สวัสดีค่ะ วันนี้ หลีจะมาแชร์ประสบการณ์ จากกิจกรรม OLIA The Makeover โดย Garnier Olia ค่ะ
หลีเป็นคนที่เปลี่ยนสีผมมาหลายสีเหมือนกันนะคะเพราะหลีคิดว่าการเปลี่ยนสีผมนอกจากเป็นการเสริมความมั่นใจของเราแล้วยังเป็นการเปลี่ยนบุคลิก และยังสนุกกับสีสัน รวมไปถึงการแต่งตัว แต่งหน้าที่จะสนุกมากยิ่งขึ้นด้วยค่ะ
สำหรับเรื่องการเปลี่ยนสีผมมีคนถามเยอะมากกกก“หลี! ไม่กลัวผมเสียหรอ?!” ตอบเลย กลัวสิคะ
แน่นอนค่ะหลีเชื่อว่าทุกคนคงจะคิดหนัก กุมขมับแน่ๆ ถ้าสนุกกับการเปลี่ยนสีผมแต่ต้องเผชิญกับปัญหาผมเสีย =3=” หลีเข้าใจค่ะเพราะก็นานเนอะกว่าผมเราจะยาว ก่อนหน้านี้หลีก็คิดว่าเวลาผมเราเสียจากการทำสีผมเนี่ย เราก็ต้องเว้นๆไปสัก 3 เดือน ถึงจะกล้าเปลี่ยนสีผมอีกครั้ง เพราะผมนี่เสียมากก แห้งกรอบไปหมดเลย แต่หลังจากได้ลอง การ์นิเย่ โอเลีย แล้วนั้นความคิดเปลี่ยนเลย เฮ้ยยย!!!! ของเขาดีจริงๆนะกล้าท้าให้จับผมเลย
กิจกรรมนี้ก็ได้ทำความรู้จักกับผลิตภัณฑ์การ์นิเย่ โอเลีย มากขึ้นค่ะว่าเป็นครีมเปลี่ยนสีผมสูตรไม่มีแอมโมเนีย ที่ใช้น้ำมันสกัดจากดอกไม้ทำให้ผมไม่เสีย และยังมีกลิ่นหอมค่ะ ได้ร่วมพิสูจน์ความแตกต่าง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของกลิ่น จากกล่องปริศนาและสัมผัสของเส้นผมหลังทำสีที่แตกต่างอย่างเห็นได้ชัดด้วยการสัมผัสผมที่ผ่านการทำสีของนางแบบอีกด้วยยังไม่หมดเท่านี้นะคะ
เพราะกิจกรรมนี้ยังมีกูรูสาวสวยอย่างพี่ทราย Mhunoiiiมาให้คำแนะนำในเรื่องการแต่งหน้าให้เข้ากับสีผมใหม่ ที่เรากำลังจะได้เปลี่ยนกันด้วยค่ะ



มาถึงเคล็ดลับระหว่างการทดลองทำสีจากกิจกรรมนะคะหลีได้เทคนิคมาก็คือการที่จะให้ได้สีผมสม่ำเสมอ และทั่วทุกเส้นนั้นพื้นสีผมเดิมของเรามีส่วนสำคัญมากค่ะเพราะสีตามหน้ากล่องเป็นสีที่ได้จากการทำผมสีสว่าง ดังนั้นถ้าเพื่อนๆคนไหนพื้นผมก่อนทำสีเป็นสีดำ หรือน้ำตาลเข้มธรรมชาติหละก็ อยากได้สี Intense Copper แบบหลีคงจะไม่ได้นะคะแต่อย่างเพิ่งตกใจนะคะ ว่าไม่สวย เดี๋ยวมีภาพประกอบให้ดูว่าสีนี้ พื้นสีผมไม่สว่างมาก ก็สวยได้เหมือนกันค่ะ เรื่องถัดมาก็เป็นเรื่องของปริมาณที่ใช้รวมถึงเวลาค่ะ

สำหรับเพื่อนๆที่ชอบGarnier Olia No. 7.40 Intense Copper หลีก็อยากแนะนำว่าสิ่งที่ต้องมีก็คือความมั่นใจค่ะ ^_^ สีนี้แซ่บมากนะพูดเลยพอทำสีนี้แล้วอาจจะงงๆว่าแต่งหน้ายังไงดี เราสามารถใช้ Eye Shadow สีส้มเขียนคิ้วได้ค่ะ และเพื่อนๆสามารถเพิ่มความสดใสด้วยปากสีสดใสก็ให้ลุคซนๆน่ารักไปอีกแบบค่ะแต่ที่อยากจะบอกก็คือ ผมสีนี้ทำแล้วหน้าสว่างขึ้นมากกกกต้องระวังออร่าเวลาถ่ายรูปกับเพื่อนนะคะ เพราะเราจะดูขาวเวอร์ สว่างวิ้งค์พริ้มพราวเลยทีเดียว
ยังไงหลีต้องขอบคุณGARNIERมากๆนะคะ ที่ทำให้หลีได้เป็นส่วนหนึ่งของ กิจกรรม OLIA TheMakeover และขอเป็นอีกหนึ่งเสียงที่มั่นใจ และไว้ใจ การ์นิเย่โอเลีย ให้เป็นครีมเปลี่ยนสีผมในดวงใจเลยค่ะ อยากให้ทุกคนได้พิสูจน์แล้วเพื่อนจะหลงรักการ์นิเย่ โอเลีย เหมือนหลีค่ะ
| Tweet |
โปรแกรม Hifu ราคาเท่าไหร่ ช่วยเรื่องอะไรบ้าง เลือกแบบไหนให้คุ้มค่า
- เครื่องโปรแกรม Hifu แต่ละรุ่นราคาเท่าไหร่ที่ APEX
- ปัจจัยที่ทำให้โปรแกรม Hifu ราคาแตกต่างกัน
- เลือกโปรแกรม Hifu แบบไหนให้คุ้มค่ากับราคา
- โปรแกรม Hifu คืออะไร มีหลักการทำงานอย่างไร
- โปรแกรม Hifu ช่วยแก้ปัญหาผิวเรื่องอะไรได้บ้าง
- ใครบ้างที่เหมาะกับการทำโปรแกรม Hifu
- สรุป เลือกโปรแกรม Hifu ราคาแบบไหนให้คุ้มค่าคุ้มราคา
หลายคนที่กำลังสนใจการยกกระชับผิวหน้าและปรับรูปทรงหน้าให้เรียวขึ้น อาจเคยได้ยินชื่อเทคโนโลยี โปรแกรม Hifu ซึ่งถือเป็นหัตถการที่ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลาย เนื่องจากช่วยแก้ไขปัญหาความหย่อนคล้อยได้โดยไม่ต้องผ่าตัด แต่สิ่งที่หลายคนอยากรู้มากที่สุดคือ โปรแกรม Hifu ราคาอยู่ที่เท่าไหร่ และแตกต่างกันอย่างไรในแต่ละคลินิก การทำโปรแกรม Hifu ไม่เพียงแต่ช่วยให้ผิวดูตึงกระชับขึ้นเท่านั้น แต่ยังมีประโยชน์หลายด้านที่ควรรู้ก่อนตัดสินใจ อีกทั้งการเลือกโปรแกรมที่เหมาะสมและคุ้มค่าก็เป็นสิ่งสำคัญ เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ตอบโจทย์ความต้องการและงบประมาณของแต่ละคน บทความนี้จะพาไปเจาะลึกทั้ง โปรแกรม Hifu ราคาเท่าไหร่ ปัจจัยที่ส่งผลต่อราคา และแนวทางเลือกให้คุ้มค่าที่สุด
เครื่องโปรแกรม Hifu แต่ละรุ่นราคาเท่าไหร่ที่ APEX
ที่ APEX เราเข้าใจดีว่าปัญหาผิวและความต้องการของแต่ละบุคคลนั้นแตกต่างกัน โปรแกรม Hifu ราคาของแต่ละรุ่นมีจุดเด่นและเทคโนโลยีที่แตกต่างกันออกไป เพื่อให้สามารถตอบโจทย์การยกกระชับและฟื้นฟูผิวได้ ซึ่งเครื่องโปรแกรม Hifu แต่ละรุ่นมีราคา ดังนี้
- โปรแกรม Ulthera Prime ราคาอยู่ที่ 18,000 บาท/100 ช็อต เป็นเทคโนโลยีที่ส่งพลังงานลงลึก เพื่อการยกกระชับใบหน้า และมีหน้าจอแสดงผลช่วยให้แพทย์สามารถมองเห็นชั้นผิวขณะรักษา
- โปรแกรม Ulthera SPT ราคาอยู่ที่ 9,900 บาท/100 ช็อต เป็นเทคโนโลยี SPT ที่ช่วยให้แพทย์มองเห็นชั้นผิวแบบเรียลไทม์ เพื่อผลลัพธ์ที่ดีเฉพาะบุคคล
- โปรแกรม Ultraformer III ราคาอยู่ที่ 5,000 บาท/100 ช็อต เป็นเทคโนโลยีที่ให้พลังงานคงที่และสม่ำเสมอ สามารถยกกระชับได้ทั้งใบหน้าและลำตัว
- โปรแกรม Ultraformer MPT ราคาอยู่ที่ 5,000 บาท/100 ช็อต เป็นเทคโนโลยีที่พัฒนาให้ปล่อยพลังงานได้ต่อเนื่อง ทำให้เจ็บน้อยลงและใช้เวลาทำสั้นลงกว่าเดิม
แนะนำให้ติดต่อสอบถามโปรแกรม Hifu ราคาโดยตรง ณ วันที่เข้ารับบริการ เพื่อรับข้อมูลโปรโมชันล่าสุดและปรึกษาค่าใช้จ่ายที่เหมาะสมกับปัญหาผิวของคุณโดยเฉพาะ
ปัจจัยที่ทำให้โปรแกรม Hifu ราคาแตกต่างกัน
โปรแกรม Hifu ราคาจะแตกต่างกันไปตามปัจจัยหลายอย่าง ซึ่งการทำความเข้าใจปัจจัยเหล่านี้จะช่วยให้ประเมินโปรแกรม Hifu ราคาได้อย่างคุ้มค่า โดยปัจจัยหลักที่ส่งผลต่อราคา มีดังนี้
- ยี่ห้อและรุ่นของเครื่องโปรแกรม Hifu เครื่อง Hifu มีหลายยี่ห้อจากหลายประเทศ ซึ่งแต่ละยี่ห้อมีเทคโนโลยีและประสิทธิภาพที่แตกต่างกัน เครื่องที่ผ่านการรับรองจะให้ผลลัพธ์ที่ดีและความเสี่ยงน้อยกว่า ทำให้มีราคาสูงกว่าเครื่องเลียนแบบที่อาจไม่มีคุณภาพและเสี่ยงต่อการเกิดปัญหา
- จำนวนช็อต (Line) ที่ใช้ โปรแกรม Hifu ราคาส่วนใหญ่จะคิดตามจำนวนช็อตที่ใช้ในการรักษา ยิ่งต้องการแก้ปัญหาในพื้นที่กว้าง หรือผิวหย่อนคล้อยมากเท่าไหร่ ก็ยิ่งต้องใช้จำนวนช็อตมากขึ้นเท่านั้น
- บริเวณที่ทำโปรแกรม Hifu การทำโปรแกรม Hifu ราคาในแต่ละบริเวณจะใช้จำนวนช็อตไม่เท่ากัน เช่น การทำทั่วใบหน้าและลำคอจะใช้จำนวนช็อตมากกว่าการทำเฉพาะจุด และลดความเสี่ยงจากการทำหัตถการได้
- คลินิกและแพทย์ผู้ทำหัตถการ คลินิกที่มีชื่อเสียง มีแพทย์ที่มีประสบการณ์ มักจะมีราคาที่สูงกว่า เนื่องจากสามารถให้คำปรึกษาที่ถูกต้อง วางแผนการรักษาได้อย่างเหมาะสม
- โปรโมชั่นและแพ็กเกจ บางครั้งคลินิกอาจมีโปรโมชั่นสำหรับโปรแกรม Hifu ราคาพิเศษ ซึ่งสามารถส่งผลต่อราคาโดยรวมได้ ทำให้ราคาดูน่าสนใจขึ้น แต่ควรพิจารณาให้รอบคอบว่าแพ็กเกจนั้นคุ้มค่าและตอบโจทย์ปัญหาผิวของคุณ
เลือกโปรแกรม Hifu แบบไหนให้คุ้มค่ากับราคา
ในการตัดสินใจเลือกโปรแกรม Hifu ราคาที่คุ้มค่า ควรพิจารณาจากปัจจัยหลายด้าน ไม่ใช่แค่ราคาเพียงอย่างเดียว แต่ยังรวมถึงปัญหาผิว และความเหมาะสมกับงบประมาณ โดยการเลือกโปรแกรม Hifu ราคาที่คุ้มค่าควรพิจารณา ดังนี้
- ปัญหาผิวที่ต้องการแก้ไข : หากต้องการยกกระชับผิวที่หย่อนคล้อยมาก หรือมีปัญหาผิวที่ซับซ้อน อาจเหมาะกับเครื่องที่ค่อนข้างแม่นยำและให้ผลลัพธ์ชัดเจน เพื่อการลงทุนที่คุ้มค่าในระยะยาว
- เทคโนโลยีของเครื่อง : หากต้องการเทคโนโลยีที่มีหน้าจอเรียลไทม์เห็นชั้นผิวที่ค่อนข้างแม่นยำ โปรแกรม Ulthera SPT คือตัวเลือกที่ดี หรือหากเน้นเรื่องเจ็บน้อยโปรแกรม Ultraformer MPT ก็เป็นตัวเลือกที่เหมาะสม
- กำหนดงบประมาณที่เหมาะสม : การตั้งงบประมาณไว้จะช่วยให้สามารถเลือกโปรแกรมที่อยู่ในเกณฑ์ได้ง่ายขึ้น โดยปรึกษาแพทย์เพื่อหาตัวเลือกที่ให้ผลลัพธ์ที่ดีในงบของเรา
- รีวิวจากผู้ใช้จริง : การดูรีวิวจากลูกค้าที่เคยใช้บริการ จะช่วยให้คุณเห็นผลลัพธ์ที่หลากหลายและเข้าใจถึงความพึงพอใจในบริการของแต่ละคลินิกก่อนตัดสินใจ
- ปรึกษาแพทย์เพื่อประเมินสภาพผิว : การให้แพทย์ผู้ทำหัตถการประเมินสภาพผิวและออกแบบการรักษาที่เหมาะสม เพราะแพทย์จะแนะนำโปรแกรมและจำนวนช็อตที่เหมาะกับปัญหา
โปรแกรม Hifu คืออะไร มีหลักการทำงานอย่างไร
โปรแกรม Hifu ย่อมาจาก High-Intensity Focused Ultrasound เป็นเทคโนโลยีการยกกระชับผิวหน้าโดยใช้คลื่นเสียงอัลตราซาวด์ที่มีความเข้มข้น ซึ่งถูกพัฒนามาจากการใช้คลื่นอัลตราซาวด์ทางการแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัย เช่น การอัลตราซาวด์ดูครรภ์ แต่ Hifu จะใช้พลังงานที่สูงกว่ามากเพื่อจุดประสงค์ในการรักษาและฟื้นฟูผิว
การทำงานของโปรแกรม Hifu จะใช้หลักการปล่อยคลื่นเสียงอัลตราซาวด์ที่ความเข้มข้น โดยคลื่นจะถูกส่งผ่านชั้นผิวหนังด้านบนลงไปสู่ผิวชั้นลึก โดยเฉพาะบริเวณชั้น SMAS ซึ่งเป็นชั้นเนื้อเยื่อพังผืดที่รองรับผิวหน้าและกล้ามเนื้อ เมื่อคลื่นอัลตราซาวด์ไปถึงจุดโฟกัสที่กำหนดไว้ พลังงานจะเปลี่ยนเป็นความร้อนในอุณหภูมิประมาณ 65-70°C จะส่งผลให้เกิดผลลัพธ์ดังนี้
- กระตุ้นการหดตัวของคอลลาเจนและอีลาสติน : เส้นใยคอลลาเจนและอีลาสตินที่มีอยู่เดิมจะเกิดการหดตัวทันที ทำให้ผิวรู้สึกกระชับขึ้นหลังทำทันทีประมาณ 20-30%
- กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่ : ความร้อนจะไปกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและเนื้อเยื่อใหม่ในระดับชั้น SMAS อย่างต่อเนื่อง ซึ่งกระบวนการนี้จะทำให้ผิวหนังค่อย ๆ ยกกระชับและมีความยืดหยุ่นมากขึ้น
โปรแกรม Hifu ช่วยแก้ปัญหาผิวเรื่องอะไรได้บ้าง
โปรแกรม Hifu เป็นเทคโนโลยีที่สามารถแก้ไขปัญหาผิวที่เกิดจากวัยและความหย่อนคล้อยได้อย่างถูกจุด โดยไม่ต้องผ่าตัด ซึ่งปัญหาผิวที่โปรแกรม Hifu สามารถช่วยแก้ไขได้อย่างมีประสิทธิภาพ มีดังนี้
- ยกกระชับผิวที่หย่อนคล้อย : ช่วยแก้ปัญหาแก้มตก แก้มห้อย ร่องน้ำหมากดูลึก ทำให้ใบหน้าโดยรวมดูยกขึ้นและแลดูอ่อนเยาว์ลง
- ปรับกรอบหน้าให้คมชัด : สำหรับผู้ที่มีปัญหากรอบหน้าไม่ชัดหรือมีเหนียงโปรแกรม Hifu จะช่วยยกกระชับผิวบริเวณแนวกรามและใต้คาง ทำให้กรอบหน้าดูคมชัดขึ้น
- ลดเลือนริ้วรอยระดับตื้น : สามารถกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่ ทำให้ริ้วรอยตื้น ๆ ลดเลือนลงได้ดี เช่น ริ้วรอยบริเวณหน้าผาก รอบดวงตา และร่องแก้ม
- ยกคิ้วและหางตา : ช่วยแก้ปัญหาหนังตาตก คิ้วตก ทำให้ดวงตาดูโตขึ้น สดใสขึ้น และใบหน้าดูตื่นตัว ไม่ดูเหนื่อยล้า
- ลดไขมันส่วนเกินบนใบหน้า : โปรแกรม Hifu สามารถใช้พลังงานเพื่อสลายไขมันสะสมในบางบริเวณได้ เช่น ไขมันที่แก้ม หรือเหนียง ควบคู่ไปกับการยกกระชับผิว
- กระชับรูขุมขนและฟื้นฟูผิว : ได้จากการกระตุ้นคอลลาเจนคือ ผิวจะมีความยืดหยุ่นและเรียบเนียนขึ้น ทำให้รูขุมขนที่เคยกว้างดูกระชับขึ้น ผิวโดยรวมจึงดูมีสุขภาพดีและละเอียดขึ้น
- ฟื้นฟูผิวบริเวณลำคอและเนินอก : นอกจากใบหน้าแล้ว ยังสามารถใช้เพื่อยกกระชับผิวที่เหี่ยวย่นบริเวณลำคอและเนินอก ซึ่งเป็นบริเวณที่มักจะแสดงสัญญาณแห่งวัยได้ชัดเจนเช่นกัน
ใครบ้างที่เหมาะกับการทำโปรแกรม Hifu
กลุ่มที่เหมาะกับการทำโปรแกรม Hifu คือผู้ที่ต้องการแก้ไขปัญหาผิวโดยไม่ต้องการผ่าตัด หรือผู้ที่ต้องการคงสภาพผิวให้แลดูอ่อนเยาว์อยู่เสมอ โดยเฉพาะผู้ที่มีคุณสมบัติดังต่อไปนี้
- ผู้ที่ผิวหน้าเริ่มหย่อนคล้อยเล็กน้อย มีปัญหาผิวหย่อนคล้อยในระดับเริ่มต้น เช่น แก้มและกรอบหน้าไม่กระชับ
- ผู้ที่ต้องการกระตุ้นคอลลาเจน เหมาะสำหรับคนที่ผิวเริ่มมีริ้วรอย รูขุมขนกว้าง และต้องการฟื้นฟูผิว
- ผู้ที่ต้องการปรับรูปใบหน้าให้เรียวสวย ยกกระชับกรอบหน้าให้ชัดขึ้น และลดปัญหาเหนียงใต้คาง
- ผู้ที่ไม่ต้องการพักฟื้น เพราะหลังทำโปรแกรม Hifu สามารถกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติ
- ผู้ที่ต้องการคงสภาพผิวให้อ่อนเยาว์ ชะลอความหย่อนคล้อยของผิวได้ตั้งแต่อายุยังน้อย
- ผู้ที่ต้องการลดไขมันสะสมเฉพาะจุด เช่น บริเวณแก้ม ใต้คาง ทำให้ใบหน้าดูเล็กลงได้
สรุป เลือกโปรแกรม Hifu ราคาแบบไหนให้คุ้มค่าคุ้มราคา
การตัดสินใจเลือกทำโปรแกรม Hifu ไม่ควรมองที่ราคาเพียงอย่างเดียว เพราะโปรแกรม Hifu ราคาที่แตกต่างกันนั้นสะท้อนถึงปัจจัยสำคัญหลายอย่าง ตั้งแต่คุณภาพและเทคโนโลยีของเครื่อง จำนวนช็อตที่เหมาะสม ไปจนถึงคประสบการณ์ของแพทย์และคลินิกที่ให้บริการ การเลือกโปรแกรมที่คุ้มค่า คือการเลือกโปรแกรมที่สามารถแก้ไขปัญหาผิวได้อย่างถูกจุดและการดูแลให้ปลอดภัย
ดังนั้น ก่อนตัดสินใจควรศึกษาข้อมูลให้รอบด้านและทำความเข้าใจว่าโปรแกรม Hifu ราคาที่เหมาะสมควรปรึกษาแพทย์โดยตรงเพื่อประเมินสภาพผิวจริง ซึ่งจะช่วยให้คุณสามารถเลือกเทคโนโลยีและจำนวนช็อตที่ต้องการได้ เพื่อให้การลงทุนได้ผลลัพธ์ที่น่าพึงพอใจและคุ้มค่า


