รีวิว ลิป mistine DNA 07
Room : Review
sugarmay | ผิวแพ้ง่าย | 40-44 Yrs | 335 รีวิว 04/10/2015 13:01     

กระแสแรง พอสมควรเลยนะคะ กับลิป มิสทีน DNA เราเลยสอยบ้างกับ เบอร์ 07 นวัตกรรม DNA คือ สีของลิป จะ แน่น ชัด และมี top coat ทับอีกที เพื่อเคลือบสี ให้แน่น ติดทนขึ้น


และทั้ง ลิป colour และ top coat มีสาร บำรุงริมฝีปาก คือ sweet almond oil / maccadamia / Vitamin e 

การทา คือ  ทาลิปสี และทิ้งไว้ สัก 1-2 นาที  แล้วทา ทอป โค้ท ตาม  สีที่ออกมา ชัดมาก  จากที่เห็น รีวิวอื่น ๆ สีออกมาไม่เข้ม แต่ เอาเข้าจริง สี แซ่บมาก ๆ 


ค. ติดทน  4/5 หักที่ มีหลุดบ้าง เล็กน้อยเม็ดสี  5/5 สีแซ่บ ชัด มาก

ค. ชุ่มชื้น 4/5 แอบมีลอก บ้าง 

กลิ่น 2/5 เหมือนขนม แต่ ฉุนติดจมูก 


ราคา  99 บาท  ใครสนใจลองหาใช้กันนะคะ มี 8 เฉดสีด้วยกัน ค่ะ


















Comment (1)

comment 1
nerd | ผิวมัน | > 50 Yrs | 0 รีวิว 04/02/2026 14:31     

รอยแผลเป็น รักษาด้วยวิธีไหนดี ให้ผิวกลับมาเรียบเนียน


เลือกหัวข้อที่ต้องการอ่าน
  • รอยแผลเป็น คืออะไร
    • ปัจจัยที่ส่งผลต่อลักษณะของรอยแผลเป็นแตกต่างกัน
  • สาเหตุของการเกิดรอยแผลเป็น
  • รู้จักประเภทของรอยแผลเป็นมีอะไรบ้าง
    • กลุ่มแผลเป็นนูน (Hypertrophic) และคีลอยด์ (Keloid)
    • กลุ่มแผลเป็นยุบตัว แผลเป็นหลุม หรือ บุ๋ม (Atrophic Scar)
    • กลุ่มรอยแผลที่เป็นการเปลี่ยนแปลงของสีผิว
  • รวมทุกวิธีรักษารอยแผลเป็น ตั้งแต่การใช้ยาถึงการพบแพทย์
    • การรักษารอยแผลเป็นเบื้องต้น
    • การรักษารอยแผลเป็นด้วยหัตถการ
    • การรักษารอยแผลเป็นด้วยเทคโนโลยีที่ APEX
    • การผ่าตัดคืออีกทางเลือกสำหรับแผลเป็นที่รุนแรง
  • วิธีป้องกันการเกิดรอยแผลเป็นมีวิธีอะไรบ้าง
  • สรุป วิธีไหนที่เหมาะสมในการรักษารอยแผลเป็น


รอยแผลเป็นที่ทิ้งไว้บนผิวหนัง อาจเป็นเหมือนเครื่องเตือนใจถึงบาดแผลในอดีตและบั่นทอนความมั่นใจของใครหลายคน แต่ข่าวดีก็คือในปัจจุบันมีนวัตกรรมและแนวทางการรักษามากมาย ที่สามารถช่วยลดเลือนร่องรอยเหล่านี้ให้จางลงและกลับมาเรียบเนียนได้อีกครั้ง บทความนี้ได้รวบรวมทุกเรื่องที่คุณต้องรู้ ตั้งแต่สาเหตุ ประเภทของรอยแผลเป็น ไปจนถึงวิธีรักษาที่เหมาะสมกับคุณที่สุด


รอยแผลเป็น คืออะไร

รอยแผลเป็น (Scar) คือเนื้อเยื่อที่ร่างกายสร้างขึ้นตามกระบวนการรักษาแผลตามธรรมชาติ เกิดขึ้นเมื่อผิวหนังชั้นหนังแท้ได้รับความเสียหาย ทำให้ร่างกายผลิตคอลลาเจนขึ้นมาทดแทน โดยเนื้อเยื่อใหม่นี้มีโครงสร้างและการเรียงตัวของเส้นใยที่แตกต่างจากผิวหนังปกติ จึงปรากฏเป็นร่องรอยที่มีลักษณะ สี หรือพื้นผิวที่แตกต่างไปจากผิวหนังเดิมโดยรอบ

ปัจจัยที่ส่งผลต่อลักษณะของรอยแผลเป็นแตกต่างกัน

  • พันธุกรรมและเชื้อชาติ
    พันธุกรรมคือตัวกำหนดแนวโน้มที่ร่างกายจะสร้างคอลลาเจนออกมาซ่อมแซมแผล บางคนจึงมีความเสี่ยงที่จะเกิดรอยแผลเป็นชนิดนูนหนาหรือคีลอยด์ได้ง่ายกว่าคนอื่น
  • อายุ
    อายุมีผลต่อกระบวนการซ่อมแซมผิว ในวัยหนุ่มสาวอาจเกิดแผลเป็นนูนได้ง่ายจากการสร้างคอลลาเจนที่มากเกินไป ส่วนในผู้สูงอายุ แผลจะหายช้ากว่าและอาจทิ้งรอยแผลเป็นที่กว้างและบางไว้แทน
  • ตำแหน่งของบาดแผล
    บริเวณที่มีการเคลื่อนไหวและความตึงของผิวสูง เช่น หน้าอกหรือหัวไหล่ มีความเสี่ยงที่จะเกิดรอยแผลเป็นที่นูนและกว้างได้ง่ายกว่าบริเวณที่มีผิวหนังหย่อนและมีการไหลเวียนเลือดดีอย่างใบหน้า
  • ความรุนแรงและสาเหตุของบาดแผล
    ความลึกของบาดแผลคือปัจจัยสำคัญที่สุด แผลที่ลึกถึงชั้นหนังแท้จะทำให้เกิดรอยแผลเป็นเสมอ นอกจากนี้ แผลผ่าตัดที่สะอาดมักจะทิ้งร่องรอยที่สวยงามกว่าแผลจากอุบัติเหตุหรือแผลไฟไหม้
  • การดูแลแผลในช่วงแรก
    การดูแลแผลอย่างถูกวิธีคือสิ่งที่เราควบคุมได้และมีความสำคัญเป็นอย่างมาก หากแผลเกิดการติดเชื้อ อักเสบ หรือถูกรบกวนบ่อยๆ ก็จะยิ่งเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดรอยแผลเป็นที่ไม่สวยงามในภายหลัง

 

สาเหตุของการเกิดรอยแผลเป็น

รอยแผลเป็นสามารถเกิดขึ้นได้จากหลากหลายสถานการณ์ในชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเป็นเหตุการณ์เล็กน้อยไปจนถึงเรื่องใหญ่ การทำความเข้าใจถึงสาเหตุที่แตกต่างกันเหล่านี้ จะช่วยให้เราสามารถดูแลแผลเบื้องต้นได้อย่างถูกวิธี เพื่อลดโอกาสการเกิดรอยแผลที่ไม่พึงประสงค์ได้

  • การบาดเจ็บทางกายภาพ
    เกิดจากอุบัติเหตุที่ทำลายผิวหนังชั้นลึก เช่น แผลจากของมีคม แผลถลอกรุนแรง แผลไฟไหม้ หรือน้ำร้อนลวก ซึ่งกระตุ้นให้ร่างกายสร้างคอลลาเจนจำนวนมากเพื่อซ่อมแซมผิวที่เสียหาย ทำให้เกิดเป็นรอยแผลเป็นที่ชัดเจน
  • โรคผิวหนังอักเสบ
    การอักเสบที่รุนแรงของผิว เช่น สิวอักเสบขนาดใหญ่ หรือโรคอีสุกอีใส เป็นสาเหตุสำคัญของรอยแผลเป็นชนิดหลุม (Atrophic Scars) เนื่องจากกระบวนการอักเสบได้เข้าไปทำลายคอลลาเจนใต้ชั้นผิว
  • แผลผ่าตัดและรอยแตกลาย
    แผลที่เกิดจากการผ่าตัดทุกชนิดจะทิ้งรอยแผลเป็นไว้เสมอ ซึ่งลักษณะของแผลจะขึ้นอยู่กับเทคนิคการเย็บและการดูแลหลังผ่าตัด นอกจากนี้ รอยแตกลาย (Stretch Marks) ที่เกิดจากการที่ผิวหนังยืดขยายตัวอย่างรวดเร็ว ก็จัดเป็นรอยแผลเป็นชนิดหนึ่งเช่นกัน

 

รู้จักประเภทของรอยแผลเป็นมีอะไรบ้าง

รอยแผลเป็นไม่ได้มีเพียงลักษณะเดียว แต่สามารถแบ่งออกได้เป็นหลายประเภทตามลักษณะที่ปรากฏบนผิวหนัง การวินิจฉัยชนิดของรอยแผลได้อย่างถูกต้อง คือขั้นตอนที่สำคัญที่สุดในการเลือกวิธีการรักษาที่มีประสิทธิภาพ

กลุ่มแผลเป็นนูน (Hypertrophic) และคีลอยด์ (Keloid)

รอยแผลเป็นกลุ่มนี้เกิดจากการที่ร่างกายสร้างคอลลาเจนออกมาซ่อมแซมแผลในปริมาณที่มากเกินไป โดยแผลเป็นนูนจะมีลักษณะนูนหนาขึ้นมาแต่ขอบเขตยังอยู่ภายในแผลเดิม ในขณะที่คีลอยด์จะมีลักษณะนูนและขยายขนาดใหญ่เกินขอบเขตของแผลเดิมออกไป

กลุ่มแผลเป็นยุบตัว แผลเป็นหลุม หรือ บุ๋ม (Atrophic Scar)

รอยแผลเป็นกลุ่มนี้มีลักษณะตรงกันข้ามกับกลุ่มแรก โดยผิวหนังจะยุบตัวลงไปเป็นหลุมหรือรอยบุ๋ม เกิดจากการที่คอลลาเจนใต้ผิวถูกทำลายหรือสร้างขึ้นมาไม่เพียงพอในระหว่างกระบวนการสมานแผล ตัวอย่างที่พบบ่อยที่สุดคือ รอยแผลชนิดหลุมสิว

กลุ่มรอยแผลที่เป็นการเปลี่ยนแปลงของสีผิว

แม้จะไม่ใช่รอยแผลเป็นในเชิงโครงสร้าง แต่รอยดำ (PIH) และรอยแดง (PIE) ก็เป็นผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นหลังการบาดเจ็บของผิวเช่นกัน โดยรอยดำเกิดจากการผลิตเม็ดสีที่มากผิดปกติ และรอยแดงเกิดจากการขยายตัวของเส้นเลือดฝอย ซึ่งทั้งสองชนิดนี้มักเกิดขึ้นหลังสิวอักเสบหาย

รวมทุกวิธีรักษารอยแผลเป็น ตั้งแต่การใช้ยาถึงการพบแพทย์

เมื่อรอยแผลเป็นได้เกิดขึ้นแล้ว ในปัจจุบันมีนวัตกรรมและแนวทางการรักษาที่หลากหลายซึ่งสามารถช่วยลดเลือนร่องรอยเหล่านี้ให้จางลงและเรียบเนียนขึ้นได้อย่างมีประสิทธิภาพ การเลือกวิธีที่เหมาะสมนั้นขึ้นอยู่กับชนิด ความรุนแรง และตำแหน่งของรอยแผลเป็นของคุณ

การรักษารอยแผลเป็นเบื้องต้น

สำหรับรอยแผลเป็นที่เพิ่งเกิดใหม่หรือมีลักษณะไม่รุนแรง การใช้ยาทาเป็นทางเลือกแรกที่เข้าถึงง่ายและลดความเสี่ยง โดยเจลซิลิโคน (Silicone Gel) ถือเป็นตัวช่วยที่ช่วยควบคุมความชุ่มชื้นและลดการสร้างคอลลาเจนที่มากเกินไป ส่วนครีมที่มีส่วนผสมของวิตามินอีหรือสารสกัดจากหัวหอมก็ช่วยลดการอักเสบได้

การรักษารอยแผลเป็นด้วยหัตถการ

สำหรับรอยแผลเป็นบางชนิด การทำหัตถการโดยแพทย์จะให้ผลลัพธ์ที่ดีกว่า โดยการฉีดสเตียรอยด์เป็นวิธีที่ได้ผลดีมากในการทำให้แผลเป็นนูนและคีลอยด์ยุบตัวและนิ่มลง ในทางกลับกัน การฉีดสารเติมเต็มหรือโปรแกรมฟิลเลอร์ (Dermal Fillers) จะใช้สำหรับเติมเต็มรอยแผลเป็นชนิดหลุมให้ตื้นขึ้น

การรักษารอยแผลเป็นด้วยเทคโนโลยีที่ APEX

เทคโนโลยีและพลังงานคือเครื่องมือที่ทรงพลังในการรักษารอยแผลเป็นที่ APEX Clinic เรามีความเชี่ยวชาญในการใช้เทคโนโลยีโปรแกรมเลเซอร์อย่าง โปรแกรม Pico Laser ซึ่งเป็นหนึ่งในเครื่องมือสำคัญในการจัดการกับรอยแผลเป็นได้อย่างครอบคลุม โดยโปรแกรม Pico Laser สามารถส่งพลังงานความเร็วสูงลงไปทำลายเม็ดสีที่ผิดปกติ ทำให้รอยแดงและรอยดำจางลงอย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ พลังงานยังสามารถกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่ใต้ผิว เพื่อฟื้นฟูรอยแผลเป็นชนิดหลุมให้ตื้นขึ้นและเรียบเนียน ส่วนการผลัดเซลล์ผิว (Microdermabrasion) ก็เป็นอีกทางเลือกที่ช่วยกรอผิวหนังชั้นบนอย่างอ่อนโยนเพื่อช่วยให้รอยแผลเป็นที่ตื้นดูจางลงได้

การผ่าตัดคืออีกทางเลือกสำหรับแผลเป็นที่รุนแรง

ในกรณีที่รอยแผลเป็นมีขนาดใหญ่ หดรั้งหรือไม่ตอบสนองต่อการรักษาด้วยวิธีอื่น การผ่าตัดอาจเป็นทางเลือกที่จำเป็น ศัลยแพทย์จะทำการตัดรอยแผลเดิมออกแล้วเย็บแผลขึ้นมาใหม่ด้วยเทคนิคที่ประณีตกว่า เพื่อให้เกิดรอยแผลใหม่ที่เล็กและสังเกตเห็นได้น้อยลง

 

วิธีป้องกันการเกิดรอยแผลเป็นมีวิธีอะไรบ้าง

วิธีที่เหมาะสมในการจัดการกับรอยแผลเป็น คือการป้องกันไม่ให้มันเกิดขึ้นตั้งแต่แรก ซึ่งหัวใจสำคัญนั้นอยู่ที่การดูแลแผลสดอย่างถูกวิธี การใส่ใจในรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ในช่วงที่แผลกำลังสมานตัว จะช่วยลดโอกาสการเกิดรอยแผลซ้ำ

  • การรักษาความสะอาดของแผล
    ล้างแผลด้วยน้ำเกลือหรือน้ำสะอาดเบาๆ เพื่อกำจัดสิ่งสกปรก จากนั้นปิดแผลให้มีความชุ่มชื้นอยู่เสมอ ซึ่งจะช่วยให้แผลสมานตัวได้ดีและลดโอกาสการเกิดรอยแผลเป็น
  • การห้ามใจไม่แกะหรือเกาแผล
    แม้จะมีอาการคัน แต่การแกะหรือเกาจะรบกวนการซ่อมแซมผิวโดยตรง อาจทำให้แผลอักเสบ ติดเชื้อ และเกิดเป็นรอยแผลเป็นที่นูนหรือมีสีเข้มกว่าปกติได้
  • การปกป้องแผลจากแสงแดด
    ผิวที่สร้างขึ้นใหม่จะบอบบางและไวต่อแสงแดดมาก การปล่อยให้แผลโดนแดดโดยตรงจะกระตุ้นการสร้างเม็ดสีที่ผิดปกติ ทำให้เกิดรอยแผลเป็นสีดำคล้ำที่รักษายาก จึงจำเป็นต้องทาครีมกันแดดและปกปิดแผลให้มิดชิด


สรุป วิธีไหนที่เหมาะสมในการรักษารอยแผลเป็น

ไม่ว่าร่องรอยบนผิวของคุณจะเป็นชนิดใด ปัจจุบันมีแนวทางการรักษาที่หลากหลายและมีประสิทธิภาพ ที่ APEX Clinic เราเชื่อว่าการรักษาที่ดีที่สุดคือการดูแลในหลากหลายด้าน เราจึงมีเทคโนโลยีที่ตั้งแต่ การใช้ยาทา การใช้โปรแกรมเลเซอร์เพื่อการรักษา ไปจนถึงหัตถการอื่นๆ การวินิจฉัยปัญหาอย่างถูกต้องและวางแผนการรักษาโดยแพทย์ของเรา คือหนทางที่เหมาะสมที่จะช่วยให้คุณลดเลือนร่องรอยกวนใจและกลับมามีผิวที่เรียบเนียนอีกครั้ง

Post Comment



- view all -

THE HIGHLIGHTER

- view all -