ไอเทมทดลองใช้
Room : Q & A
PrissanaTedsomboon | ผิวแพ้ง่าย | 45-49 Yrs | 0 รีวิว 20/07/2015 13:24     

คือเป็นคนผิวผสมแพ้ง่าย แล้วช่วงนี้เข้าดึก ขอบตาดำมาก ผิวหน้าแห้ง ไม่สดชื่น เหี่ยวอยากซื้อผลิตภัณฑ์มาใช้แต่กลัวแพ้ ส่วนครีมทาใต้ตาซื้อมาใช้หลายตัวแล้วก็ยังไม่ดีขึ้น อยากถามว่าของวนิลามีไอเทมพวกนี้แนะนำมั้ยคะ    และอยากจะทดลองใช้ ค่ะ ขอบคุณค่ะ 





Comment (3)

comment 1
Admin | ผิวธรรมดา | 35-39 Yrs | 1 รีวิว 21/07/2015 11:03     

แอดมินแนะนำให้ลองอ่านรีวิวใน Ranking ของ Eye Care ตามลิงค์ด้านล่างนี้

http://www.vanilla.in.th/ranking/latest/category/18


โดยเลือกรีวิวของสมาชิกที่มีผิวผสมหรือผิวแพ้ง่ายและมีช่วงอายุเดียวกันกับเรา

และให้คะแนนสูงสำหรับไอเท็มนั้นค่ะ



comment 2
thechommy | ผิวมัน | 40-44 Yrs | 14 รีวิว 03/08/2015 10:57     

ลองใช้ Eye cream ของปัญญ์ปุริไหมคะ เพื่อนใช้อยู่จากธรรมชาติ(เพื่อนว่าใช้ดีนะคะ แต่ส่วนตัวเราไม่มีขอบตาดำค่ะ) กลิ่นหอมมะลิด้วย(ดมมาแล้ว) แต่ราคาอาจแพงไปหน่อยค่ะ ^^


comment 3
nerd | ผิวมัน | > 50 Yrs | 0 รีวิว 04/02/2026 11:33     

อาการหลังเสริมอก 7วัน มีอะไรบ้าง พร้อมวิธีดูแลตัวเองและข้อควรระวัง


เลือกหัวข้อที่ต้องการอ่าน
  • อาการหลังเสริมอก 7วันแรกที่อาจพบได้
  • การดูแลตัวเองในช่วง 7 วันแรก
  • ข้อควรระวังการดูแลอาการหลังเสริมอก 7วัน
  • ข้อควรจำของอาการหลังเสริมอก 7วัน
  • สรุป อาการหลังเสริมอก 7วัน มีอะไรบ้าง?


หลังการผ่าตัดเสริมหน้าอก การมีความกังวลเกี่ยวกับความเจ็บปวด ความบวม หรือรอยช้ำถือเป็นเรื่องปกติ โดยเฉพาะในช่วงสัปดาห์แรกซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของการพักฟื้น การทราบข้อมูลที่ถูกต้องเกี่ยวกับ อาการหลังเสริมอก 7วัน จะช่วยให้คุณสามารถแยกแยะระหว่างอาการปกติกับสัญญาณที่ควรปรึกษาแพทย์ได้ เพื่อคลายความกังวลและช่วยให้คุณสามารถดูแลตัวเองได้อย่างมั่นใจ บทความนี้ได้สรุปทุกสิ่งที่คุณต้องรู้ เพื่อให้การพักฟื้นของคุณเป็นไปอย่างราบรื่นและได้รับการดูแลที่ปลอดภัย

 

อาการหลังเสริมอก 7วันแรกที่อาจพบได้

อาการหลังเสริมอก 7วันแรก หลังการเสริมหน้าอกร่างกายจะเข้าสู่กระบวนการฟื้นฟู อาการที่เกิดขึ้นถือเป็นเรื่องปกติและเป็นส่วนหนึ่งของการหายของแผล โดยอาการที่พบบ่อยได้แก่

  • อาการปวดและไม่สบายตัว : เป็นอาการที่พบได้บ่อย ซึ่งความรุนแรงจะแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล จะเจ็บช่วง 2-3 วันแรกหลังผ่าตัด และจะค่อย ๆ ลดลง มักจะบรรเทาลงได้ด้วยยาแก้ปวดที่แพทย์สั่ง
  • อาการบวม : บริเวณหน้าอกจะมีการบวมเกิดขึ้น อาการบวมจะมากที่สุดในช่วง 48 ชั่วโมงแรก และลดลงในช่วงหลายสัปดาห์
  • อาการฟกช้ำ : อาจมีรอยฟกช้ำเกิดขึ้นรอบ ๆ หน้าอก ซึ่งจะค่อย ๆ จางหายไปเองตามธรรมชาติ
  • อาการชาหรือความรู้สึกเปลี่ยนไป : บริเวณหัวนมหรือผิวหนังรอบ ๆ หน้าอกอาจมีอาการชา หรือรู้สึกไวต่อสัมผัสมากกว่าปกติ อาการเหล่านี้มักจะดีขึ้นเมื่อเวลาผ่านไป
  • รู้สึกตึงหรือแน่นหน้าอก : โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากมีการเสริมซิลิโคนแบบใต้กล้ามเนื้อ อาจรู้สึกตึงและแน่นหน้าอกเนื่องจากเนื้อเยื่อกำลังปรับตัวเข้ากับซิลิโคน
  • มีของเหลวซึมเล็กน้อย : บริเวณแผลผ่าตัดอาจมีน้ำเหลืองใสๆ หรือมีเลือดปนเล็กน้อยซึมออกมา ซึ่งเป็นเรื่องปกติในช่วง 1-2 วันแรก

 

การดูแลตัวเองในช่วง 7 วันแรก

การดูแลตนเองอย่างถูกวิธีในช่วง 7 วันแรกมีความสำคัญต่อผลลัพธ์และความปลอดภัยในการฟื้นตัว

  • พักผ่อนให้เพียงพอ : การนอนหลับพักผ่อนอย่างน้อย 7-8 ชั่วโมงต่อคืน ช่วยให้ร่างกายฟื้นตัวได้เร็วขึ้น ควรนอนหงายและยกศีรษะสูงเล็กน้อย
  • ประคบเย็น : ในช่วง 2-3 วันแรก สามารถประคบเย็นบริเวณรอบๆ หน้าอก หลีกเลี่ยงบริเวณแผลโดยตรง เพื่อช่วยลดอาการบวมและฟกช้ำ
  • รับประทานยาตามแพทย์สั่ง : โดยเฉพาะยาปฏิชีวนะ ยาแก้ปวด และยาลดบวม เพื่อป้องกันการติดเชื้อและบรรเทาอาการไม่สบายตัว
  • หลีกเลี่ยงการยกของหนัก : งดกิจกรรมที่ต้องใช้แรงแขนหรือหน้าอกมากเกินไป เช่น การยกของหนัก การผลัก ดึง หรือการออกกำลังกายที่เน้นช่วงบนของร่างกาย
  • นอนยกหัวสูง : นอนหนุนหมอนให้สูงขึ้น เพื่อลดอาการบวม ท่านี้ช่วยให้ของเหลวไม่คั่งค้างบริเวณหน้าอกตามหลักแรงโน้มถ่วง ทำให้แผลยุบบวมได้เร็วยิ่งขึ้น
  • ใส่ยกทรงซัพพอร์ต : สวมยกทรงที่แพทย์แนะนำตลอดเวลา ตามคำแนะนำของแพทย์ อาจรวมถึงเวลานอน เพื่อช่วยพยุงเต้านม ลดการเคลื่อนไหว และช่วยให้ซิลิโคนเข้าที่
  • หลีกเลี่ยงการสัมผัสแผล : ไม่ควรสัมผัส ลูบคลำ หรือแกะแผลโดยไม่จำเป็น เพราะอาจนำไปสู่การติดเชื้อหรือทำให้แผลแยกได้
  • รักษาความสะอาด : ทำความสะอาดแผลตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด หากแพทย์แนะนำให้เปลี่ยนผ้าก๊อซหรือทำแผลเองที่บ้าน ให้ปฏิบัติตามขั้นตอนที่ถูกต้องเพื่อสุขอนามัยที่ดี
  • หลีกเลี่ยงการสูบบุหรี่และดื่มแอลกอฮอล์ : สารนิโคตินและแอลกอฮอล์มีผลกระทบโดยตรงต่อระบบไหลเวียนโลหิต ซึ่งอาจรบกวนกระบวนการหายของแผล ทำให้แผลหายช้าลง
  • ปรึกษาแพทย์หากมีอาการผิดปกติ : หากคุณมีอาการปวดรุนแรงขึ้น มีอาการบวมแดงร้อน หรือมีของเหลว เช่น หนอง หรือเลือดไหลออกมาจากแผลมากผิดปกติ ควรรีบปรึกษาแพทย์ทันที

 

ข้อควรระวังการดูแลอาการหลังเสริมอก 7วัน

แม้ว่าอาการข้างต้นจะเป็นเรื่องปกติ แต่ก็มีบางสัญญาณที่บ่งบอกถึงความผิดปกติที่ต้องรีบปรึกษาแพทย์ทันที ได้แก่

  • อาการปวดอย่างรุนแรงและไม่ทุเลาลง : แม้จะรับประทานยาแก้ปวดแล้วก็ตาม
  • มีไข้สูง : อาจเป็นสัญญาณของการติดเชื้อ
  • แผลบวมแดงร้อนผิดปกติ : หรือมีหนอง ของเหลวปริมาณมากซึมออกมาจากแผล
  • หน้าอกมีขนาดหรือรูปร่างผิดปกติ : หรือรู้สึกตึงแข็งมากผิดปกติ
  • มีอาการแน่นหน้าอก หายใจลำบาก : คลื่นไส้อาเจียน หรืออาการผิดปกติอื่นๆ ที่รุนแรง

ข้อควรจำของอาการหลังเสริมอก 7วัน

ในช่วง 7 วันแรกหลังการผ่าตัดเสริมหน้าอก เป็นช่วงเวลาสำคัญที่ร่างกายกำลังฟื้นตัวและปรับสภาพ ซึ่งอาการที่เกิดขึ้นอาจแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล ดังนั้น การปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์จึงเป็นสิ่งสำคัญ

  • อาการหลังเสริมหน้าอกของแต่ละคนอาจแตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับปัจจัยเฉพาะบุคคลและการผ่าตัด
  • การดูแลตัวเองอย่างเหมาะสมจะช่วยให้แผลหายเร็วและผลลัพธ์เป็นที่น่าพอใจ รวมถึงการใส่ยกทรงซัพพอร์ตและการพักผ่อนให้เพียงพอ
  • หลีกเลี่ยงการสัมผัสหรือแกะแผล และรักษาความสะอาดตามคำแนะนำแพทย์อย่างเคร่งครัดงดสูบบุหรี่และแอลกอฮอล์ เพราะสิ่งเหล่านี้จะรบกวนกระบวนการหายของแผลโดยตรง
  • ปรึกษาแพทย์ทันทีหากมีอาการผิดปกติ เช่น ปวดรุนแรง มีไข้ หรือแผลบวมแดงร้อนผิดปกติ

สรุป อาการหลังเสริมอก 7วัน มีอะไรบ้าง?

อาการหลังเสริมอก 7 วัน ที่พบบ่อยคือความรู้สึกปวด บวม ฟกช้ำ และแน่นหน้าอก ซึ่งเป็นกระบวนการฟื้นตัวตามปกติ การดูแลตัวเองอย่างเคร่งครัดจึงเป็นสิ่งสำคัญที่สุด โดยเน้นการพักผ่อนให้เพียงพอ การนอนยกศีรษะสูงเพื่อลดบวม และการใส่ซัพพอร์ตบราตลอดเวลา รวมถึงการรับประทานยาตามที่แพทย์สั่งอย่างครบถ้วน ขณะเดียวกัน ควรหลีกเลี่ยงการยกของหนัก การสัมผัสแผลโดยไม่จำเป็น และงดการสูบบุหรี่หรือดื่มแอลกอฮอล์โดยเด็ดขาด เพราะจะส่งผลต่อการหายของแผลโดยตรง ทั้งนี้ ควรสังเกตสัญญาณผิดปกติ เช่น มีไข้สูง ปวดรุนแรงไม่ทุเลา หรือแผลบวมแดงร้อน หากพบควรรีบปรึกษาแพทย์ทันที เพื่อให้การฟื้นตัวเป็นไปอย่างปลอดภัยและได้ผลลัพธ์ที่ดี

Post Comment



- view all -

THE HIGHLIGHTER

- view all -