหน้าตึงมาก เพราะแม่เป็นคนหน้าแห้งค่ะ ถ้าคนหน้ามันใช้น่าจะกำลังดี
- เรื่องรูขุนขนก็ไม่สามารถบอกได้ คงต้องใช้ระยะเวลานานกว่านี้
------------------------------------------------------------------------
5. Biore Marshmallow Foaming Facial Wash

ตอนเปิดกล่องมา ชอบผลิตภัณฑ์อันนี้สุดแล้ว เพราะเป็นขวดปั๊มอวบอ้วนน่ารักมากๆเลย แต่พกไปไหนมาไหนคงจะลำบาก จขกท.จะใช้ล้างในวันที่อยู่บ้านไม่ได้ออกไปไหนเพราะดูแล้วเหมาะกับวันที่ไม่ได้แต่งหน้า 
สรุปผลการทดลองใช้ คือ 
- เวลาล้าง จขกท. กดออกมา 2 ปั๊มจะได้โฟมที่นุ่มมากๆ ล้างหน้าได้สะอาดไม่แห้งตึง 
- ใช้แล้วสิวไม่ได้ขึ้นเพิ่ม แต่สิวก็ไม่ได้ลดลง
------------------------------------------------------------------------
6. Biore UV Color Control CC Milk (SPF 50 PA++++)

สรุปผลการทดลองใช้ คือ 
- เป็นกันแดดที่เกลี่ยง่ายมาก ไม่เป็นคราบเลย ทาไปแล้วหน้าจะไม่มัน หรือหนึบๆเลย
- ช่วยปรับสีผิวให้สม่ำเสมอ แต่รอยดำรอยแดงไม่ได้หายไป แต่แค่จางลง
- ระหว่างวันหน้าไม่มันเยิ้ม แต่ก็มีซับหน้าบ้างระหว่างวัน
- ประสิทธิภาพกันแดดดี ไม่ทำให้หน้าคล้ำลง
- ไม่ทำให้เป็นสิวอุดตัน แต่ควรใช้คลีนซิ่งเช็ดหน้าก่อน เพื่อความปลอดภัย
------------------------------------------------------------------------
7. Biore UV AQUA Rich Watery BB 3D effect (SPF 50 PA+++)

สรุปผลการทดลองใช้ คือ 
- กันแดดตัวนี้ เป็นเนื้อครีมๆ แต่เกลี่ยไม่ยาก ให้การปกปิดมากกว่าตัวด้านบน
- แต่กันแดดมีสีเดียว ถ้าคนผิวคล้ำทาแล้วกน้าอาจจะวอกได้ ต้องระวัง
- ช่วยปรับสีผิวให้สม่ำเสมอ แต่รอยดำรอยแดงไม่ได้หายไป แต่แค่จางลง
- ระหว่างวันหน้าไม่มันเยิ้ม แต่ก็มีซับหน้าบ้างระหว่างวัน
- แต่ จขกท. ใช้แล้วมีสิวผุดขึ้นมา เลยยกให้แม่ใช้แทน
------------------------------------------------------------------------
8. Biore Cleancing Strips Pore Pack

สรุปผลการทดลองใช้ คือ 
- ลอกสิวเสี้ยนออกได้เกือบหมด แต่ก็ยังเหลืออยู่บ้าง
- แผ่นลอก ไม่สามารถเข้าไปถึงซอกจมูกได้ ส่วนใหญ่สิวเสี้ยนชอบอยู่ตามซอกจมูกเยอะ
- ลอกออกมาเสร็จแล้ว จะเป็นครีมดำๆติดอยู่ที่หน้า ล้างลำบากนิดนึง
------------------------------------------------------------------------
9. Biore Sarasara Powder Sheets

เป็นแผ่นเช็ดทำความสะอาดผิวกายระหว่างวัน ช่วยขจัดคราบเหงื่อไคล ความเหนียวเหนอะหนะ วันนั้น จขกท. เอาไปใช้ทำงานด้วยมีงานกลางแจ้ง เหนียวตัว เลยหยิบมาเช็ดๆ เอ้อ สบายตัวดีแฮะ ไม่เหนียวเหนอะหนะ แถมแอบเอาไปเช็ดรักแร้ด้วย เย็นสบายเลย ใช้ง่ายไม่ต้องเอาแป้งมาทาๆตัว แค่หยิบอันนี้มาเช็ดๆเสร็จเลย 
สรุปผลการทดลองใช้ คือ 
- มีกลิ่นหอม คล้ายๆกลิ่นมะนาว ช่วยให้สดชื่น
- พกพาสะดวก สามารถใช้ได้ทุกที่ 
- ต้องระวังคราบแป้งร่วงใส่เสื้อ ถ้าใส่เสื้อสีเข้ม
------------------------------------------------------------------------
จบการรีวิวแล้ว
ถ้ามีอะไรผิดพลาดก็ติชมหรือแนะนำเพิ่มเติมได้เลยนะคะ 
ขอบคุณค่ะ




Comment (4)

comment 1
liloo | ผิวมัน | 45-49 Yrs | 430 รีวิว 05/07/2015 19:03     

น่าใช้ไปทุกสิ่งค่ะ BIORE ใช้ดีทุกตัวเลย 


comment 2
bumblemint | ผิวผสม | 35-39 Yrs | 637 รีวิว 08/07/2015 17:23     

เยอะมากอ่า 


comment 3
beRabbit | ผิวธรรมดา | 35-39 Yrs | 2 รีวิว 15/07/2015 17:56     

ปกติใช้ตัว aqua rich แล้วชอบมากกกกก แต่พอเห็นรีวิวแล้วอยากลองตัว CC มากค่ะ >__<


comment 4
nerd | ผิวมัน | > 50 Yrs | 0 รีวิว 30/01/2026 16:49     

หน้าเหี่ยว เกิดจากอะไร ทำอย่างไรให้กลับมาตึงกระชับ


เลือกหัวข้อที่ต้องการอ่าน
  • หน้าเหี่ยวคืออะไร
  • หน้าเหี่ยวสาเหตุเกิดจากอะไร
    • แสงแดด
    • อนุมูลอิสระ
    • การสูบบุหรี่
    • พฤติกรรมการทานอาหาร
    • ผิวขาดความชุ่มชื้น
    • ความเครียดและพักผ่อนไม่เพียงพอ
    • การแสดงสีหน้าซ้ำ ๆ
    • การดูแลผิวที่ไม่เหมาะสม
  • วิธีป้องกันหน้าเหี่ยว ควรทำอย่างไร ?
    • ทาครีมกันแดดเป็นประจำ แม้ในวันที่ไม่มีแดด
    • สวมหมวกปีกกว้างหรือเสื้อผ้าป้องกันแสงแดด
    • ดื่มน้ำให้เพียงพอวันละ 8–10 แก้ว
    • พักผ่อนให้เพียงพออย่างน้อย 7–8 ชั่วโมงต่อวัน
    • ทำความสะอาดหน้าให้ถูกต้องทุกคืน
    • ใช้สกินแคร์ที่ช่วยกระตุ้นคอลลาเจน
    • ทานอาหารที่มีสารต้านอนุมูลอิสระสูง
    • ลดน้ำตาลและอาหารมันเพื่อชะลอหน้าเหี่ยว
    • ออกกำลังกายสม่ำเสมอ
    • หลีกเลี่ยงบุหรี่และแอลกอฮอล์
    • Ulthera ยกกระชับชั้นลึก
    • Thermage / Oligio กระชับผิวด้วยคลื่นวิทยุ RF
    • HIFU ยกกระชับเบา ๆ สำหรับคนหน้าเริ่มหย่อน
    • Botox ลดริ้วรอยและปรับหน้าให้ดูอ่อนกว่าเดิม
    • Filler เติมเต็มส่วนที่ยุบตัวจากอายุ
    • ผ่าตัดดึงหน้า (Facelift) ยกกระชับทั้งใบหน้า
  • สรุปปัญหาหน้าเหี่ยวเกิดจากอะไร แก้ด้วยวิธีไหนได้บ้าง


หน้าเหี่ยว ริ้วรอย และความเหี่ยวย่นของผิวหน้า เป็นสัญญาณแห่งวัยที่ทำให้หลายคนไม่มั่นใจ แม้จะเป็นกระบวนการตามธรรมชาติ แต่ปัจจัยหลายอย่างสามารถเร่งให้ผิวดูแก่กว่าวัยได้ การทำความเข้าใจสาเหตุและกลไกเหล่านี้ จะช่วยให้เราดูแลผิวได้อย่างถูกวิธี ชะลอการเกิดริ้วรอย และคงความอ่อนเยาว์ของผิวไว้ได้นานขึ้น

หน้าเหี่ยวคืออะไร

หน้าเหี่ยว (Facial Sagging) คือภาวะที่ผิวหน้าเริ่มสูญเสียความกระชับ อ่อนตัวลง และเกิดร่องผิวชัดเจน ทั้งจากการเสื่อมของคอลลาเจน–อีลาสตินตามวัย รวมถึงพฤติกรรมที่ทำร้ายผิว เช่น แสงแดด นอนดึก เครียด หรือดื่มน้ำไม่พอ ทำให้ผิวบางลง ยุบตัว และดูแก่กว่าวัย หลายครั้งหน้าเหี่ยวไม่ได้เกิดจากผิวอย่างเดียว แต่รวมถึงไขมันใต้ผิวที่ลดลง กระดูกใบหน้าที่ทรุดตัวเมื่ออายุมากขึ้น ทำให้ใบหน้าดูหย่อน คางหาย กรอบหน้าไม่ชัด จุดเด่นของหน้าเหี่ยวคือ ผิวหลวม ร่องแก้มลึก ใต้ตาตก แก้มไม่ฟู ซึ่งสามารถเกิดขึ้นได้ตั้งแต่อายุ 25 ขึ้นไป หากดูแลไม่ดี

หน้าเหี่ยวสาเหตุเกิดจากอะไร

ภาวะผิวหน้าเสื่อมสภาพก่อนวัยอันควรไม่ได้เกิดจากปัจจัยเดียว แต่เป็นผลจากหลายกลไกที่ทำงานร่วมกัน ทั้งจากภายในร่างกายและสิ่งแวดล้อมภายนอก การเข้าใจต้นตอเหล่านี้จะช่วยให้เราวางแผนป้องกันและเลือกวิธีดูแลผิวได้เหมาะสมยิ่งขึ้น

แสงแดด

แสงแดดถือเป็นปัจจัยหลักที่ทำร้ายผิวและเร่งให้หน้าเหี่ยวก่อนวัย รังสี UVA และ UVB สามารถทะลุเข้าสู่ชั้นผิวหนังแท้ ทำลายเส้นใยคอลลาเจนและอีลาสติน ส่งผลให้โครงสร้างผิวอ่อนแอ เกิดริ้วรอย จุดด่างดำ และความหย่อนคล้อยที่เห็นได้ชัด หากละเลยการป้องกันแดดเป็นเวลานาน ผิวจะเสื่อมสภาพเร็วขึ้นอย่างมาก

อนุมูลอิสระ

อนุมูลอิสระเป็นโมเลกุลไม่เสถียรที่เกิดจากมลภาวะ แสงแดด ควันบุหรี่ รวมถึงกระบวนการเผาผลาญในร่างกายเอง โมเลกุลเหล่านี้จะเข้าไปทำปฏิกิริยากับเซลล์ผิวและคอลลาเจน ทำให้โครงสร้างผิวถูกทำลายทีละน้อย เมื่อสะสมมากขึ้นผิวจะสูญเสียความยืดหยุ่น เกิดริ้วรอย หน้าเหี่ยว และผิวดูหมองคล้ำกว่าปกติ

การสูบบุหรี่

ควันบุหรี่มีสารพิษจำนวนมากที่ทำลายคอลลาเจนและอีลาสตินโดยตรง ทั้งยังทำให้หลอดเลือดฝอยตีบตัว ลดการไหลเวียนเลือดไปเลี้ยงผิว ส่งผลให้ผิวขาดออกซิเจนและสารอาหารสำคัญ ผิวจึงหมอง แห้ง และเกิดริ้วรอยง่าย โดยเฉพาะบริเวณรอบปากและรอบดวงตาที่ต้องขยับบ่อย จึงเห็นร่องลึกชัดเจนในผู้ที่สูบบุหรี่เป็นประจำ

พฤติกรรมการทานอาหาร

การทานอาหารที่มีน้ำตาลสูงและอาหารแปรรูปบ่อย ๆ ส่งผลเสียต่อผิวผ่านกระบวนการไกลเคชั่น (Glycation) เมื่อน้ำตาลจับตัวกับโปรตีนในร่างกาย เช่น คอลลาเจน จะทำให้โปรตีนนั้นแข็งและเสื่อมสภาพเร็วขึ้น ผิวจึงสูญเสียความยืดหยุ่น เกิดริ้วรอยและหน้าเหี่ยวได้ง่าย การเลือกทานอาหารที่สมดุลจึงเป็นส่วนสำคัญของการดูแลผิว

ผิวขาดความชุ่มชื้น

ภาวะผิวแห้งหรือขาดน้ำทำให้ริ้วรอยเล็ก ๆ บนใบหน้าดูชัดขึ้น เพราะผิวที่สูญเสียความชุ่มชื้นจะขาดความเปล่งปลั่งและดูหมองกร้าน เมื่อปล่อยให้ผิวแห้งต่อเนื่องเป็นเวลานาน ร่องเล็ก ๆ อาจพัฒนากลายเป็นริ้วรอยร่องลึกถาวรได้ การรักษาสมดุลความชุ่มชื้นของผิวจึงเป็นพื้นฐานสำคัญในการป้องกันหน้าเหี่ยว

ความเครียดและพักผ่อนไม่เพียงพอ

ความเครียดเรื้อรังและการนอนหลับไม่เพียงพอ ส่งผลให้ร่างกายหลั่งฮอร์โมนคอร์ติซอล (Cortisol) มากขึ้น ซึ่งมีผลทำลายคอลลาเจนและรบกวนกระบวนการซ่อมแซมเซลล์ผิวตามธรรมชาติ ผิวจึงดูโทรม เหี่ยวย่น และขาดความสดใส นอกจากนี้ยังอาจทำให้ผิวไวต่อการอักเสบและปัญหาสิวร่วมด้วย

การแสดงสีหน้าซ้ำ ๆ

การขมวดคิ้ว ยิ้ม หรือหรี่ตาซ้ำ ๆ เป็นประจำ ทำให้กล้ามเนื้อบนใบหน้าใช้แรงดึงรั้งผิวหนังในตำแหน่งเดิมตลอดเวลา เริ่มจากริ้วรอยที่เห็นเฉพาะตอนแสดงสีหน้า (Dynamic Wrinkles) แต่เมื่อเวลาผ่านไปและคอลลาเจนถูกทำลายมากขึ้น ริ้วรอยเหล่านี้อาจกลายเป็นร่องถาวร (Static Wrinkles) ที่เห็นได้แม้ไม่ขยับใบหน้า

การดูแลผิวที่ไม่เหมาะสม

การใช้ผลิตภัณฑ์ที่ไม่เหมาะกับสภาพผิว การล้างหน้ารุนแรงเกินไป หรือการละเลยขั้นตอนพื้นฐานอย่างการบำรุงและกันแดด ล้วนทำให้เกราะป้องกันผิว (Skin Barrier) อ่อนแอลง เมื่อเกราะผิวเสียหาย ผิวจะสูญเสียความชุ่มชื้นได้ง่าย ระคายเคืองง่าย และเสื่อมสภาพเร็วขึ้น ส่งผลให้ริ้วรอยและหน้าเหี่ยวปรากฏชัดมากกว่าเดิม

วิธีป้องกันหน้าเหี่ยว ควรทำอย่างไร ?

การป้องกันริ้วรอยก่อนวัยที่มีประสิทธิภาพ คือการดูแลผิวอย่างสม่ำเสมอควบคู่กับการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมที่ทำร้ายผิว วิธีดังต่อไปนี้สามารถนำไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันได้ และช่วยชะลอปัญหาหน้าเหี่ยวได้ในระยะยาว ดังนี้

ทาครีมกันแดดเป็นประจำ แม้ในวันที่ไม่มีแดด

แสง UV เป็นตัวการสำคัญที่ทำลายคอลลาเจน ทำให้ผิวบางและเหี่ยวง่าย แม้ในวันที่ครึ้มฟ้าหรืออยู่ในร่มก็ยังมีรังสี UVA ทะลุกระจกมาทำร้ายผิวได้ การทาครีมกันแดดทุกวันจึงช่วยลดความหมองคล้ำ ป้องกันฝ้า กระ และชะลอการเกิดริ้วรอยก่อนวัยได้อย่างเห็นผล

สวมหมวกปีกกว้างหรือเสื้อผ้าป้องกันแสงแดด

การป้องกันแดดด้วยอุปกรณ์กายภาพ เช่น หมวก แว่นกันแดด หรือเสื้อแขนยาว ช่วยลดปริมาณรังสี UV ที่สัมผัสผิวโดยตรง โดยเฉพาะช่วงแดดจัดที่ทำให้ผิวเสื่อมเร็ว การลดการรับแดดไม่เพียงช่วยชะลอหน้าเหี่ยว แต่ยังลดโอกาสเกิดจุดด่างดำและสีผิวไม่สม่ำเสมอได้อีกด้วย

ดื่มน้ำให้เพียงพอวันละ 8–10 แก้ว

น้ำเป็นส่วนสำคัญของโครงสร้างผิว เมื่อร่างกายขาดน้ำผิวจะดูแห้ง หยาบ และเกิดริ้วรอยเล็ก ๆ ได้ง่าย การดื่มน้ำให้เพียงพอช่วยให้ผิวดูอิ่มฟู สดใส และช่วยให้ระบบไหลเวียนในร่างกายทำงานได้ดีขึ้น ความชุ่มชื้นที่สมดุลยังช่วยให้ผิวแข็งแรงและทนต่อปัจจัยทำร้ายผิวได้ดีขึ้น

พักผ่อนให้เพียงพออย่างน้อย 7–8 ชั่วโมงต่อวัน

ช่วงเวลานอนหลับคือเวลาที่ร่างกายซ่อมแซมเซลล์ผิวมากที่สุด หากนอนดึกหรือพักผ่อนไม่พอ ผิวจะดูหมองโทรม เหี่ยวย่นง่าย และฟื้นตัวช้าจากการถูกทำร้ายในแต่ละวัน การนอนให้เพียงพอและสม่ำเสมอจึงเป็นวิธีดูแลผิวที่เรียบง่ายแต่ได้ผล ช่วยให้ผิวสดใส เต่งตึง และดูอ่อนเยาว์ขึ้น

ทำความสะอาดหน้าให้ถูกต้องทุกคืน

มลภาวะ เหงื่อ คราบมัน และเครื่องสำอางที่ตกค้างบนผิว สามารถก่อให้เกิดการอุดตันและอนุมูลอิสระที่ทำร้ายเซลล์ผิว การล้างหน้าด้วยผลิตภัณฑ์ที่เหมาะกับสภาพผิวในช่วงก่อนนอนจึงสำคัญมาก ช่วยให้ผิวสะอาด หายใจได้เต็มที่ และพร้อมรับการบำรุง ลดความเสี่ยงของการอักเสบและริ้วรอยในระยะยาว

ใช้สกินแคร์ที่ช่วยกระตุ้นคอลลาเจน

ส่วนผสมอย่างวิตามินซี เรตินอล เปปไทด์ และไนอะซินาไมด์ มีบทบาทในการกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและฟื้นฟูโครงสร้างผิว การเลือกใช้สกินแคร์ที่มีส่วนผสมเหล่านี้อย่างเหมาะสมและต่อเนื่อง จะช่วยให้ผิวแน่นขึ้น ริ้วรอยตื้นลง และลดปัญหาหน้าเหี่ยวได้ โดยยังควรใช้ควบคู่กับการกันแดดอย่างเคร่งครัด

ทานอาหารที่มีสารต้านอนุมูลอิสระสูง

ผักผลไม้สีจัด เบอร์รี่ ธัญพืช และชาเขียว เป็นแหล่งของสารต้านอนุมูลอิสระที่ช่วยลดความเสียหายของเซลล์ผิวจากแสงแดดและความเครียด ช่วยชะลอการเสื่อมสภาพของคอลลาเจน ทำให้ผิวดูเต่งตึง สุขภาพดี และมีความยืดหยุ่นมากขึ้น การดูแลผิวจากภายในจึงสำคัญไม่แพ้การทาครีมบำรุง

ลดน้ำตาลและอาหารมันเพื่อชะลอหน้าเหี่ยว

การบริโภคน้ำตาลในปริมาณสูงทำให้เกิดกระบวนการ Glycation ที่ทำลายคอลลาเจนโดยตรง ส่งผลให้ผิวหย่อนคล้อยและเหี่ยวย่นเร็วขึ้น อาหารมันและของทอดยังเพิ่มการอักเสบในร่างกาย ทำให้ผิวเสียสมดุลและหมองง่าย การลดหวาน มัน และเลือกอาหารที่ดีต่อสุขภาพ จะช่วยให้ผิวดูอ่อนเยาว์ได้นานกว่าเดิม

ออกกำลังกายสม่ำเสมอ

การออกกำลังกายช่วยกระตุ้นการไหลเวียนเลือด ทำให้เซลล์ผิวได้รับออกซิเจนและสารอาหารสำคัญมากขึ้น ผิวจึงดูเปล่งปลั่งและอิ่มฟู นอกจากนี้ยังช่วยลดฮอร์โมนความเครียดที่มีผลต่อการเสื่อมสภาพของผิว ช่วยให้ใบหน้าดูสดใส ไม่โทรม และลดโอกาสเกิดหน้าเหี่ยวจากไลฟ์สไตล์ที่เร่งรีบ

หลีกเลี่ยงบุหรี่และแอลกอฮอล์

ควันบุหรี่ทำให้หลอดเลือดฝอยหดตัวและทำลายคอลลาเจน ส่งผลให้ผิวเหี่ยวย่นและหมองคล้ำอย่างเห็นได้ชัด ส่วนแอลกอฮอล์มีผลให้ร่างกายและผิวขาดน้ำ ทำให้ผิวแห้งและริ้วรอยเด่นชัดขึ้น การลดหรือหลีกเลี่ยงทั้งบุหรี่และแอลกอฮอล์จึงเป็นหนึ่งในวิธีสำคัญในการรักษาผิวให้แข็งแรงและดูอ่อนกว่าอายุจริง

Ulthera ยกกระชับชั้นลึก

Ulthera ใช้คลื่นอัลตราซาวนด์พลังงานสูงส่งผ่านลงลึกถึงชั้น SMAS ซึ่งเป็นชั้นเดียวกับที่ใช้ในการผ่าตัดดึงหน้า จึงช่วยยกคิ้ว กรอบหน้า คอ และเหนียงได้อย่างมีประสิทธิภาพ เหมาะสำหรับผู้ที่เริ่มมีผิวหย่อนคล้อยหรือต้องการยกกระชับโดยไม่ผ่าตัด ผลลัพธ์อยู่ได้นานประมาณ 1 ปีขึ้นไป ทั้งยังแทบไม่ต้องพักฟื้น

Thermage / Oligio กระชับผิวด้วยคลื่นวิทยุ RF

เทคโนโลยีคลื่นวิทยุ RF ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่ ทำให้ผิวแน่นและยืดหยุ่นขึ้น เหมาะสำหรับคนที่มีผิวไม่กระชับ ร่องแก้มเริ่มลึก หรือรู้สึกว่าหน้าดูหย่อนคล้อยจากผิวบาง ผลลัพธ์จะค่อย ๆ ชัดขึ้นในช่วง 1–3 เดือน เหมาะกับผู้ที่ต้องการความดูเป็นธรรมชาติและไม่ต้องการพักฟื้นนาน

HIFU ยกกระชับเบา ๆ สำหรับคนหน้าเริ่มหย่อน

HIFU เป็นหัตถการยอดนิยมสำหรับผู้ที่ต้องการยกกระชับในระดับเบาถึงปานกลาง เจ็บน้อยและสามารถใช้ยกกรอบหน้า แก้ม หรือเหนียงได้ เหมาะกับคนที่เริ่มสังเกตว่าหน้าเริ่มตกเล็กน้อย หรืออยากป้องกันหน้าเหี่ยวก่อนวัย ข้อดีคือราคาเข้าถึงง่ายและสามารถทำซ้ำได้ตามคำแนะนำของแพทย์

Botox ลดริ้วรอยและปรับหน้าให้ดูอ่อนกว่าเดิม

Botox ช่วยคลายกล้ามเนื้อในจุดที่เกิดริ้วรอย เช่น หน้าผาก หว่างคิ้ว และตีนกา ทำให้ผิวบริเวณนั้นเรียบตึงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด นอกจากนี้ยังใช้ปรับรูปหน้า ลดกราม หรือช่วยให้หน้าเรียวขึ้น ทำให้ภาพรวมใบหน้าดูสดใสและอ่อนเยาว์ เหมาะกับผู้ที่มีริ้วรอยจากการแสดงสีหน้าและอายุที่เพิ่มขึ้น

Filler เติมเต็มส่วนที่ยุบตัวจากอายุ

เมื่ออายุมากขึ้น ไขมันและเนื้อเยื่อบนใบหน้าจะค่อย ๆ ลดลง ทำให้ใบหน้าดูโทรมและเหี่ยว ฟิลเลอร์สามารถใช้เติมเต็มบริเวณร่องแก้ม ใต้ตา แก้มตอบ หรือมุมปากให้ดูอิ่มฟูขึ้น ช่วยให้ใบหน้าดูสดใสและอ่อนวัยทันที หากทำโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญจะให้ผลลัพธ์ที่เป็นธรรมชาติและกลมกลืนกับใบหน้า

ผ่าตัดดึงหน้า (Facelift) ยกกระชับทั้งใบหน้า

การผ่าตัดดึงหน้าเหมาะสำหรับผู้ที่มีความหย่อนคล้อยมาก เช่น แก้มห้อย คอเหี่ยวย่น หรือโครงหน้าตกลงมาอย่างชัดเจน แพทย์จะช่วยยกและจัดเรียงชั้น SMAS ใหม่ ทำให้โครงสร้างใบหน้าแน่นขึ้น ผลลัพธ์อยู่ได้นานหลายปี เหมาะกับผู้ที่ต้องการเปลี่ยนแปลงใบหน้าให้ดูอ่อนเยาว์อย่างชัดเจนและยาวนาน

สรุปปัญหาหน้าเหี่ยวเกิดจากอะไร แก้ด้วยวิธีไหนได้บ้าง

ปัญหาหน้าเหี่ยวและริ้วรอยเกิดจากการเสื่อมสภาพของโครงสร้างผิวตามวัย ร่วมกับปัจจัยภายนอกอย่างแสงแดด มลภาวะ พฤติกรรมการใช้ชีวิต และการดูแลผิวที่ไม่เหมาะสม การป้องกันที่มีประสิทธิภาพคือการดูแลผิวให้ถูกวิธี ปรับพฤติกรรมที่ทำร้ายผิว เลือกทานอาหารที่ดีต่อสุขภาพ และเสริมด้วยหัตถการยกกระชับหรือเติมเต็มที่เหมาะสมกับสภาพผิวและปัญหาของแต่ละคน ภายใต้การดูแลของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ

Post Comment



- view all -

THE HIGHLIGHTER

- view all -