ครีมลดริ้วรอยยี่ห้อไหนดี แก้ปัญหาริ้วรอยได้ดีสุดๆ
Room : Q & A
jaaeae | ผิวมัน | 45-49 Yrs | 0 รีวิว 09/09/2015 11:12     

ปีนี้อากาศแห้งๆ รู้สึกหน้าเริ่มมีริ้วรอยเล็กๆ ประกอบกับต้องทำงานหน้าจอคอมนานๆ สภาพหน้าแย่มากๆ ขอตัวช่วยหน่อยค่ะ  




Comment (13)

comment 1
Khunnaineung | ผิวผสม | 45-49 Yrs | 0 รีวิว 10/09/2015 12:42     
SKII skin signature ค่ะ

comment 2
Iwannabeasuptar | ผิวผสม | 40-44 Yrs | 0 รีวิว 11/09/2015 08:55     



ฉีดน้ำแร่ระหว่างวันช่วยได้นะ สดชื่นดี เติมความชุ่มชื้นให้ผิวไปในตัว


comment 3
pinkylady | ผิวผสม | 40-44 Yrs | 0 รีวิว 12/09/2015 15:33     

vit c: kiehl, Lancome


comment 4
Aapple | ผิวผสม | 30-34 Yrs | 3 รีวิว 13/09/2015 14:29     

แนะนำ Abalone Cream มี 2 ยี่ห้อ HYBEAUTY กับ MALISSA KISS ตัวแรกช่วยเรื่องหน้าเรียว V-Shape ตัวที่สองช่วยเรื่องริ้วรอย ใช้แล้วหน้าเด้งดึ๋ง ผิวอิ่มน้ำสุดๆ


comment 5
loveinmind | ผิวผสม | 45-49 Yrs | 1 รีวิว 14/09/2015 21:39     

เรื่องครีมตัวไหนใช้ดีมันขึ้นอยู่กับสภาพผิวของแต่ละคนด้วยนะ ลองไปที่เคาท์เตอร์เครื่องสำอางให้ BA วิเคราะห์สภาพผิวดูก่อนแล้วค่อยตัดสินใจดีมั้ยคะ จะได้เลือกได้ถูก อย่างเช่นริ้วรอยมันก็มีหลายแบบ คือ มีเพราะหน้าเราแห้งเองก็ต้องมาดูว่าหน้าแห้งทั้งหน้าหรือแห้งเฉพาะจุด ริ้วรอยลึก ริ้วรอยตื้น หรือเป็นริ้วรอยจากการใช้งานกล้ามเนื้อไรงี้


comment 6
Glamour | ผิวผสม | 40-44 Yrs | 0 รีวิว 16/09/2015 14:57     

เราใช้ 2 ขั้นตอนนะ ลง SKII essence ตามด้วย Luxury Abalone ช่วยเรื่องหน้าตึง กระจ่างใส แถมใช้แล้วแต่งหน้าติดดีงามมากมาย


comment 7
thechommy | ผิวมัน | 40-44 Yrs | 14 รีวิว 17/09/2015 09:11     

ดื่มน้ำระหว่างวันเยอะๆค่ะ ^^


comment 8
Arpaporn | ผิวธรรมดา | 35-39 Yrs | 0 รีวิว 17/09/2015 12:44     

สนใจ Abalone Cream ได้ยิน Blogger พูดถึงกันเยอะ หาซื้อได้ที่ไหนบ้างคะ


comment 9
AP_Watanabe | ผิวแห้ง | 45-49 Yrs | 0 รีวิว 22/09/2015 16:12     

กินคอลลาเจนจะช่วยได้ไหม พี่ที่ทำงานเอามาชงใส่น้ำผลไม้กินทุกวัน หน้าเด็กมากกก (แต่เค้าก็หน้าเด็กตั้งแต่แรกอยู่แล้วอะนะ)


comment 10
Janjao | ผิวผสม | 45-49 Yrs | 3 รีวิว 22/09/2015 22:20     

เคยใช้มาส์กของ Malissa Kiss ตื่นมาหน้าเด้งมาก ก็น่าจะช่วยเรื่องริ้วรอยด้วยป่ะ


comment 11
Laloonar | ผิวบอบบาง | 40-44 Yrs | 9 รีวิว 19/11/2015 10:13     

เราใช้ plant system หน้านุ่มดีค่ะ


comment 12
Gominumvn | ผิวผสม | 40-44 Yrs | 278 รีวิว 09/03/2016 15:13     

Fresh - Black Tea Age Delay

Kiehl's -  Vit C


comment 13
nerd | ผิวมัน | > 50 Yrs | 0 รีวิว 04/02/2026 13:57     

โปรแกรมดูดไขมัน Body Jet ดีไหม รวมข้อดี-ข้อเสียก่อนตัดสินใจ


เลือกหัวข้อที่ต้องการอ่าน
  • โปรแกรมดูดไขมัน Body Jet คืออะไร
  • ข้อดีโปรแกรมดูดไขมัน Body Jet
  • ข้อเสียโปรแกรมดูดไขมัน Body Jet
  • หลักการทำงานของโปรแกรมดูดไขมัน Body Jet
  • ตำแหน่งที่สามารถทำโปรแกรมดูดไขมัน Body Jet ได้
  • ใครบ้างที่เหมาะกับโปรแกรมดูดไขมัน Body Jet
  • โปรแกรมดูดไขมันแบบดั้งเดิมและโปรแกรมดูดไขมัน Body Jet ต่างกันอย่างไร
  • ขั้นตอนการทำโปรแกรมดูดไขมัน Body Jet
    • การปรึกษาและวางแผนการรักษา
    • การเตรียมตัวก่อนทำ
    • การทำหัตถการโปรแกรม Body Jet
    • การพักฟื้นหลังทำหัตถการ
  • สรุปโปรแกรม Body Jet ดีจริงไหม ข้อควรรู้ก่อนตัดสินใจ


ปัญหาไขมันส่วนเกินสะสมเฉพาะจุด ถือเป็นความกังวลใจของใครหลายคนที่แม้จะควบคุมอาหารและออกกำลังกายอย่างเต็มที่แล้วก็ยังกำจัดออกไปได้ยาก ทำให้เทคโนโลยีทางการแพทย์อย่างโปรแกรมดูดไขมันเป็นทางเลือกที่น่าสนใจ และหนึ่งในเทคโนโลยีที่ถูกพูดก็คือ โปรแกรม Body Jet ซึ่งเป็นการดูดไขมันโดยใช้พลังงานน้ำ ด้วยคุณสมบัติที่เน้นเรื่องความอ่อนโยน จึงเกิดคำถามสำคัญว่าการดูดไขมันด้วย โปรแกรม Body Jet ดีจริงไหม และคุ้มค่าที่จะทำหรือไม่ APEX จึงได้รวบรวมทั้งข้อดีและข้อเสียอย่างตรงไปตรงมา เพื่อให้มั่นใจว่าเป็นทางเลือกที่เหมาะสมกับร่างกายและเป้าหมายของคุณจริง ๆ

โปรแกรมดูดไขมัน Body Jet คืออะไร

Body Jet คือเทคโนโลยีการดูดไขมันที่พัฒนาขึ้นเพื่อกำจัดไขมันส่วนเกินอย่างอ่อนโยน โดยใช้แรงดันของน้ำ (Water-Jet Assisted Liposuction) ในการแยกเซลล์ไขมันออกจากเนื้อเยื่อโดยรอบ ซึ่งแตกต่างจากการดูดไขมันแบบดั้งเดิมที่อาจทำให้เกิดการบาดเจ็บของเนื้อเยื่อหรือเส้นเลือดมากกว่า โปรแกรมดูดไขมัน Body Jet ได้รับความนิยมในกลุ่มผู้ที่ต้องการปรับสัดส่วนเฉพาะจุด เช่น หน้าท้อง ต้นแขน ต้นขา หรือเอว เนื่องจาก เจ็บน้อย แผลเล็ก และลดอาการบวมช้ำ อีกทั้งยังสามารถนำเซลล์ไขมันที่ได้ไปใช้ในการเติมเต็มส่วนอื่นของร่างกาย เช่น เติมไขมันหน้า หรือก้น ได้อีกด้วย

 

ข้อดีโปรแกรมดูดไขมัน Body Jet

การกำจัดไขมันส่วนเกินเป็นสิ่งที่หลายคนสนใจ เพื่อให้ได้มาซึ่งรูปร่างที่กระชับและได้สัดส่วน ซึ่งเทคโนโลยีการดูดไขมันที่หลากหลาย แต่โปรแกรม Body Jet เป็นหนึ่งในเทคโนโลยีที่โดดเด่น ด้วยข้อดีที่หลากหลาย ทำให้เป็นทางเลือกที่น่าสนใจสำหรับผู้ที่ต้องการกระชับสัดส่วน ดังนี้

  • ใช้แรงดันน้ำอ่อนโยน ลดความบอบช้ำของเนื้อเยื่อ
  • ลดความเสี่ยงต่อเส้นเลือดและเส้นประสาทเสียหาย
  • สามารถเก็บไขมันไปใช้เติมในจุดอื่นของร่างกายได้
  • ผิวเรียบเนียน ไม่เป็นคลื่น ลดโอกาสเกิดผิวเปลือกส้ม
  • กำจัดไขมันได้เฉพาะจุด แม้ในบริเวณที่เข้าถึงยาก
  • ไม่จำเป็นต้องดมยาสลบ ใช้เพียงยาชาเฉพาะที่ก็เพียงพอ
  • มีแผลขนาดเล็กหลังทำขนาดเพียงจุดละ 3-4 มิลลิเมตร
  • ด้วยขนาดแผลที่เล็ก จึงฟื้นตัวได้เร็ว ไม่ต้องพักฟื้นนาน
  • สูญเสียเลือดน้อยมาก ทำให้ร่างกายไม่โทรมหลังทำ
  • ความเสี่ยงน้อย ไม่ทำลายเส้นเลือดและเส้นประสาทโดยรอบ
  • รูปร่างเข้าที่ค่อนข้างเร็ว ผลลัพธ์ดูเป็นธรรมชาติ

ข้อเสียโปรแกรมดูดไขมัน Body Jet

แม้ว่าโปรแกรม Body Jet จะเป็นเทคโนโลยีดูดไขมันที่มีข้อดีหลายประการ แต่เช่นเดียวกับหัตถการทางการแพทย์อื่น ๆ โปรแกรม Body Jet ก็มีข้อจำกัดบางประการที่ควรทราบ เพื่อประกอบการตัดสินใจและวางแผนการรักษาได้อย่างเหมาะสม ดังนี้

  • ไม่เหมาะกับการดูดไขมันปริมาณมากในครั้งเดียว โปรแกรม Body Jet เหมาะกับการกำจัดไขมันเฉพาะจุดและปั้นแต่งรูปร่างมากกว่าการดูดไขมันในปริมาณมาก
  • ใช้ระยะเวลาในการทำหัตถการนาน ด้วยกระบวนการที่เน้นความละเอียดอ่อน ทำให้การดูดไขมันด้วยโปรแกรม Body Jet อาจใช้เวลานานกว่าการดูดไขมันแบบดั่งเดิม
  • ไม่มีคุณสมบัติช่วยเรื่องการกระชับผิวโดยตรง โปรแกรม Body Jet เน้นการสลายไขมัน ไม่ได้ใช้พลังงานความร้อน จึงไม่มีผลโดยตรงในการกระชับผิวหนังที่หย่อนคล้อย
  • โปรแกรม Body Jet อาจยังไม่เห็นผลลัพธ์ในทันที เนื่องจากระหว่างกระบวนการจะมีการใช้น้ำในการแยกชั้นไขมัน ทำให้มีของเหลวบางส่วนค้างอยู่ใต้ผิวหนังในช่วงแรก ซึ่งน้ำส่วนนี้จะค่อย ๆ ระบายออกผ่านทางแผลเล็ก ๆ และจะยุบลงเองตามธรรมชาติ

หลักการทำงานของโปรแกรมดูดไขมัน Body Jet

การดูดไขมันด้วยเทคโนโลยี Body Jet เป็นเทคโนโลยีที่ใช้หลักการ “Water-Jet Assisted Liposuction” หรือการใช้แรงดันน้ำในการแยกเซลล์ไขมันออกจากเนื้อเยื่อโดยรอบ หลักการสำคัญของโปรแกรม Body Jet คือ การปล่อยน้ำในลักษณะเป็นพลังงานแบบพ่นน้ำละเอียด ผ่านท่อขนาดเล็กเข้าไปในชั้นไขมันใต้ผิวหนัง น้ำจะช่วยแยกไขมันออกจากเนื้อเยื่ออย่างนุ่มนวล โดยไม่ทำลายโครงสร้างเนื้อเยื่อรอบข้าง ทำให้เซลล์ไขมันที่ถูกดูดออกมายังคงสภาพสมบูรณ์ สามารถนำกลับไปใช้ในขั้นตอนเติมไขมันในบริเวณอื่นได้ เช่น เติมไขมันหน้า ใต้ตา หรือสะโพก ข้อได้เปรียบของระบบนี้คือ ความอ่อนโยนของแรงดันน้ำช่วยลดความเจ็บให้น้อยลง แผลมีขนาดเล็ก ฟื้นตัวได้ค่อนข้างไว และไม่จำเป็นต้องใช้ยาสลบในหลายกรณี จึงถือเป็นเทคโนโลยีที่ผสมผสานทั้งการดูแลให้ปลอดภัย ประสิทธิภาพ และผลลัพธ์ที่ดีได้อย่างลงตัว

 

ตำแหน่งที่สามารถทำโปรแกรมดูดไขมัน Body Jet ได้

ด้วยหลักการทำงานที่ละเอียดอ่อนของโปรแกรม Body Jet ทำให้สามารถจัดการกับไขมันส่วนเกินที่สะสมในจุดต่าง ๆ ของร่างกายได้ ไม่ว่าจะเป็นการลดสัดส่วนเพื่อความกระชับ หรือการนำไขมันไปใช้เติมเต็มเพื่อสร้างมิติให้เรือนร่าง โดยบริเวณที่ได้รับความนิยมในการทำโปรแกรม Body Jet มีดังนี้

  • หน้าท้อง: จัดการไขมันสะสมบริเวณหน้าท้องส่วนบนและส่วนล่าง เพื่อหน้าท้องที่แบนราบและกระชับขึ้น
  • ต้นแขน: ลดปัญหาแขนใหญ่ที่หย่อนคล้อย ทำให้แขนดูเรียวเล็กสมส่วน
  • ต้นขา: แก้ปัญหาต้นขาเบียดทั้งด้านในและด้านนอก เพื่อสร้างเรียวขาที่ได้สัดส่วน
  • สะโพกและปีกข้าง: ปั้นสะโพกให้กลมมนได้รูป พร้อมลดไขมันส่วนเกินบริเวณปีกสะโพกด้านข้าง
  • เอวและรอบลำตัว: สลายไขมันส่วนเกินที่เกาะอยู่บริเวณรอบเอว เพื่อสร้างเอวคอดที่ดูมีมิติ
  • แผ่นหลังและปีกหลัง: กำจัดไขมันส่วนเกินที่ทำให้เกิดเป็นชั้นบริเวณแผ่นหลังและปีกหลังใกล้ขอบเสื้อชั้นใน
  • น่อง: ลดขนาดน่องที่ใหญ่จากไขมันสะสมโดยเฉพาะ เพื่อช่วงขาที่ดูเพรียวยาวและสมดุลยิ่งขึ้น

ใครบ้างที่เหมาะกับโปรแกรมดูดไขมัน Body Jet

โปรแกรม Body Jet เป็นทางเลือกที่น่าสนใจสำหรับผู้ที่ต้องการกำจัดไขมันส่วนเกิน แต่ก็ไม่ใช่ทุกคนจะเหมาะกับหัตถการนี้ การทำความเข้าใจในข้อนี้จะช่วยให้การตัดสินใจเป็นไปอย่างมีข้อมูลและได้รับผลลัพธ์ที่ตรงตามความคาดหวัง ดังนี้

  • ผู้ที่วางแผนนำไขมันของตนเองไปเติมเต็มส่วนอื่นต่อบนร่างกาย
  • ผู้ที่มีน้ำหนักตัวค่อนข้างคงที่และไม่ห่างจากเกณฑ์มาตรฐานมากนัก
  • ผู้ที่มีไขมันสะสมเฉพาะจุดที่กำจัดไม่ได้ด้วยการออกกำลังกาย
  • ผู้ที่มีสภาพผิวหนังค่อนข้างดี มีความยืดหยุ่น ไม่หย่อนคล้อยมาก
  • ผู้ที่มีสุขภาพร่างกายแข็งแรงและไม่มีโรคประจำตัวที่เป็นอุปสรรค
  • ผู้ที่กังวลเรื่องความเจ็บปวดและต้องการฟื้นตัวค่อนข้างเร็ว

โปรแกรมดูดไขมันแบบดั้งเดิมและโปรแกรมดูดไขมัน Body Jet ต่างกันอย่างไร

ความแตกต่างของ 2 หัตถการนี้คือหลักการทำงาน โดยการดูดไขมันแบบดั้งเดิมจะใช้แรงกระแทกจากปลายท่อเพื่อสลายไขมัน ในขณะที่โปรแกรม Body Jet ใช้พลังงานน้ำที่อ่อนโยนค่อย ๆ เซาะแยกไขมันออกจากเนื้อเยื่อ ซึ่งส่งผลโดยตรงให้โปรแกรม Body Jet สร้างความบอบช้ำน้อยกว่า ทำให้อาการบวมช้ำน้อยและฟื้นตัวได้ค่อนข้างเร็ว นอกจากนี้ ไขมันที่ได้จากโปรแกรม Body Jet ยังมีคุณภาพที่ดีสามารถนำไปเติมเต็มส่วนอื่นต่อได้ ต่างจากไขมันที่ถูกทำลายจากวิธีดั้งเดิม ทำให้ผลลัพธ์ที่ได้มีความเรียบเนียนและดูเป็นธรรมชาติ

 

ขั้นตอนการทำโปรแกรมดูดไขมัน Body Jet

เพื่อให้เห็นภาพรวมและสามารถเตรียมตัวได้อย่างมั่นใจ คลินิกของเรามีกระบวนการทำโปรแกรมดูดไขมัน Body Jet ที่เป็นไปตามมาตรฐานสากล โดยมีทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญดูแลอย่างใกล้ชิดในทุกขั้นตอน ดังนี้

การปรึกษาและวางแผนการรักษา

ปรึกษากับแพทย์เพื่อประเมินปัญหาไขมันส่วนเกิน โครงสร้างร่างกาย ความยืดหยุ่นของผิว พร้อมซักประวัติสุขภาพอย่างละเอียด แพทย์จะให้คำแนะนำและวางแผนการรักษาที่เหมาะสม โดยจะอธิบายถึงบริเวณที่จะทำการดูดไขมันปริมาณไขมันที่คาดว่าจะนำออกและผลลัพธ์ที่คาดหวัง

การเตรียมตัวก่อนทำ

  • งดยาและอาหารเสริมบางชนิด: โดยเฉพาะยาที่มีผลต่อการแข็งตัวของเลือด เช่น แอสไพริน หรือวิตามินอี รวมถึงอาหารเสริมบางชนิด ควรปรึกษาแพทย์เกี่ยวกับยาทุกชนิดที่รับประทาน
  • งดสูบบุหรี่และดื่มแอลกอฮอล์: อย่างน้อย 1-2 สัปดาห์ก่อนทำ เพื่อลดความเสี่ยงของการเกิดภาวะแทรกซ้อนและช่วยให้แผลหายเร็วขึ้น
  • ทำความสะอาดร่างกาย: อาบน้ำ สระผม และงดการทาครีมหรือแต่งหน้าในวันที่ทำหัตถการ
  • พักผ่อนให้เพียงพอ: นอนหลับให้เต็มที่ก่อนวันทำ เพื่อให้ร่างกายอยู่ในสภาพที่พร้อม
  • เตรียมเสื้อผ้าที่หลวมสบาย: เพื่อสะดวกในการสวมใส่หลังทำหัตถการ
  • มีผู้ดูแล: ควรให้มีญาติหรือเพื่อนมาด้วยในวันทำหัตถการ เพื่อช่วยดูแลและพาเดินทางกลับ

การทำหัตถการโปรแกรม Body Jet

ขั้นตอนแรกแพทย์จะฉีดยาชาเฉพาะที่บริเวณที่จะทำการดูดไขมัน ทำให้ท่านรู้สึกตัวตลอดเวลา แต่จะไม่รู้สึกเจ็บปวดในระหว่างทำ และเริ่มกระบวนการทำโปรแกรมดูดไขมัน Body Jet

  • แพทย์จะเปิดแผลขนาด ประมาณ 3-4 มิลลิเมตร เพื่อสอดท่อแคนูล่าของเครื่องโปรแกรม Body Jet เข้าไปในชั้นไขมัน
  • เครื่องจะเริ่มปล่อยพลังงานน้ำเพื่อแยกเซลล์ไขมันออกจากเนื้อเยื่อรอบข้างอย่างนุ่มนวล
  • จากนั้นเครื่องจะดูดไขมันที่ถูกแยกออกมาพร้อมกับน้ำกลับออกมาอย่างเบามือ
  • เมื่อได้ปริมาณไขมันตามที่วางแผนไว้ แพทย์จะนำท่อออกและทำความสะอาดแผล ซึ่งแผลจะมีขนาดเล็กมากจึงไม่จำเป็นต้องเย็บ หรืออาจเย็บเพียง 1 เข็ม และปิดทับด้วยพลาสเตอร์กันน้ำ

การพักฟื้นหลังทำหัตถการ

  • หลังเสร็จสิ้นกระบวนการ: จะได้พักฟื้นที่ห้องพักฟื้นประมาณ 1-2 ชั่วโมงเพื่อให้ทีมแพทย์และพยาบาลสังเกตอาการ จึงสามารถเดินทางกลับบ้านได้ในวันเดียวกัน
  • การสวมชุดกระชับ: จำเป็นต้องสวมชุดกระชับหลังทำ เพื่อช่วยลดอาการบวม ช้ำ และช่วยให้ผิวหนังกระชับเข้ากับรูปร่างใหม่ ควรใส่ตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด
  • การดูแลแผลและการรับประทานยา: แผลมีขนาดเล็กมาก แพทย์จะแนะนำวิธีการทำความสะอาดแผลและป้องกันการติดเชื้อ และควรรับประทานยาตามที่แพทย์สั่ง
  • การเคลื่อนไหว: ควรเริ่มเดินหรือขยับตัวเบาๆ เพื่อกระตุ้นการไหลเวียนเลือดและลดอาการบวม แต่หลีกเลี่ยงการยกของหนักหรือออกกำลังกายหนักในช่วงแรก
  • งดอาหารและเครื่องดื่ม: หลีกเลี่ยงอาหารรสจัด เค็มจัด ของหมักดอง รวมถึงงดแอลกอฮอล์และบุหรี่ เพื่อช่วยให้ร่างกายฟื้นตัวได้ดีขึ้น
  • การนัดติดตามผล: แพทย์จะนัดหมายเพื่อติดตามอาการ ตรวจสอบแผล และประเมินผลลัพธ์ในระยะต่างๆ เพื่อให้มั่นใจว่าการฟื้นตัวเป็นไปอย่างสมบูรณ์

สรุปโปรแกรม Body Jet ดีจริงไหม ข้อควรรู้ก่อนตัดสินใจ

โปรแกรมดูดไขมัน Body Jet คือเทคโนโลยีที่ใช้พลังงานน้ำในการสลายไขมันอย่างอ่อนโยน ซึ่งช่วยลดความบอบช้ำของเนื้อเยื่อ ทำให้เจ็บน้อย บวมช้ำน้อย และฟื้นตัวได้ค่อนข้างเร็ว จุดเด่นสำคัญคือการรักษาสภาพเซลล์ไขมันให้มีคุณภาพ สามารถนำไปใช้เติมเต็มเพื่อปรับสัดส่วนในบริเวณอื่นต่อได้ อย่างไรก็ตาม หัตถการนี้เหมาะสำหรับการปรับรูปร่างเฉพาะจุดมากกว่าการลดไขมันปริมาณมาก จึงเป็นทางเลือกที่ตอบโจทย์สำหรับผู้ที่ต้องการผลลัพธ์ที่ดูเป็นธรรมชาติ

Post Comment



- view all -

THE HIGHLIGHTER

- view all -