Review Clarins Facial Lift Total Contouring Serum หน้าสวยได้รูปแบบไม่ง้อโบท็อกซ์ !!

สวัสดีค่ะเพื่อนๆ วันนี้ชามาอีกแล้ว แน่นอนต้องมีอะไรเลิศๆดีๆมาฝากทุกคนอย่างแน่นอนค่ะ ไปไหนสมัยนี้ การถ่ายรูปลง Facebook หรือว่า Instagram ถ้าไม่ได้ทำ ก็เป็นเหมือนขาดอะไรไปเนอะ แต่เคยเป็นม่ะ กว่าจะได้ซักรูปที่เราสวยถูกใจหน้าไม่บานแสนยาก ต้องเอียงหน้า 45 องศา ให้หน้าดูวี สวยได้รูปไม่บาน ใครเป็นเหมือนชาบ้าง กว่าจะได้นิเมื่อยแขนเลย ถ่ายเป็น 10 ใช้รูปเดียว ฮ่าๆ สาเหตุก็มีหลายปัจจัย ทั้งอาหาร การบวมน้ำ แม้กระทั่งการสะสมในรูปแบบของไขมัน และสิ่งแวดล้อมอื่นๆ
ชามีเซรั่มที่ใช้แล้วรู้สึกชอบมากมาแนะนำเพื่อนๆค่ะ Clarins Facial Lift Total Contouring Serum เซรั่มยกระชับเนื้อเนียนบางเบา ช่วยยกกระชับ ปรับใบหน้าให้ดูได้รูปพร้อมปกป้องผิวจากจุดด่างดำ และช่วยให้ใบหน้าดูเปล่งปลั่งและใสกระจ่าง แต่ที่เด็ดคือสร้าง V-line ให้กับรูปหน้าค่ะ

ด้วยสารสกัดจาก 3 พลังประสิทธิภาพจากธรรมชาติ
Guarana Extract ทำหน้าที่โดยตรงในการสลายไขมันส่วนเกิน โดยช่วยให้ caffeine ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นถึงกว่า 60% โดยทำหน้าที่ปลดล็อคเนื้อเยื่อโปรตีนเพื่อเปิดโอกาสให้เกิดการสลายไขมัน ไขมันส่วนเกินจะแตกตัวและถูกขจัดออกมาสู่ระบบไหลเวียน
Zerumbet Ginger Extract ทำหน้าที่ขจัดของเหลวส่วนเกิน ด้วยคุณสมบัติในการสลายของเสียตามธรรมชาติ จะช่วยกระตุ้นระบบการไหลเวียนโลหิตและน้ำเหลือง เพื่อขจัดของเสียส่วนเกิน สาเหตุของใบหน้าที่บวมไม่ได้รูป
Kaki Extract ทำหน้าที่ปรับรูปหน้าให้ได้สัดส่วน ทุกมุมมอง โดยจะยับยั้งการขยายตัวของเซลล์ไขมัน โดยเฉพาะบริเวณจุดสำคัญทั้ง 5 ที่ทำให้ใบหน้าดูไร้มิติ ไม่ได้รูป



เป็นเซรั่มเนื้อบางเบา ซึมง่ายมาก ไม่เหนอะหนะ มีกลิ่นหอมอ่อนๆ เป็นกลิ่นเฉพาะตัวของ Clarins
ซึ่งเป็นกลิ่นที่สดชื่น ทาแล้วเหมือนหลุดไปในดินแดนแห่งสปา หอมแบบธรรมชาติ
รู้สึกผ่อนคลายสุดๆ ทำให้หลับสบายคลายเครียด เชื่อว่าทุกคนต้องชอบ เหมือนชานะ
วิธีการใช้
กดเซรั่มออกมา 3-4 ปั้ม ใช้เป็นเซรั่มตัวแรก ทั้งเช้าและก่อนนอน
แนะนำให้ใช้ท่านวดนี้ควบคู่กับผลิตภัณฑ์ Clarins Facial Lift Total Contouring Serum ซึ่งจะเห็นผลได้อย่างชัดเจนภายใน 3 นาที ท่านวดที่ได้รับการออกแบบมาอย่างพิถีพิถันนี้จะช่วยกระตุ้นการขับน้ำ และของเหลวของเสียต่างๆ ทำให้ผิวหน้าเบาสบายขึ้น และรูปหน้าดูกระชับยิ่งขึ้นค่ะ
นวดแบบที่ 1
หลังจากกดเซรั่มออกมาแล้วทำการวอร์มครีมที่ฝ่ามือเล็กน้อย โดยเอามือทั้งสองประกบกันคลึงฝ่ามือ นำครีมลูบทั่วใบหน้า หนึ่งครั้งโดยไม่กด
จากนั้นทำตามรูปได้เลยค่ะ เอาศอกวางไว้บนหน้าขา ก้มศีรษะลงและฝ่ามืออยู่บนหน้าผาก ชาแนะนำให้นั่งที่เก้าอี้นะคะเวลาทำจะง่ายกว่า

Forehead
หน้าผาก – ใช้ฝ่ามือทั้ง 2 ข้าง วางแนบบริเวณหน้าผาก ทิ้งน้ำหนักศีรษะลงบนฝ่ามือ ค้างไว้ประมาณ 5 – 10 วินาที
ประโยชน์ – ช่วยให้ผิวเรียบเนียนและชะลอการเกิดริ้วรอยบริเวณหน้าผาก

The eyes
รอบดวงตา – เลื่อนสันฝ่ามือลงมา ให้ฝ่ามือทาบบริเวณรอบดวงตา ทิ้งน้ำหนักศีรษะลงบนฝ่ามือ ค้างไว้ประมาณ 15 วินาที
ประโยชน์ – ช่วยให้ผิวรอบดวงตาเรียบเนียน ลดรอยบวมรอยคล้ำและถุงน้ำรอบดวงตา ท่านี้จะช่วยผ่อนคลายความอ่อนล้าอันเนื่องมาจากการใช้สายตาและอายุที่เพิ่มขึ้น สามารถค้างท่านี้ไว้ได้นานเท่าที่ต้องการค่ะ

The cheeks
แก้ม – เลื่อนฝ่ามือลงมาบริเวณแก้มทั้ง 2 ข้าง ทิ้งน้ำหนักศีรษะลงบนฝ่ามือ ค้างไว้ประมาณ 15 วินาที
ประโยชน์ – ท่านี้ช่วยขจัดของเหลวคั่งค้างใต้ผิว ตัวการที่ทำหน้าใบหน้าดูอิ่ม กลม

The Chin & Jaw line
คางและแนวกราม – วางฝ่ามือแนบบริเวณคางและแนวกรามทั้ง 2 ข้าง ทิ้งน้ำหนักศีรษะ ค้างไว้ประมาณ 15 วินาที
ประโยชน์ – ท่านี้แนะนำสำหรับผู้มีวงหน้าที่ดูหนัก ช่วยขจัดของเหลวคั่งค้างบริเวณแนวคาง

The Base of Neck and ears
แนวไรผมและหู – วางฝ่ามือทาบบริเวณไรผมข้างหูทั้ง 2 ข้าง ใช้นิ้วโป้งเกี่ยวใบหูไว้แล้ว ทิ้งน้ำหนักศีรษะทั้งหมดค้างไว้ประมาณ 10 – 15 วินาที จากนั้นเลือนฝ่ามือทั้ง 2 ข้างขึ้นไปวางไว้ทาบหู ทิ้งน้ำหนักศีรษะทั้งหมดอีกครั้งค้างไว้ 10 วินาที
ประโยชน์ – ท่านี้ช่วยกระตุ้นขบวนการตามธรรมชาติให้ขจัดของเหลวคั่งค้างใต้ผิว เพื่อผิวหน้าที่ดูกระชับ เสริมใบหน้าให้ดูเรียวได้รูป
นวดแบบที่ 2
ทำมือแบบจีบใช้สามนิ้วที่เหลือประกบที่ข้างแก้มพอดีกับแนวกราม




ใช้ฝ่ามือด้านขวาประกบตรงช่วงกรามด้านขวา เอียงหน้าไปทางด้านขวา 90 องศา ทิ้งไปประมาณ 10 วินาที
ทำสัลับกับด้านซ้าย โดยใช้ฝ่ามือด้านซ้ายประกบตรงช่วงกรามด้านซ้าย เอียงหน้าไปทางด้านซ้าย 90 องศา ทิ้งไปประมาณ 10 วินาที ทำข้างละ 5 ครั้ง
ประโยชน์ – ท่านี้เพื่อช่วยผิวหน้าที่ดูกระชับ เสริมใบหน้าให้ดูเรียวได้รูป
ชาได้ทำการวัดหน้าก่อนใช้นะคะ
มาดูผลสรุปกันหลังจากใช้ 1 เดือน
Before

วัดจากรูจมูกถึงติ่งหูด้านซ้าย 12.5 ซม.
วัดจากรูจมูกถึงติ่งหูด้านขวา 12.5 ซม.
ติ่งหูขวาใต้คางถึงติ่งหูซ้าย 21 ซม.
2 Weeks

After One Month

วัดจากรูจมูกถึงติ่งหูด้านซ้าย 12.2 ซม.
วัดจากรูจมูกถึงติ่งหูด้านขวา 12 ซม.
ติ่งหูขวาใต้คางถึงติ่งหูซ้าย 20 ซม.
ความรู้สึกตอนใช้
- วันแรกๆ หน้าจะรู้สึกตึง แบบเด้งๆนะ ไม่ใช่แบบแห้งตึงนะ ฮ่าๆ ไม่รู้ว่าคิดไปเองไหม แต่ชาชอบนะ
จะอุ่นนิดหน่อย อาจด้วยความร้อนจากฝ่ามือของคนเรา ยิ่งทำให้ครีมซึมได้ดีเพิ่มประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
- ใช้มาประมาณ 2 อาทิตย์รู้สึกหน้าเข้ารูปขึ้นค่ะ อาจไม่ได้เห็นชัดเจนมาก แต่พอสังเกตุช่วงคางกับกรามเหมือนมันเข้ารูปขึ้นเนื้อช่วงแก้มก็กระชับขึ้นไม่ป่องและย้อยนะ
- หน้าไม่บวมน้ำหลังตื่นนอน รู้สึกว่าผิวรอบดวงตาดูกระชับขึ้น ผิวรอบดวงตากระจ่างใส เรียบเนียนขึ้นด้วย แก้มดูยกกระชับ บริเวณคางส่วนเกินลดลง ใบหน้าเรียวกระชับเข้ารูป ผิวหน้าดูสว่าง สดใส สุขภาพดีเป็นธรรมชาติค่ะ
- ส่วนน้ำหนักก็เท่าเดิมค่ะ ตอนแรกก็ไม่เชื่อเหมือนกันว่าจะลดได้ แต่เมื่อสังเกตุ และกลับไปดูรูปหน้าตรงเก่าๆมาเทียบดูก็แอบแปลกใจค่ะ
ข้อดี
- ได้ผลจริงค่ะ แต่ต้องใช้สักระยะหนึ่งอย่างต่อเนื่องและผลอาจไม่ชัดเจนเท่าโบท็อกซ์นะคะ แต่สำหรับเราผลเป็นที่น่าพอใจค่ะ
- สิ่งที่ชาชอบคือการใช้ผลิตภัณฑ์ตัวนี้ ด้วยการนวด เหมือนเป็นการบังคับตัวเองให้นวดหน้าไปด้วย
- ชอบเนื้อของผลิตภัณฑ์ที่ซึมหายไปอย่างรวดเร็ว
- ทาแล้วหน้าไม่มันเพิ่ม ไม่กระทบต่อการแต่งหน้า
ข้อเสีย
- มีน้ำหอม ส่วนตัวชอบกลิ่นนี้นะ แต่คนที่แพ้อาจต้องลองก่อนค่ะ
เกือบลืมบอกเลย Clarins Facial Lift Total Contouring Serum ราคา 2,950 บาท / 50 ml
ไปลองกันได้นะคะที่เคาเตอร์ หรือขอขนาดทดลองมาใช้ดูได้ว่าแพ้ไหม
**ผลที่ได้อาจจะขึ้นอยู่กับสภาพผิวและรูปหน้าของแต่ละบุคคลด้วยนะคะ**

วันนี้ชาไปก่อนเนอะ ว่าจะไปถ่ายรูปเล่น จากนี้ไปไม่ต้องพึ่งแอพหรือใช้บรอนเซอร์ปัดเก็บเหนียงแล้ว อิอิ
ไว้เจอกันใหม่จร้า ^^
ขอบคุณที่แวะเข้ามาทักทาย ติชมกันได้นะคะ
| Tweet |
ปลูกผมกราฟละเท่าไร ต้องใช้กี่กราฟ เช็คสภาพผมก่อนตัดสินใจ
- ปลูกผมกี่กราฟ ต้องดูอะไรบ้าง
- การคำนวณกราฟในการปลูกผม
- การคำนวณจำนวนกราฟโดยประมาณในแต่ละพื้นที่
- ปลูกผมกราฟละเท่าไหร่ ส่องราคาปลูกผมที่ APEX
- สรุป ปลูกผมกราฟละเท่าไหร่ ทำที่ไหนดี
การตัดสินใจปลูกผมถือเป็นการลงทุนที่สำคัญทั้งด้านเวลาและค่าใช้จ่าย การทำความเข้าใจเกี่ยวกับราคาต่อกราฟ จำนวนกราฟที่ต้องใช้ และการประเมินสภาพผมเบื้องต้นจึงเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งก่อนเริ่มกระบวนการ เพื่อให้การตัดสินใจของคุณสามารถตอบโจทย์ความต้องการได้ บทความนี้จะพาไปดูว่า ปลูกผมกราฟละเท่าไหร่ มีปัจจัยอะไรบ้างที่ส่งผลต่อราคาปลูกผม และวิธีการคำนวณจำนวนกราฟที่เหมาะสมกับปัญหาผมของแต่ละคน รวมถึงขั้นตอนสำคัญในการเช็คสภาพผมว่าเหมาะที่จะทำการปลูกผมหรือไม่
ปลูกผมกี่กราฟ ต้องดูอะไรบ้าง
การกำหนดจำนวนกราฟที่ต้องใช้ในการปลูกผมนั้นมีความสำคัญมาก เพราะไม่เพียงแต่จะส่งผลต่อความสวยงามของผลลัพธ์เท่านั้น แต่ยังรวมถึงงบประมาณและจำนวนกราฟที่ใช้ในการปลูกผมด้วย ดังนั้น การประเมินจำนวนกราฟที่เหมาะสมจึงต้องพิจารณาจากหลายปัจจัย ดังนี้
- ระดับความรุนแรงของปัญหาผมร่วง แพทย์จะใช้มาตรวัดมาตรฐาน เช่น Norwood Scale เพื่อจำแนกระดับของศีรษะล้านอย่างเป็นระบบและสากล ซึ่งระดับที่รุนแรงกว่า (เช่น Norwood 4 ขึ้นไป) ย่อมต้องการจำนวนกราฟที่สูงกว่าเพื่อปกคลุมพื้นที่ที่กว้างขึ้น
- ขนาดของพื้นที่ที่ต้องการปลูกผม แพทย์จะทำการวัดขนาดพื้นที่เป็นตารางเซนติเมตร (cm2) ที่ต้องการปลูกผมใหม่ โดยพื้นที่ที่กว้างกว่าจะต้องใช้จำนวนกราฟที่มากกว่า ซึ่งเป็นพื้นฐานในการคำนวณจำนวนกราฟเริ่มต้น
- ความหนาแน่นที่ต้องการ ความหนาแน่นที่ผู้รับบริการต้องการมีผลอย่างมากต่อจำนวนกราฟต่อตารางเซนติเมตร หากต้องการความหนาแน่นสูงมาก (เช่น 50−60 กราฟต่อ cm2) ก็จะใช้จำนวนกราฟรวมที่มากขึ้น
- คุณภาพและปริมาณของรากผม นี่คือปัจจัยจำกัดที่สำคัญที่สุด เพราะต้องประเมินว่ามีกราฟผมที่แข็งแรงบริเวณท้ายทอยและด้านข้างมากพอที่จะนำมาใช้ โดยที่พื้นที่ที่เก็บรากผมไม่ดูบางลง
- ลักษณะของเส้นผมเดิม เส้นผมที่มีความหนา (ผมเส้นใหญ่) หรือผมที่หยิก/หยักศก จะช่วยสร้างความหนาแน่นในการปลูกผมได้ดีกว่า ทำให้สามารถใช้จำนวนกราฟที่น้อยกว่าได้เล็กน้อย
- งบประมาณของผู้รับบริการ จำนวนกราฟส่งผลโดยตรงต่อค่าใช้จ่ายทั้งหมด การกำหนดจำนวนกราฟจึงต้องพิจารณาให้อยู่ในงบประมาณที่ตั้งไว้ หรืออาจต้องแบ่งการปลูกผมออกเป็นหลายครั้งหากปัญหาผมร่วงหรือหัวล้านรุนแรง
การคำนวณกราฟในการปลูกผม
จำนวนกราฟที่ใช้ในการปลูกผมต้องประเมินโดยแพทย์ เนื่องจากมีหลายปัจจัยที่ต้องคำนึงถึง ไม่ว่าจะเป็นขนาดพื้นที่ที่ต้องการปลูก ความหนาแน่นของผมที่เหลืออยู่ในบริเวณนั้น รวมถึงปริมาณเส้นผมที่สามารถนำมาจากท้ายทอยได้อย่างปลอดภัย เพราะหากนำออกมากเกินไป อาจทำให้บริเวณท้ายทอยบางหรือเกิดความไม่สมดุลของเส้นผมได้
โดยทั่วไปในหนังศีรษะพื้นที่ 1 ตารางเซนติเมตร มักจะมีเส้นผมอยู่ประมาณ 60–90 กราฟ แต่การปลูกผมจะไม่สามารถเติมให้หนาแน่นเท่าปกติ เนื่องจากกราฟที่นำมาใช้มีข้อจำกัด แพทย์จึงคำนวณและจัดสรรความหนาแน่นใหม่ โดยปลูกในระดับประมาณ 35–50 กราฟต่อตารางเซนติเมตร เพื่อให้ผลลัพธ์ออกมาดูเป็นธรรมชาติ และสอดคล้องกับลักษณะปัญหาของแต่ละคน
การคำนวณจำนวนกราฟโดยประมาณในแต่ละพื้นที่
การปลูกผมกราฟละเท่าไหร่ โดยในแต่บริเวณบนศีรษะจะใช้จำนวนกราฟที่ไม่เท่ากัน เนื่องจากแต่ละบริเวณมีจำนวนและความหนาแน่นของเส้นผมที่แตกต่างกัน ซึ่งในแต่บริเวณใช้จำนวนกราฟในการปลูกผมโดยประมาณ ดังนี้
- พื้นที่ 1 (แนวไรผมด้านหน้า) ใช้ประมาณ 500–800 กราฟ
- พื้นที่ 2 (ด้านหน้าผากกว้าง) ใช้ประมาณ 1,000–1,200 กราฟ
- พื้นที่ 3 (กลางศีรษะบาง) ใช้ประมาณ 1,200–1,500 กราฟ
- พื้นที่ 4 (ด้านข้างกระหม่อม) ใช้ประมาณ 1,000–1,200 กราฟ
- พื้นที่ 5 (กระหม่อมกว้าง/บางชัดเจน) ใช้ประมาณ 1,500 กราฟ
- พื้นที่ 6 (ด้านหลังกลางศีรษะกว้าง) ใช้ประมาณ 1,500–1,800 กราฟ
ปลูกผมกราฟละเท่าไหร่ ส่องราคาปลูกผมที่ APEX
หลายคนอาจมีคำถามว่า ปลูกผมกราฟละเท่าไหร่ โดยราคาปลูกผมต่อกราฟแบบปกติอยู่ที่ประมาณราคา 120 บาทต่อกราฟ อย่างไรก็ตาม ราคานี้เป็นราคาพื้นฐานและอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ การคำนวณค่าใช้จ่ายปลูกผมขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย ทั้งจำนวนกราฟทั้งหมดที่แพทย์ประเมิน เทคนิคการปลูกผมที่เลือกใช้ รวมถึงโปรโมชัน ณ ช่วงเวลาต่าง ๆ ดังนั้น สิ่งที่สำคัญที่สุดคือการปรึกษาแพทย์และสอบถามราคาพร้อมรายละเอียดค่าใช้จ่ายทั้งหมดก่อนการตัดสินใจทำหัตถการ
สรุป ปลูกผมกราฟละเท่าไหร่ ทำที่ไหนดี
การปลูกผมแบบคิดกราฟละเท่าไหร่ แม้จะทำให้เห็นราคาชัดเจน แต่หากราคาถูกเกินไปอาจแฝงความเสี่ยง ทั้งเรื่องมาตรฐานและผลลัพธ์ที่ไม่เป็นธรรมชาติ ดังนั้นการเลือกสถานพยาบาลหรือคลินิกที่ได้มาตรฐาน มีแพทย์ดูแล และใช้อุปกรณ์ที่ปลอดเชื้อจึงสำคัญที่สุด ไม่ว่าจะปลูก 1,000 หรือ 3,000 กราฟ ก็ควรให้ความสำคัญกับคุณภาพมากกว่าราคาเพียงอย่างเดียว

