ตอนนี้เป็นสิวจ้าเลยอยากหาอะไรที่รักษาสิวเด็ดๆเลยอยากถามทุกๆคนว่าชอบครีม เซรั่ม เจล ที่เเต้มสิว อะไรกันบ้างค่าา มีตัวไหนช่วยปรับผิวให้เเข็งเเรงขึ้น แล้วมีวิธีทำไงให้หน้าใสหร่อค่า บอกก่อนว่าเราเป็นคนสิวอุดตันบริเวณจมูก ข้างจมูกเยอะ(หัวดำTTOTT) มีสิวอัดเสบเเละสิวผดขึ้นด้วย ผิวผสมนะค่ะ ถ้าช่วยตอบจะเป็นพระคุนมากค่ะ
| Tweet |
ครีมแต้มสิวและเจลแต้มสิว โทเมอิ ใช้ดีค่ะ ครีมแต้มสิวสามารถลดรอยดำ แดงของสิวได้ดีค่ะ ลองใช้ดูนะค่ะ
ใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของ BHA นะคะ จะช่วยลดสิวอุดตัน ผลิตภัณฑ์แต้มสิวที่อยากแนะนำคือแบรนด์ดังนี้ เมอร์วิลเล่, เมทดิแคท อาร์เอ็กซ์
ส่วนตัวใช้แล้วไม่ได้ยุบเร็ว แต่รู้สึกถึงคุณภาพและมาตรฐานของผลิตภัณฑ์และการบริการลูกค้าค่ะ
สิวอุดตันจมูก ใช้แผ่นลอกสิวเสี้ยน หาซื้อของ Biore, Clear Nose, แผ่นลอกในDaiso
หน้ามีสิว แต่ก่อนหน้าเต็มไปด้วยสิวมากๆๆๆ บอกเลย ใช้ Eucerine Acne Cleansing, Toner ,Serum ทั้งเซ็ตค่ะ ใช้ตอนแรกจะดันสิวออกมา แล้วสิวก็จะหายไป
เพราะถูกดันออกมาจากชั้นใต้ผิวหนัง เป็นการรักษาที่ต้นเหตุ
แต่เอาจริงนะ จขกท ยังเป็นวัยรุ่น สิวที่ขึ้นอาจเป็นสิวฮอร์โมนก็ได้
อย่าใช้อะไรแรงไปนะคะ เดี๋ยวหน้าแพ้ ก่อนใช้ก็ลองทาที่ข้อพับทิ้งไว้ครึ่งชั่วโมงดู
ทดสอบอาการแพ้ ให้ดีก็ทาทิ้งไว้สองสัปดาห์ถึงรู้ แต่อย่างเร็วคือครึ่งชั่วโมงรู้กันว่าแพ้มั้ย
แล้วก็ใช้ Retin A 2.5%
Clinda M แต้มสิวสูตรน้ำ
Cetaphil Gentel สบู่เหลวล้างหน้า อ่อนโดยนต่อผิวหน้า
เจลแต้มสิวของ Cutepress หลอดฟ้า ราคาร้อยปลายๆ หากซื้อบางเดือนมีโปรโมชั่นชิ้นที่สองลดครึ่งราคา ดูให้ดีๆค่ะ จริงๆ Clida M ก็ใช้ได้นะ เวลาสิวแตก สิวสดๆ แต้มไปเลย แสบหน่อย แต่หายชัวร์
นอกจากพวกเจลแต้มสิว เราก็กินยาคุมเมโลเดียช่วยด้วย นอกจากคุมกำเนิดแล้วยังช่วยเรื่องฮอร์โมนทำให้หน้าใส สิวไม่ค่อยขึ้นมาได้หลายเดือนแล้ว ไม่มีอาการข้างเคียงอะไรเลย ตอนนี้เพื่อนๆๆกินตามเราหลายคนเลยล่ะ
โปรแกรม OligioX vs Oligio ต่างกันอย่างไร เลือกตัวไหนดี
- สิ่งที่เหมือนกันของโปรแกรม OligioX vs Oligio
- โปรแกรม OligioX vs Oligio ทำตรงไหนได้บ้าง
- ข้อแตกต่างระหว่างโปรแกรม OligioX vs Oligio
- เทคโนโลยีการส่งพลังงาน
- ระบบระบายความเย็น
- ความลึกของการกระตุ้น
- ผลลัพธ์และความคงทน
- โปรแกรม Oligio X vs โปรแกรม Oligio เหมาะกับใคร
- ผู้ที่เหมาะกับโปรแกรม Oligio
- ผู้ที่เหมาะกับโปรแกรม OligioX
- โปรแกรม OligioX vs Oligio ทำที่ไหนดี
- สรุป โปรแกรม OligioX vs Oligio ทำตัวไหนดี
โปรแกรม OligioX เป็นเทคโนโลยียกกระชับผิวรุ่นใหม่ที่พัฒนาต่อยอดมาจากโปรแกรม Oligio เดิม โดยจุดเด่นที่สุดคือเทคโนโลยี GXG Dual-Mode ที่สามารถส่งพลังงานได้ทั้งแบบตื้นและลึก พร้อมระบบทำความเย็นที่ปล่อยความเย็นที่มากขึ้น ทำให้ผู้รับบริการรู้สึกเพียงอุ่น ๆ บริเวณผิว และแทบไม่เจ็บเมื่อเทียบกับรุ่นเดิมสำหรับใครที่กำลังลังเลว่าควรเลือกโปรแกรมไหนดี บทความนี้จะช่วยวิเคราะห์ความแตกต่างทั้งด้านเทคโนโลยี ประสิทธิภาพ และความเหมาะสมกับปัญหาผิวแต่ละประเภท เพื่อให้คุณตัดสินใจได้อย่างมั่นใจและคุ้มค่าที่สุด
สิ่งที่เหมือนกันของโปรแกรม OligioX vs Oligio
ทั้งโปรแกรม OligioX vs Oligio เดิมต่างใช้หลักการทำงานด้วยคลื่นความถี่วิทยุ แบบ Monopolar RF เพื่อกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและยกกระชับผิว ทั้งสองโปรแกรมสามารถแก้ปัญหาผิวหย่อนคล้อย ร่องแก้มลึก หน้าบูด ริ้วรอยต่าง ๆ รวมถึงช่วยกระชับสัดส่วนใบหน้าให้เรียวขึ้นนอกจากนี้ยังสามารถใช้ทำได้ทั้งบริเวณใบหน้าและลำตัว เช่น หน้าท้อง แขน ต้นขา เพื่อกระชับสัดส่วนและลดความเหลวไหลของผิว ระยะเวลาในการทำทรีตเมนต์ก็ใกล้เคียงกัน โดยใช้เวลาประมาณ 30-60 นาทีต่อครั้ง และไม่มีดาวน์ไทม์ สามารถกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้เลย
โปรแกรม OligioX vs Oligio ทำตรงไหนได้บ้าง
ทั้งโปรแกรม OligioX vs Oligio สามารถใช้ทรีตเมนต์ได้หลากหลายบริเวณ ทั้งบนใบหน้าและส่วนต่างๆ ของร่างกาย เพื่อแก้ปัญหาผิวหย่อนคล้อยและกระชับสัดส่วน โดยบริเวณที่สามารถทำได้ ได้แก่
- หน้าผาก การทำโปรแกรม Oligio หรือโปรแกรม OligioX บริเวณหน้าผากช่วยลดริ้วรอยและยกกระชับผิว เหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาหน้าผากย่น มีริ้วรอยชัดเจน หรือต้องการยกกระชับบริเวณหน้าผากที่เริ่มหย่อนคล้อยตามอายุ
- แก้ม บริเวณแก้มเป็นจุดที่นิยมทำเพื่อลดร่องแก้มลึกและยกกระชับหน้าให้เรียว การทำโปรแกรมเหล่านี้จะช่วยยกกระชับแก้มให้กลับมาอยู่ในตำแหน่งเดิม ลดร่องแก้มให้ตื้นลง และทำให้ใบหน้าดูเรียวเล็กลงด้วย ผลลัพธ์จะทำให้ใบหน้าดูอ่อนเยาว์และมีมิติที่สวยงามขึ้น
- กราม การทำบริเวณกรามช่วยกระชับสัดส่วนและแก้ปัญหาหน้าบูด เส้นกรามที่ชัดเจนและกระชับเป็นสัดส่วนที่สำคัญของใบหน้าที่สวยงาม ใบหน้าดูกระชับและมีรูปหน้าที่สวยงามตามหลักสัดส่วน
- คาง บริเวณคางสามารถทำเพื่อยกกระชับและแก้ปัญหาคางสอง คางสองหรือคางหย่อนเป็นปัญหาที่ทำให้ดูแก่และไม่สดใส การทำโปรแกรมบริเวณนี้จะช่วยกระชับชั้นไขมันและผิวหนังบริเวณคาง
- ใต้คาง บริเวณใต้คางเป็นอีกจุดสำคัญที่ต้องทำเพื่อกระชับและลดความเหลวไหล ผิวใต้คางมักเป็นจุดที่แสดงอายุได้ชัดเจน การทำโปรแกรม OligioX vs Oligio จะทำให้เส้นกรามต่อคอชัดเจนขึ้น ดูเรียบเนียนและอ่อนเยาว์มากขึ้น
ข้อแตกต่างระหว่างโปรแกรม OligioX vs Oligio
แม้ว่าทั้งสองโปรแกรมจะใช้หลักการยกกระชับผิวด้วยคลื่นวิทยุ RF เหมือนกัน แต่โปรแกรม OligioX เป็นรุ่นใหม่ล่าสุดที่พัฒนาต่อยอดมาจากโปรแกรม Oligio เดิม โดยมีพลังงานที่สูงขึ้นและมีประสิทธิภาพดีกว่า มาดูกันว่าความแตกต่างของทั้งสองโปรแกรมมีอะไรบ้าง
เทคโนโลยีการส่งพลังงาน
โปรแกรม OligioX ใช้เทคโนโลยี GXG Dual-Mode ที่สามารถส่งพลังงานได้ทั้งแบบตื้นและลึก เพื่อกระตุ้นผิวหลายระดับชั้น โดยมี 2 โหมดคือ G Mode ที่ส่งพลังงานความร้อนอ่อนลงสู่ผิวชั้นตื้น และ X Mode ที่ส่งพลังงานลงไปลึกถึงชั้นไขมัน ระบบทำงานแบบ G → X → G โดยเริ่มจากอุ่นผิวเบา ๆ จากนั้นปล่อยพลังงานลงลึก และปิดท้ายด้วยการล็อคความร้อนไว้ในชั้นผิว ในขณะที่โปรแกรม Oligio รุ่นเดิมใช้การส่งพลังงานแบบเดียว ไม่มีระบบ Dual-Mode นี้
ระบบระบายความเย็น
โปรแกรม OligioX มีระบบทำความเย็นที่ปล่อยความเย็นถึง 180ms มากกว่าโปรแกรม Oligio รุ่นเดิมที่มีเพียง 80ms ระบบปล่อยลมเย็น Intensive Cooling System ทำงานควบคู่กับการปล่อยพลังงานความร้อน จึงลดโอกาสผิวเบิร์นได้แม้จะใช้พลังงานสูงในการยกกระชับ ส่งผลให้ผู้รับบริการรู้สึกสบายและเจ็บน้อยกว่าเดิมมาก
ความลึกของการกระตุ้น
โปรแกรม OligioX สามารถยิงพลังงานได้ลึกถึงชั้นกล้ามเนื้อ ซึ่งลึกกว่าโปรแกรม Oligio รุ่นเดิมที่ส่งพลังงานลงไปถึงชั้นหนังแท้และชั้นไขมัน ทำให้โปรแกรม OligioX สามารถกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนได้ครอบคลุมทุกระดับชั้นผิวมากกว่า
ผลลัพธ์และความคงทน
โปรแกรม OligioX มีผลลัพธ์ที่อยู่ได้นาน 8-12 เดือน เพราะกระตุ้นคอลลาเจนครอบคลุมทุกระดับชั้นผิว ทำให้คอลลาเจนใหม่ถูกสร้างขึ้นอย่างต่อเนื่องและค่อนข้างยาวนาน ผลลัพธ์ชัดเจนขึ้นและตอบโจทย์ปัญหาผิวได้มากขึ้น ไม่ต้องทำซ้ำบ่อยครั้ง ในขณะที่โปรแกรม Oligio รุ่นเดิมผลลัพธ์อยู่ได้ประมาณ 6-12 เดือน
โปรแกรม Oligio X vs โปรแกรม Oligio เหมาะกับใคร
ทั้งโปรแกรม OligioX vs Oligio เหมาะกับผู้ที่มีปัญหาผิวหย่อนคล้อย ริ้วรอย และต้องการยกกระชับใบหน้าหรือสัดส่วนร่างกาย แต่การเลือกใช้แต่ละโปรแกรมควรพิจารณาจากระดับปัญหาผิวและความต้องการของแต่ละบุคคล ดังนี้
ผู้ที่เหมาะกับโปรแกรม Oligio
- ผู้ที่มีปัญหาผิวหย่อนคล้อยในระดับเล็กน้อยถึงปานกลาง
- ผู้ที่อายุ 25-35 ปี ที่ต้องการเริ่มดูแลและป้องกันผิวหย่อนคล้อย
- ผู้ที่ต้องการยกกระชับผิวแบบค่อยเป็นค่อยไปและดูเป็นธรรมชาติ
- ผู้ที่มีงบประมาณจำกัดและต้องการลองทำทรีตเมนต์ครั้งแรก
- ผู้ที่มีผิวบอบบางและอ่อนไหวต่อความร้อนมาก
ผู้ที่เหมาะกับโปรแกรม OligioX
- ผู้ที่มีปัญหาผิวหย่อนคล้อยในระดับปานกลางถึงมาก
- ผู้ที่อายุ 25-35 ปี ที่ต้องการผลลัพธ์ที่ชัดเจนมากยิ่งขึ้น
- ผู้ที่ต้องการผลลัพธ์ที่คงทนประมาณ 8-12 เดือน
- ผู้ที่เคยทำโปรแกรม Oligio เดิมมาแล้วและต้องการผลลัพธ์ที่ดีขึ้น
- ผู้ที่กลัวความเจ็บปวดและต้องการความสะดวกสบายขณะทำมากที่สุด
- ผู้ที่ต้องการแก้ปัญหาผิวหลายชั้นพร้อมกัน ทั้งผิวชั้นตื้นและชั้นลึก
โปรแกรม OligioX vs Oligio ทำที่ไหนดี
การเลือกคลินิกหรือสถานพยาบาลที่มีคุณภาพเป็นสิ่งสำคัญไม่แพ้การเลือกโปรแกรมที่เหมาะสม เพราะจะส่งผลต่อความปลอดภัยและประสิทธิภาพของการทรีตเมนต์ โดยควรพิจารณาจากปัจจัยสำคัญดังนี้
- เครื่องมือและอุปกรณ์ เลือกสถานที่ที่มีโปรแกรม OligioX vs Oligio จากบริษัท Wontech เท่านั้น โดยที่เครื่องมือต้องได้รับการบำรุงรักษาและตรวจสอบอย่างสม่ำเสมอ
- แพทย์ผู้ทำหัตถการ เลือกคลินิกที่มีแพทย์มีประสบการณ์ในการใช้โปรแกรม OligioX หรือโปรแกรม Oligio โดยเฉพาะ มีการให้คำปรึกษาและวิเคราะห์ปัญหาผิวอย่างละเอียดก่อนทำ และสามารถปรับพลังงานให้เหมาะสมกับปัญหาผิวของแต่ละคนได
- มาตรฐานของคลินิก สถานพยาบาลต้องมีใบอนุญาตประกอบกิจการที่ถูกต้อง มีระบบดูแลและติดตามผลหลังการทำอย่างเป็นระบบ รวมถึงมีเจ้าหน้าที่และทีมงานที่ผ่านการอบรมอย่างถูกต้อง
- ราคาและความโปร่งใส ราคาควรอยู่ในระดับที่เหมาะสมและสมเหตุสมผล ไม่ถูกหรือแพงผิดปกติ มีการแจ้งราคาและรายละเอียดการทรีตเมนต์อย่างชัดเจน
- รีวิวและชื่อเสียง ศึกษารีวิวและผลงานของคลินิกจากลูกค้าจริง โดยตรวจสอบข้อมูลและประวัติของคลินิกผ่านช่องทางต่างๆ หรือเลือกคลินิกที่มีชื่อเสียงแในวงการความงาม
สรุป โปรแกรม OligioX vs Oligio ทำตัวไหนดี
ทั้งโปรแกรม OligioX vs Oligio ต่างก็เป็นเทคโนโลยียกกระชับผิวด้วยคลื่นความถี่วิทยุที่มีประสิทธิภาพ การเลือกโปรแกรมที่เหมาะสมควรปรึกษาแพทย์เพื่อวิเคราะห์ปัญหาผิวและความต้องการของแต่ละบุคคล พร้อมทั้งเลือกสถานพยาบาลที่มีมาตรฐานเพื่อการดูแลให้ปลอดภัย ไม่ว่าจะเลือกโปรแกรมใด ทั้งสองตัวเลือกล้วนให้ผลลัพธ์ที่ดีในการยกกระชับและฟื้นฟูผิวให้ดูอ่อนเยาว์ขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ


