ทำไงดี!!! ผมไม่ได้สระ...แต่ต้องออกงานเย็นนี้แล้ว
Room : Review
numfon numfol | ผิวมัน | 40-44 Yrs | 12 รีวิว 05/07/2015 22:00     


เรื่องมีอยู่ว่า ตอนใกล้เลิกงาน Boss เดินมาบอกว่าให้ไปร่วมงานปาร์ตี้เลี้ยงส่ง ผจก. ด้วยนะ เราจะปฏิเสธบอกว่าไม่ไปได้มั้ยคะ เพราะหนู่ไม่ได้สระผมมา ไม่มั่นใจในความมันเยิ้ม และกลิ่น ก็ไม่กล้าพูดอ่ะเนอะ

แล้วทำยังไงดีล่ะ ถ้าจะต้องไปงานปาร์ตี้เย็นนี้ แบบกระทันหัน!!แถมไม่ได้สระผมมาอีกต่างหาก โชคดีได้ตัวช่วยจากเพื่อน วันนี้เลยจะมารีวิวให้ดู

อันนี้จำลองสภาพเหตุการณ์วันนั้นให้ดูนะคะ ว่าวันนั้นฉุกเฉินหัวมันขนาดนี้ถามว่าสภาพผมเหนียว มันเยิ้มอย่างนี้ใครจะกล้าไปปาร์ตี้มั้ย พูดดด!!


ตอนนั้นเลยนึกออกว่าเพื่อนที่ออฟฟิศมีดรายแชมพู(ซึ่งจริงๆไม่เคยใช้) เห็นนางบอกว่าใช้แล้วหัวไม่มัน เลยไปขอมาลอง


นี่ไงดรายแชมพูเห็นเพื่อนบอกว่าเป็นตัวใหม่

ช่วยเพิ่มวอลลุ่มด้วย



จากนั้นก็หวีผมจัดแสกซะหน่อยนะ

อ้าววววใช้ไงล่ะเนี่ย

พลิกดูข้างขวดสิเจ๊ >>>เพื่อนตะโกนบอก


ไม่น่าจะยากมาดูขั้นตอนกันเล้ยย


1. เขย่าขวดก่อนใช้และระหว่างใช้ ฉีดพ่นไปให้ทั่วผมทั้งหัวเลย กลิ่นหอมมากอ่ะ 

2. เอานิ้วขยำๆผมให้สเปรย์ซึมทั่วทั้งผม 

โห!!อยากบอกว่ารู้สึกเบาหัว โล่ง สะอาดยังกะได้สระผมเลย ไม่ทิ้งคราบขาวๆ เหมือนที่เวลาเราใช้แป้งแก้ปัญหาผมมันไว้เลยแถมรู้สึกว่ามีวอลลุ่ม แบบไม่ใช่ผมมีน้ำหนักเพราะหัวมันอ่ะ


มั่นใจขึ้นมาแว้ววววจัดทรงซะหน่อย


3. จับช่อผมมาม้วนๆเป็นเกลียว



4. แล้วเหน็บไว้ด้านข้างแล้วติดกิ๊บให้แน่นๆ ทำซัก2เกลียว จะได้ดูมีอะไรๆมากขึ้น


สุดท้ายฉีดDryShampoo ซ้ำ ย้ำเพื่อให้ดูดซับความมันและให้อยู่ทรงมากขึ้น


เปลี่ยนผมเหนียวมันเยิ้ม ออกงานได้อย่างมั่นใจ

ไม่ต้องกลัวเพื่อนแซวว่าไม่ได้ได้สระผม

ที่สำคัญBossคะเย็นนี้หนูพร้อมไปงานปาร์ตี้ได้แล้วค่ะ 
























Comment (5)

comment 1
xaviara | ผิวผสม | 35-39 Yrs | 31 รีวิว 08/07/2015 15:33     

ดูเวิร์คมากเลยค่ะ ไว้จะไปซื้อมาลองบ้างง


comment 2
jeedzjazz221 | ผิวมัน | 35-39 Yrs | 0 รีวิว 11/07/2015 16:25     

เคยมีโมเม้นนี้ไม่ได้สระผมแต่ต้องออกปาร์ตี้เหมือนกัน เป็นอะไรที่ไม่มั่นใจอย่างแรงเลยค่ะ เข้าใจ จขกท เรยอ่า อิอิ เด๋วไว้จะไปลองดรายแชมพูแบบนี้ดูมั่งคะ สะดวกดีๆๆ


comment 3
????? ????????? | ผิวผสม | 40-44 Yrs | 122 รีวิว 26/12/2015 13:49     

เดี๋ยวนี้สำหรับคนที่เร่งรีบไม่มีเวลา เค้าใช้ dry champoo กันแล้วคะ เพราะรวดเร็วและสะดวกดี


comment 4
nidnoi2504 | ผิวผสม | 40-44 Yrs | 38 รีวิว 19/04/2016 16:11     

ดีอะ เด่วลองซื้อมาใช้


comment 5
nerd | ผิวมัน | > 50 Yrs | 0 รีวิว 30/01/2026 16:50     

ดึงหน้าราคาเท่าไหร่ รวมราคาและปัจจัยที่มีผลต่อค่าใช้จ่าย


เลือกหัวข้อที่ต้องการอ่าน
  • ตารางดึงหน้าราคา (อัปเดตล่าสุด)
  • ดึงหน้าราคาแตกต่างกันเพราะอะไร
  • ควรเลือกดึงหน้าแบบไหนให้คุ้มค่าที่สุด
    • ปัญหาหย่อนเล็กน้อย–ปานกลาง
    • หย่อนคล้อยหลายตำแหน่งพร้อมกัน
    • อยากยกเฉพาะกรอบหน้า
  • สรุปดึงหน้าราคาเท่าไหร่ เลือกแบบไหนให้คุ้มที่สุดในปี 2026


เมื่อพูดถึงการคืนความอ่อนเยาว์ให้ใบหน้า การดึงหน้ายังคงเป็นหนึ่งในวิธีที่ได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง Apex Surgery จะพาคุณไปเจาะลึกว่า การดึงหน้าราคาเท่าไหร่ พร้อมปัจจัยที่มีผลต่อราคาดึงหน้า เพื่อให้คุณสามารถตัดสินใจเลือกวิธีที่เหมาะสมกับความต้องการและงบประมาณของคุณได้มากที่สุด

ตารางดึงหน้าราคา (อัปเดตล่าสุด)

โดยทั่วไปแล้วการศัลยกรรมดึงหน้าราคาจะขึ้นอยู่กับเทคนิคที่ใช้ในแต่ละสถานพยาบาล รวมถึงอาจมีเทคนิคต่าง ๆ ของแพทย์แต่ละบุคคล ที่อาจทำให้ราคาเปลี่ยนไปในแต่ละช่วงเวลา โดยตัวอย่างดึงหน้าราคากับนายแพทย์สมบูรณ์ ไหวพริบ (ว.22713) ที่โรงพยาบาลศัลยกรรมตกแต่งเอเพ็กซ์ มีดังนี้

หัตถการ ราคาเต็ม (บาท) ราคาโปรโมชั่น (บาท) ราคารีวิว (บาท) หมายเหตุ
ดึงหน้า + ดึงคอ (FaceLift + NeckLift) 360,000 300,000 280,000 รวมทุกอย่างแล้ว พักโรงพยาบาล 2 คืน พร้อมค่ายา
ดึงหน้า + กรอบหน้า (FaceLift + Jaw Line) 300,000 250,000 250,000
ดึงคอ (ต้องทำร่วมกับดึงหน้า) 180,000 180,000 180,000
ดึงหน้าผาก (Endotine Forehead Lift) 200,000 180,000 160,000
ดึงกลางหน้า (Endotine Midface Lift) 300,000 250,000 230,000
ดึงหน้าแบบริบบอน (Endotine Ribbon FaceLift) 300,000 250,000 230,000 พักโรงพยาบาล 1 คืน
ดึงคอแบบริบบอน (Endotine Ribbon NeckLift) 300,000 250,000 230,000 พักโรงพยาบาล 1 คืน
ดึงหน้าและคอแบบริบบอน (Endotine Ribbon Face + NeckLift) 550,000 450,000 430,000 พักโรงพยาบาล 2 คืน พร้อมค่ายา
ปรับแนวไรผม (Hairline Reduction) 300,000 250,000 230,000

↔ เลื่อนเพื่อดูข้อมูลเพิ่มเติม

ดึงหน้าราคาแตกต่างกันเพราะอะไร

การดึงหน้ามีหลายเทคนิคและระดับความยากง่าย ทำให้ราคาไม่เท่ากัน ปัจจัยที่จะกำหนดว่าการดึงหน้าราคาเท่าไหร่มีหลายปัจจัยด้วยกัน ดังนี้

  • ระดับความหย่อนคล้อย คนที่หย่อนคล้อยมากจำเป็นต้องยกหลายจุด ทำให้ราคาเพิ่มขึ้น
  • เทคนิคที่ใช้ เทคนิค Endotine มีราคาสูงกว่าเพราะใช้อุปกรณ์พิเศษและผลอยู่ได้นานกว่า
  • พื้นที่ที่ทำ ยกแค่หน้า ยกคอ ยกแก้ม หรือยกทั้งใบหน้า ราคาย่อมต่างกัน
  • ประสบการณ์แพทย์ แพทย์ความชำนาญสูงจะมีราคาสูงกว่า และความปลอดภัยและผลลัพธ์ดีกว่า
  • ค่าห้องผ่าตัด / ค่าพักฟื้น เคสที่ต้องนอนโรงพยาบาล 1–2 คืน ราคาจะเพิ่มตามการดูแลหลังผ่าตัด

ควรเลือกดึงหน้าแบบไหนให้คุ้มค่าที่สุด

ปัญหาหย่อนเล็กน้อย–ปานกลาง

เหมาะกับ Endotine Forehead หรือ Endotine Midface ช่วยยกเฉพาะจุด ทำให้หน้าเด็กขึ้นแบบธรรมชาติ พักฟื้นเร็ว

หย่อนคล้อยหลายตำแหน่งพร้อมกัน

เหมาะกับ FaceLift + NeckLift หรือ Endotine Ribbon Face + NeckLift เพราะยกทั้งหน้าและคอในครั้งเดียว ผลชัดเจนและอยู่นานหลายปี

อยากยกเฉพาะกรอบหน้า

เหมาะกับ FaceLift + Jaw Line ช่วยให้กรอบหน้าคมชัด แต่ไม่ต้องดึงทั้งใบหน้า

**เคล็ดลับคือให้แพทย์ประเมินก่อนทุกครั้ง เพราะปัญหาที่เห็นจากภายนอกอาจไม่ใช่ชั้นผิวที่หย่อนจริง การเลือกเทคนิคผิดอาจทำให้ผลลัพธ์ไม่ชัดหรือไม่เป็นธรรมชาติ

สรุปดึงหน้าราคาเท่าไหร่ เลือกแบบไหนให้คุ้มที่สุดในปี 2026

ดึงหน้าราคาในปัจจุบันมีช่วงค่อนข้างกว้าง เริ่มตั้งแต่ประมาณ 130,000 บาทไปจนถึงกว่า 450,000 บาท ขึ้นอยู่กับเทคนิคที่ใช้และระดับความเชี่ยวชาญของศัลยแพทย์ การเลือกดึงหน้าที่คุ้มค่าที่สุดจึงไม่ใช่การมองหาราคาที่ถูกที่สุด แต่เป็นการเลือกวิธีที่ ตรงกับปัญหาผิวของตัวเองมากที่สุด เพราะใบหน้าของแต่ละคนมีความหย่อนคล้อยไม่เท่ากันและอาจต้องใช้เทคนิคที่แตกต่างกัน

Post Comment



- view all -

THE HIGHLIGHTER

- view all -