มี โปร จาก วัตสันมาบอกต่อจ้าาา
Room : Others
sugarmay | ผิวแพ้ง่าย | 40-44 Yrs | 335 รีวิว 18/07/2015 13:01     

พอดีได้หยิบ วารสาร ของวัตสันมา มีสินค้าลดราคา มากมายนอกเหนือจากในหน้าเวป เลยถ่ายรูปมาแชร์ให้ดูค่ะ 







Comment (4)

comment 1
sugarmay | ผิวแพ้ง่าย | 40-44 Yrs | 335 รีวิว 18/07/2015 13:04     

ยังมีลดอีกมากนะ เช่น วาสลีน เมน  / ทำสีผมของ น้องบลายน์  เรฟลอน  ลิเซ่ ฯลฯ โปรนี้ ตั้งแต่ 16 ก. ค. - 12 ส. ค.






comment 2
numMonMon-z | ผิวมัน | 25-29 Yrs | 16 รีวิว 18/07/2015 21:48     

ขอบคุณมากค่า


comment 3
ladygreen | ผิวมัน | 30-34 Yrs | 136 รีวิว 25/07/2015 13:09     

ขอบคุณมากค่ะ ไม่สอยมาแล้วนะคะ


comment 4
nerd | ผิวมัน | > 50 Yrs | 0 รีวิว 04/02/2026 11:31     

10 พฤติกรรมกระตุ้นให้ถุงใต้ตาบวม สาเหตุที่หลายคนมองข้าม


เลือกหัวข้อที่ต้องการอ่าน
  • 10 พฤติกรรมที่ทำให้เกิดปัญหาถุงใต้ตา
    • 1. พักผ่อนไม่เพียงพอ
    • 2. ทานอาหารรสเค็มจัด
    • 3. สูบบุหรี่
    • 4. ดื่มแอลกอฮอล์
    • 5. แสงแดด-รังสียูวี
    • 6. ขยี้ตาบ่อย-รุนแรง
    • 7. ดื่มน้ำน้อยเกินไป
    • 8. ความเครียดสะสม
    • 9. มองหน้าจอเป็นเวลานาน
    • 10. ไม่ล้างเครื่องสำอางก่อนนอน


10 พฤติกรรมที่ทำให้เกิดปัญหาถุงใต้ตา

ปัญหาถุงใต้ตาไม่ได้เกิดจากอายุและพันธุกรรมที่ควบคุมได้ยากเท่านั้น แต่พฤติกรรมในชีวิตประจำวันบางอย่างที่เราคาดไม่ถึง ก็เป็นตัวการสำคัญที่กระตุ้นให้เกิดปัญหาดังกล่าวได้เช่นกัน ดังนั้นการรู้เท่าทันและหลีกเลี่ยงสิ่งพฤติกรรมเหล่านี้ จะช่วยให้ดูแลผิวรอบดวงตาได้ดีขึ้น และคงผลลัพธ์หลังผ่าตัดถุงใต้ตาให้นานขึ้นได้ มาดูกันว่ามีอะไรบ้างที่ควรระวัง ดังนี้

1. พักผ่อนไม่เพียงพอ

การนอนหลับพักผ่อนที่ไม่เพียงพอ หรือการนอนดึกจนเป็นประจำ ส่งผลโดยตรงต่อระบบไหลเวียนโลหิตและน้ำเหลืองบริเวณรอบดวงตา ทำให้การระบายของเสียและของเหลวส่วนเกินทำงานได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ จึงเกิดการสะสมและคั่งค้างของของเหลว ทำให้ผิวหนังที่บอบบางใต้ดวงตาปรากฏอาการบวมตุ่ยและหมองคล้ำอย่างเห็นได้ชัด

2. ทานอาหารรสเค็มจัด

การทานอาหารที่มีรสเค็มจัดเป็นประจำ อาจทำให้ร่างกายได้รับปริมาณโซเดียมที่สูงเกินความต้องการ ซึ่งโซเดียมส่วนเกินนี้จะกระตุ้นให้ร่างกายพยายามรักษาสมดุล ด้วยการกักเก็บน้ำไว้ในเซลล์และเนื้อเยื่อต่าง ๆ มากขึ้น ผลลัพธ์คือเกิดอาการบวมน้ำตามส่วนต่าง ๆ โดยเฉพาะบริเวณผิวหนังที่บอบบางใต้ดวงตาซึ่งจะแสดงอาการบวมได้ง่ายและชัดเจนขึ้น

3. สูบบุหรี่

สารพิษมากมายที่แฝงอยู่ในควันบุหรี่เป็นศัตรูตัวร้ายของผิวพรรณโดยตรง ซึ่งสารเหล่านั้นจะเข้าไปทำลายโครงสร้างคอลลาเจนและอีลาสติน ซึ่งเป็นเส้นใยโปรตีนสำคัญที่มอบความยืดหยุ่นและความกระชับแก่ผิว เมื่อโปรตีนเหล่านี้ถูกทำลาย ผิวรอบดวงตาจึงสูญเสียความเต่งตึง หย่อนคล้อยลง และก่อให้เกิดถุงใต้ตาที่เห็นได้ชัดมากขึ้น

4. ดื่มแอลกอฮอล์

การดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในปริมาณมาก หรือบ่อยครั้งเกินไป ส่งผลเสียต่อสมดุลน้ำในร่างกาย ทำให้เซลล์ผิวขาดความชุ่มชื้น ผิวพรรณโดยรวมจึงแห้งกร้าน ทั้งยังกระตุ้นให้หลอดเลือดฝอยบริเวณใบหน้าขยายตัว ดังนั้นเมื่อมีปัจจัยเหล่านี้รวมกัน โดยเฉพาะการขยายตัวของหลอดเลือดและความแห้งกร้าน จึงอาจส่งผลให้เกิดอาการบวมและปัญหาถุงใต้ตาได้

5. แสงแดด-รังสียูวี

การเผชิญแสงแดดจัดโดยปราศจากการป้องกันเป็นประจำ ทำให้ผิวได้รับรังสียูวีโดยตรง ซึ่งรังสียูวีเหล่านี้มีความสามารถในการเข้าไปทำลายเส้นใยคอลลาเจนและอีลาสติน ซึ่งเป็นโครงสร้างค้ำจุนผิว ทำให้ผิวรอบดวงตาที่บอบบางเกิดการเสื่อมสภาพก่อนวัย เกิดความหย่อนคล้อย ริ้วรอย และปัญหาถุงใต้ตาที่หลีกเลี่ยงได้ยาก

6. ขยี้ตาบ่อย-รุนแรง

พฤติกรรมการขยี้ตาบ่อยครั้งหรือขยี้อย่างรุนแรง ไม่ว่าจะด้วยสาเหตุจากอาการคัน ภูมิแพ้ หรือแม้แต่ความเคยชิน อาจเป็นการทำร้ายผิวหนังที่ค่อนข้างบอบบางบริเวณรอบดวงตา ทำให้เกิดการเสียดสี ระคายเคือง และอาจนำไปสู่การอักเสบ ซึ่งการทำพฤติกรรมดังกล่าวซ้ำ ๆ เป็นการทำลายความยืดหยุ่นของผิว กระตุ้นให้ผิวหย่อนคล้อยและเกิดถุงใต้ตาได้

7. ดื่มน้ำน้อยเกินไป

การดื่มน้ำในปริมาณที่ไม่เพียงพอต่อความต้องการของร่างกายในแต่ละวัน ส่งผลให้เซลล์ต่าง ๆ รวมถึงเซลล์ผิวขาดน้ำ ผิวพรรณจึงสูญเสียความชุ่มชื้นที่จำเป็น ดูแห้งกร้าน ไม่เปล่งปลั่ง โดยเฉพาะผิวรอบดวงตาที่ค่อนข้างบอบบาง แสดงอาการได้ชัดเจนขึ้น นอกจากนั้นความแห้งยังทำให้ผิวรอบดวงตาดูเหี่ยวย่น และหากมีถุงใต้ตาอยู่แล้ว ก็จะยิ่งทำให้เห็นเด่นชัดมากขึ้นกว่าเดิม

8. ความเครียดสะสม

ภาวะความเครียดที่สะสมส่งผลกระทบต่อระบบต่าง ๆ ในร่างกาย รวมถึงการเปลี่ยนแปลงของระดับฮอร์โมน ซึ่งความไม่สมดุลของฮอร์โมนนี้ สามารถกระตุ้นให้เกิดการอักเสบภายใน และมักจะรบกวนคุณภาพการนอนหลับให้แย่ลง ดังนั้นปัจจัยเหล่านี้จึงส่งผลเสียต่อสุขภาพผิวโดยรวม โดยเฉพาะผิวรอบดวงตาที่อาจแสดงออกด้วยความหมองคล้ำและถุงใต้ตาที่ชัดเจนขึ้น

9. มองหน้าจอเป็นเวลานาน

การใช้สายตาจ้องมองหน้าจออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ อย่างคอมพิวเตอร์หรือโทรศัพท์มือถือเป็นเวลานานต่อเนื่อง ทำให้กล้ามเนื้อรอบดวงตาเกิดอาการอ่อนล้า ดวงตาแห้งผากเนื่องจากการกะพริบตาน้อยลง และอาจเผลอขยี้ตาโดยไม่รู้ตัว ซึ่งอาการเหล่านี้ไม่เพียงแต่สร้างความไม่สบายตา แต่ยังเป็นปัจจัยเสริมที่ทำให้ผิวรอบดวงตาอ่อนแอลงและถุงใต้ตาดูเด่นชัดได้ด้วย

10. ไม่ล้างเครื่องสำอางก่อนนอน

ในบางครั้ง หลายคนอาจละเลยที่จะทำความสะอาดเครื่องสำอางบริเวณรอบดวงตาก่อนเข้านอน ทำให้เกิดการทิ้งสิ่งตกค้างไว้บนผิว ซึ่งเครื่องสำอางที่สะสมจะรวมกับสิ่งสกปรกและน้ำมันจากผิว จะเข้าไปอุดตันรูขุมขน ก่อให้เกิดการระคายเคืองและอักเสบได้ เสี่ยงต่อการเกิดริ้วรอยก่อนวัย และทำให้ถุงใต้ตาปรากฏชัดเจนยิ่งขึ้น

Post Comment



- view all -

THE HIGHLIGHTER

- view all -