Review Jurlique Nutri-Define Eye Contour Balm ตอบโจทย์ทุกปัญหาริ้วรอยรอบดวงตาค่ะ

สวัสดีค่ะเจอกันอีกแล้ว แสดงว่าวันนี้ชาต้องมีผลิตภัณฑ์ดีๆมาฝากทุกคนอีกอย่างแน่นอนค่ะ
ชาเชื่อว่าทุกคนมีความกังวัลเกี่ยวกับริ้วรอยรอบดวงตาใช่ไหมเอ๋ย ซึ่งริ้วรอยรอบดวงตามีสาเหตุมาจากหลายปัจจัย เช่น การนอนดึก พักผ่อนไม่เพียงพอ มลภาวะ อายุที่มากขึ้น แสงจากโทรศัพท์ และปัจจัยเสี่ยงอื่นๆอีกมากมาย
รอบดวงตาเป็น ผิวหนังใต้ดวงตามีความบอบบางสูง เป็นสัญญาณของความเสียหาย เช่น ทำให้ดูมีอายุมากกว่าความเป็นจริง ริ้วรอย รอยย่นใต้ตา ริ้วรอยหางตา และความหย่อนคล้อยรอบดวงตา ซึ่งแน่นอนว่าคงไม่มีใครที่อยากจะมีใบหน้าที่เต็มไปด้วยริ้วรอย รอยย่นใต้ตา จนคนรอบข้างอดไม่ได้ต้องทักว่าไปทำอะไรมา ทำไมหน้าถึงได้ดูแก่เหลือเกิน แต่ที่จริงแล้ว ขอเพียงแค่การรู้จักใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวรอบดวงตาที่ดี การเปลี่ยนแปลงการใช้ชีวิตประจำวัน ก็สามารถช่วยลดปัญหาริ้วรอยรอบดวงตาได้แล้วค่ะ
ชาจึงมีผลิตภัณฑ์ที่ชาใช้แล้วชอบมาก มาแนะนำให้เพื่อนๆฟังกันค่ะ คือ เจ้า Jurlique Nutri-Define Eye Contour Balm นั่นเอง


Jurlique ผลิตภัณฑ์เพื่อความงามอันบริสุทธิ์จากธรรมชาติ ด้วยการริเริ่มบุกเบิกและสรรหาผืนดินอันอุดมสมบูรณ์ ในเทือกเขาอะดิเลด์ ทางตอนใต้ของประเทศออสเตรเลีย ที่เรียกว่า “พื้นที่ที่บริสุทธิ์ที่สุดในโลก” เพื่อใช้สำหรับเพาะปลูกพืชพรรณในรูปแบบไบโอไดนามิค(Bio-Dynamic) อันปราศจากมลภาวะรบกวน
Jurlique เป็นแบรนด์จากประเทศออสเตรเลียที่เน้นจุดขายไปที่ความเป็น "ธรรมชาติ" โดยบอกว่าผลิตภัณฑ์ของเค้านั้นสกัดมาจากพืชที่ถูกเลี้ยงไว้ในฟาร์มที่มีการควมคุมเป็นอย่างดี และเป็นแบบ Organic เลยนะ
Jurlique Nutri-Define Eye Contour Balm
ตอบโจทย์ทุกปัญหาริ้วรอยรอบดวงตา อุดมด้วยสารสกัดจากธรรมชาติผสานกับเทคโนโลยี Biosome 5 ที่ประกอบด้วยส่วนผสมหลักจากพืชพรรณธรรมชาติ 5 ชนิด ที่สามารถแก้ปัญหาทุกสัญญาณผิวริ้วรอยแห่งวัย เนื้อบาล์มเข้มข้นจะช่วยผสานร่องลึก ริ้วรอยหางตา และรอยหย่อนคล้อยรอบดวงตา ให้ดูกระชับตึงขึ้นได้ แลดูมีชีวิตชีวา อ่อนเยาว์ มีความเรียบเนียนและตึงกระชับขึ้นจนคุณรู้สึกได้

มหัศจรรย์ Biosome 5 ด้วยสารสกัดจากพิช 5 ชนิด รากฮอส:-)ิช รากมัลเบอรี่ ใบโรสแมรี่ ใบเปเปอร์มิ้นท์ และไกลโคเจน ซึ่งล้วนมีคุณสมบัติในการช่วยต้านริ้วรอยแห่งวัย ทำให้ผิวพรรณที่มีชีวิตชีวาและมีเสน่ห์ดูอ่อนเยาว์




เนื้อสัมผัส ลักษณะเป็นครีมเนื้อบาล์ม เหมือนเคลือบอยู่บนผิวเรา ชอบมากเพราะเนื้อบาล์มมีลักษณะพิเศษคือ เคลือบปิดผิว สามารถปิดล็อคความชุ่มชื้นให้ผิวเราได้ คือมีความข้นและคงตัวแบบบาล์ม แต่พอเกลี่ยบนผิวแล้วจะรู้สึกว่า ให้ความรู้สึกลื่นผิวเกลี่ยง่าย ซึมซาบไวและบางเบาสบายผิวไม่เหนอะหนะ ชาชอบมากเลย
ส่วนกลิ่น เป็นกลิ่นหอมอ่อนๆ ซึ่งเป็นกลิ่นที่สดชื่น หอมแบบธรรมชาติ รู้สึกผ่อนคลายสุดๆ ทำให้หลับสบายคลายเครียด เชื่อว่าทุกคนต้องชอบ เหมือนชานะ
วิธีการใช้
ใช้ปริมาณเท่าเม็ดถั่วเขียว เป็นประจำอย่างต่อเนื่องทุกวัน ทำเป็นประเช้า-เย็น โดยการวอร์มเนื้อครีมด้วยนิ้วนางทั้ง 2 ข้าง แต้มเนื้อบาล์มแล้วแต้มให้รอบๆบริเวณรอบดวงตา ค่อยๆลูบไล้เนื้อบาล์มโดยเริ่มจากด้านล่างหางตาเข้าสู่หัวตาแล้ววนขึ้นด้านบนจากหัวตาไปสู่หางตาจนเป็นวงกลม สุดท้ายใช้นิ่วนางค่อยกดเนื้อบาล์มจนซึมเข้าสู่ผิวจนหมด

BEFORE

ผลสรุป คือ ผิวเนียนนุ่มขึ้น ที่เคยแห้งมีริ้วรอยใต้ตาจางลง ชุ่มชื่น รู้สึกว่าผิวอิ่มนำ้ เปล่งปลั่ง หลังตื่นนอน ดูไม่โทรม และ สะดวกใช้ง่ายชาเอาทำเป็นมาส์กตาแล้วนอนได้เลยจร้า
ความรู้สึกหลังใช้
- ความรู้สึกหลังจากที่ใช้ติดต่อกันครบ 7 วัน ชอบเนื้อบาล์มเข้มข้นช่วยผสานร่องลึก ริ้วรอยหางตา และรอยหย่อนคล้อยรอบดวงตา ให้ดูกระชับตึงขึ้นได้ แลดูมีชีวิตชีวา
- ริ้วรอยใต้ตาแลดูลดเลือนลง ทำให้เพิ่มความมั่นใจกว่าแต่ก่อน เพราะแต่ก่อนเวลายิ้ม หรือหัวเราะจะกลัวเห็นริ้วรอยรอบดวงตา ทำให้ยิ้มได้ไม่เต็มที่
- แต่งหน้าง่ายขึ้นกว่าแต่ก่อน ไม่ต้องโบกคอนซิลเลอร์หนาๆ เพื่อปกปิดริ้วรอยแล้ว
- ให้เนื้อสัมผัสที่ดี เหมาะกับสภาพอากาศและผิวของคนเอเชีย
- ช่วยเติมความชุ่มชื่นให้ผิวได้ในระดับน่าพอใจ
- ใช้ได้ทุกสภาพผิว แม้ผิวบอบบาง แพ้ง่าย
ปล. ผลิตภัณฑ์กระปุกจริง Jurlique Nutri-Define Eye Contour Balm จะให้ Metal Ball Spatula มาด้วยซึ่ง ผลิตขึ้นจากสแตนเลสเนื้อพิเศษอย่างดีเพื่อช่วยให้การทำงานของเนื้อบาล์มมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นสำหรับพื้นที่รอบดวงตาอันบอบบาง ซึ่งสแตนเลสจะทำปฎิกิริยากับอากาศเมื่อสัมผัสลงบนผิวหนัง ผสานกับการใช้ตามแบบวิธีของเจอร์ลีคจะให้ความรู้สึกที่เย็นสบายและผ่อนคลาย ช่วยทำให้เนื้อครีมซึมเข้าสู่ผิวหนังได้ดียิ่งขึ้น พร้อมช่วยลดอาการบวมใต้ดวงตา และฟื้นฟูบริเวณรอบตาให้ดูสดใสได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งให้ผลลัพธ์และเพิ่มประสิทธิภาพที่ดีมากขึ้นค่ะ

หวังว่ารีวิวนี้จะมีประโยชน์กับทุกคนไม่มากก็น้อย ที่กำลังสนใจ Eye Cream แบบชา เพื่อนๆสามารถไปทดลองใช้ที่เคาเตอร์ Jurlique หรือขอผลิตภัณฑ์ตัวอย่างมาทดลอง ได้นะคะ ว่าชอบไหม วันนี้ชาไปก่อนนะ แล้วเจอกันใหม่รีวิวหน้าจร้า ขอบคุณค่ะ
| Tweet |
ตาตี่ เกิดจากอะไร รวมทุกวิธีแก้ให้ตาดูโต สดใสขึ้น
- ตาตี่ แตกต่างจากตาชั้นเดียวอย่างไร
- ผลกระทบของปัญหาตาตี่ที่มีมากกว่าความสวยงาม
- เจาะลึกสาเหตุหลักที่ทำให้คุณตาตี่
- รวมวิธีแก้ไขปัญหาตาตี่ เปลี่ยนตาเล็กให้กลมโต
- สรุปบอกลาปัญหาตาตี่ คืนความสดใสให้ดวงตาคู่สวยของคุณ
คุณเคยรู้สึกว่าดวงตาดูเล็ก เหนื่อยล้า หรือโดนทักว่าดูง่วงนอนอยู่บ่อยๆ ไหม ปัญหาตาตี่ไม่ได้ส่งผลแค่เรื่องความสวยงาม แต่ยังกระทบถึงภาพลักษณ์และความมั่นใจ บทความนี้จะพาคุณไปเจาะลึกถึงสาเหตุที่แท้จริง พร้อมแนะนำทุกวิธีแก้ไขที่จะช่วยเปลี่ยนดวงตาคู่เดิมให้กลมโต สดใส และมีเสน่ห์ได้อย่างที่คุณต้องการ
ตาตี่ แตกต่างจากตาชั้นเดียวอย่างไร
หลายคนมักเข้าใจผิดว่าคนที่มีตาชั้นเดียวจะต้องมีตาตี่เสมอไป ซึ่งไม่เป็นความจริง ความแตกต่างที่สำคัญอยู่ที่ขนาดของดวงตา ไม่ใช่การมีอยู่ของชั้นตา
- ตาตี่ คืออะไร: เป็นลักษณะของดวงตาที่มีความกว้างในแนวตั้งน้อย ทำให้ดวงตาดูเรียวเล็กเหมือนขีด หรือดูเหมือนลืมตาไม่เต็มที่ ซึ่งเป็นผลจากการที่เปลือกตาบนตกลงมาปิดทับตาดำมากกว่าปกติ ไม่ว่าจะมีตาชั้นเดียวหรือตาสองชั้นก็ตาม
- เช็กว่าตาของคุณเข้าข่ายตาตี่หรือไม่: ลองสังเกตตัวเองในกระจก หากความสูงของดวงตาดูน้อยกว่าความยาวอย่างเห็นได้ชัด หรือขอบเปลือกตาบนตกลงมาปิดทับลูกตาดำเกินกว่า 1-2 มิลลิเมตร ก็อาจเข้าข่ายภาวะตาตี่
ผลกระทบของปัญหาตาตี่ที่มีมากกว่าความสวยงาม
ปัญหาตาตี่ไม่ได้ส่งผลกระทบแค่เรื่องของความสวยงามเพียงอย่างเดียว แต่ยังสามารถส่งผลต่อบุคลิกภาพโดยรวมและการใช้ชีวิตประจำวันได้อีกด้วย
- ด้านภาพลักษณ์: การมีตาตี่ทำให้ใบหน้าโดยรวมดูอ่อนล้า ไม่สดใสเหมือนคนพักผ่อนไม่เพียงพออยู่ตลอดเวลา นอกจากนี้การต้องคอยเพ่งมองหรือหรี่ตาเพื่อให้เห็นชัดขึ้น อาจทำให้ใบหน้าดูดุหรือไม่เป็นมิตรได้โดยไม่ได้ตั้งใจ
- ด้านการมองเห็น: ในกรณีที่ภาวะตาตี่มีความรุนแรง ซึ่งมักมีสาเหตุมาจากภาวะกล้ามเนื้อตาอ่อนแรง เปลือกตาที่ตกลงมามากผิดปกติอาจบดบังการมองเห็นในส่วนบนของลานสายตา ทำให้การใช้ชีวิตประจำวันลำบากขึ้น เช่น การขับรถ หากปล่อยทิ้งไว้ อาจนำไปสู่ปัญหาสายตาอื่นๆ ตามมาได้
เจาะลึกสาเหตุหลักที่ทำให้คุณตาตี่
การที่ดวงตาของคนเราจะดูเล็กหรือตาตี่นั้น เป็นผลมาจากลักษณะทางกายวิภาคของโครงสร้างรอบดวงตาที่แตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล การเข้าใจถึงสาเหตุเชิงลึกเหล่านี้คือสิ่งสำคัญที่จะนำไปสู่การเลือกวิธีแก้ไขปัญหาตาตี่ได้อย่างตรงสาเหตุ
- กรรมพันธุ์และโครงสร้างเปลือกตา: นับเป็นสาเหตุที่พบได้บ่อยที่สุดโดยเฉพาะในคนเอเชีย คือการมีลักษณะตาตี่ที่ได้รับมาทางพันธุกรรม ซึ่งมักจะมาพร้อมกับการไม่มีรอยพับชั้นตา หรือที่เรียกว่า ตาชั้นเดียว
- ภาวะไขมันที่เปลือกตาหนา: ในบางคนแม้จะมีโครงสร้างตาสองชั้น แต่การมีไขมันสะสมที่เปลือกตาเยอะเกินไปจะทำให้เปลือกตาดูบวมตุ่ยและตกลงมาบดบังชั้นตา ทำให้ดวงตาดูเล็กลง
- ภาวะหัวตาปิด (Epicanthal Fold): เป็นการมีแผ่นหนังตาที่ยื่นลงมาปิดบริเวณหัวตา ทำให้ความยาวในแนวนอนของดวงตาดูสั้นลง และทำให้ดวงตาโดยรวมดูเล็กและตาตี่
- ภาวะกล้ามเนื้อตาอ่อนแรง (Ptosis): นับว่าเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้เกิดภาวะตาตี่ที่รุนแรงที่สุด โดยเกิดจากกล้ามเนื้อที่ใช้ในการยกเปลือกตาอ่อนกำลังลง ทำให้ไม่สามารถลืมตาได้เต็มที่ เปลือกตาจึงตกลงมาปิดทับตาดำมากกว่าปกติ
รวมวิธีแก้ไขปัญหาตาตี่ เปลี่ยนตาเล็กให้กลมโต
การแก้ไขปัญหาตาตี่ที่ตรงสาเหตุต้องเริ่มจากการวินิจฉัยสาเหตุที่แท้จริง และเลือกใช้วิธีที่เหมาะสม เพื่อให้ดวงตากลับมาสดใสและสวยงามได้ค่อนข้างปลอดภัย
- การแก้ไขตาตี่ด้วยการทำตาสองชั้น: สำหรับผู้ที่มีปัญหาตาตี่ที่เกิดจากการไม่มีชั้นตาหรือมีไขมันเปลือกตาเยอะ การทำศัลยกรรมตาสองชั้น คือหนึ่งในทางออกที่ได้รับความนิยม ซึ่งช่วยเปลี่ยนให้ดวงตาที่ดูเล็กกลับมากลมโตและสดใสขึ้น
- การแก้ไขตาตี่ด้วยการเปิดหัวตา : เป็นเทคนิคสำคัญที่จะช่วยเพิ่มความยาวให้ดวงตาโดยเฉพาะ ซึ่งเป็นการกำจัดแผ่นหนังตาที่ยื่นลงมาปิดบริเวณหัวตาออกไป ทำให้ดวงตาโดยรวมดูยาวสมส่วนและสดใสขึ้นอย่างดูเป็นธรรมชาติ
- การแก้ไขตาตี่จากภาวะกล้ามเนื้อตาอ่อนแรง: หากปัญหาตาตี่มาจากสาเหตุนี้ จำเป็นต้องใช้การผ่าตัดเข้าไปซ่อมแซมและปรับระดับความตึงของกล้ามเนื้อที่ใช้ในการยกเปลือกตาโดยตรง ซึ่งเป็นหัตถการที่มีความซับซ้อนสูงและต้องทำโดยศัลยแพทย์ที่มีทักษะเท่านั้น
สรุปบอกลาปัญหาตาตี่ คืนความสดใสให้ดวงตาคู่สวยของคุณ
การแก้ไขปัญหาตาตี่ให้ได้ผลในระยะยาวต้องเริ่มจากการเข้าใจสาเหตุของปัญหา ไม่ว่าจะเป็นที่ชั้นตา หัวตา หรือกล้ามเนื้อ ที่ Apex Surgery แพทย์ของเราพร้อมประเมินและออกแบบแผนการรักษาที่เหมาะสมกับปัญหาตาตี่ของคุณโดยเฉพาะ เพื่อคืนดวงตาที่กลมโตสดใสและมอบผลลัพธ์ที่สวยงาม การจัดการกับปัญหาตาตี่จึงไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป

