เมื่อDrug storeขอท้าสู้ Laura Mercier Smooth Finish FlawlessFluide รีวิวชัดจัดเต็ม
Room : Review
thisispimmyprae | ผิวผสม | 30-34 Yrs | 0 รีวิว 04/10/2015 18:56     

12

สวัสดีค่า พบกับแพร this is pimmy prae นะคะ นี่เป็นกระทู้แรกของแพรที่เว็บนี้เลย ก็ขอฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะค้า ^O^


ช่วงนี้ฝนตกบ๊อย บ่อย ตกเสร็จแดดออก ร้อนอีก หน้าจะมัน จะเยิ้ม จะชื้นเอาซะปรับตัวไม่ถูกเลยทีเดียว T____T เพราะฉะนั้นการจะหารองพื้นหรือบีบีครีมอะไรสักตัวที่มันจะช่วยได้ทั้งควบคุมความมัน พรางรูขุมขน แล้วต้องบางเบาด้วยนี่ ไม่ใช่เรื่องง่ายเลยน้า เพราะว่าเราต้องการความปกปิดรูขุมขน อยากให้ผิวเรียบเนียน ดูเป็นงานผิว งานใสๆ แต่เราต้องการความบางเบาอีกต่างหาก!! ขอบอกเลยว่าไม่ใช่เรื่องง่ายเลยที่จะหาตัวที่ถูกใจ ถูกจุดความต้อกงารของเราเจอค่ะ เพราะโดยส่วนใหญ่รองพื้นหรือบีบีครีมที่เราต้องการการปกปิดรูขุมขน คุมมันด้วยแล้วเนี่ยจะเป็นเนื้อครีมหรือเนื้อรองพื้นที่ค่อนข้างหนานั่นเอง...


แต่ว่าวันนี้ แพรจะขอมารีวิวเรียกว่าเป็นการประชันรองพื้นที่คุมมัน บางเบา ปกปิดรูขุมขน โดยเอาของ 2 สิ่งที่ราคาต่างกันมากกกก ระหว่าง Drug Store กับ เครื่องสำอาง Counter Brand ราคาเฉียด 2000 บาท! มาประชันกันค่ะ


อ่านมาถึงตรงนี้อาจคิดว่าเห้ย ของมันต่างกันไปรึเปล่า ถ้าเอามารีวิว มันจะดีหรอ? แพรอยากบอกสาวๆว่ามันต่างกันนิ๊สสสเดียวเองค่ะ ต่างกันแบบนิดๆหน่อยๆด้วยซ้ำ ถ้าใครได้ดูในคลิปแพร จะมีตอนที่แพรปาดครีมลงบนใบหน้าทั้ง 2 ตัวให้ดูด้วย แล้วจะพบว่าเห้ย จากหน้าสดเปื่อยๆ กลายเป็นหน้าเนียนขึ้น ใสขึ้น แล้วทั้ง 2 ตัวนี้แทบจะแยกกันยากมากกกก



เอาล่ะค่ะ เกริ่นมานานแล้ว ขอเฉลยเลยละกัน ฮิฮิ สำหรับรองพื้นและบีบีครีมที่แพรนำมาสู้กันครั้งนี้ คือ... แต่ แด แด๊!!


6

7

คู้ท้าชิงก็เป็น 2 ตัวนี้นั่นเองค่า ^O^ ตัวลอร่า เราหลายๆคนคงเคยได้ยินความเทพของมันมาล้ว แต่ว่าตัว Freshel BB Cream Pore Cover เนี่ยไม่ค่อยมีคนมารีวิวสักเท่าไหร่เลยเน้อะ แพรเลยกะว่าจะนำมารีวิวให้เพื่อนๆได้ดูกันดีกว่าค่ะ เพราะว่ามันเทพมากเช่นกัน

เริ่มการประลองวิทยายุทธ์ เอ้ย ประลองความเทพ ศึกคุมมัน บางเบา กลบรู ใครจะชนะ!!


ยกที่ 1 เนื้อสัมผัส

8

ของ Laura ด้วยความที่มันเป็นเนื้อแบบน้ำ จึงทำให้เนื้อสัมผัสที่เบากว่าตัวของ Freshel ที่เป็นแบบเนื้อครีมีที่จะหนืดกว่าอย่างเห็นได้ชัดค่ะ


ยกที่ 2 ไหนๆ ลองปาดดูสิ!

9

Laura จะปาดลื่น ซึมไว ส่วนของ Freshel เนื้อหนืดกว่าแต่ก็ปาดลื่นไปกับผิวได้เช่นกัน


ยกที่ 3 ปาดให้ทั่ว 

10

จำนวนการปาดเท่ากัน แต่ของ Laura จะซึมไวกว่าของ Freshel ดูกลืนไปกับผิวเลย แต่ว่าของ Freshel นั้น ผิวดูเนียนกว่าตรงที่มันกลบรูขุมขนได้กริ๊บกว่านั่นเองค่ะ


ยกที่ 4 ปาดให้เสร็จสรรพ

11

พอเอา Freshel มาปาด มาเกลี่ยให้ดีๆ ขอบอกเลยว่าไหนข่าาา ความต่างของทั้ง 2 ตัวอยู่ไสค่าา เหมือนกันเด๊ะ แบบเด๊ะๆ!  แล้วทั้ง 2 ตัวกลบรูขุมขนได้ดีด้วย จะเห็นว่า (ถ้าสาวๆลองซูมดูที่รูปนะคะ) เนื้อที่ว่างๆที่ไม่ได้ทารองพื้นกับบีบีนั้น จะเห็นรูขุมขนเด่นชัด ต่างกันส่วนที่โดนปาดด้วยรองพื้นกับบีบีครีมมากๆ ที่เนื้อส่วนนั้นจะเรียบเนียน ขาว สว่าง


12144877_886599824751520_7910450804491647976_n

โดยที่ในคลิปแพรจะมีการทาให้ดูที่หน้าด้วยน้า คือถ้าปาดที่หน้าอยากให้สาวๆได้เห็นกันแบบภาพเคลื่อนไหวมากๆ ว่าจากหน้าโทรม หน้าเปื่อย พอใช้รองพื้น Laura กับ บีบีครีม Frshel แล้วหน้ามันดีขึ้นขนาดไหน ตามไปดูกันเล้ย

https://www.youtube.com/watch?v=upiICH3jFCI


ในคลิปนี้บอกสรรพคุณละเอียดขึ้น ปาดให้ดูที่แขน แล้วก็หน้าอย่างละฝั่งนะคะ ^_^ แล้วก็สรุปผลหลังการใช้ค่า


4


ใครชอบดูภาพ ขอนำเสนอภาพนี้ค่า ^___^ เห็นความต่างมั้ย? เอาจริงๆคือต่างกันน้อยมากเลย ความเนียนคล้ายๆกัน แต่ของ Laura ให้หน้าดูใสกว่า ดูบางเบาสบายกว่าเพราะมันเป็นเนื้อน้ำ ซึ่งพอทางลงไปแอบคล้ายเป็นแป้งๆให้เราด้วยค่ะ ทั้ง 2 ข้างนี้แพรไม่ได้ลงแป้งทับหรือลงไพรเมอร์ก่อนใดๆจ้า


ส่วนของ Freshel นั้น กลบรูขุมขนได้มิดกว่าตามที่บอกไปในคลิปค่ะ ฝั่ง Laura มีรูขุมขนตรงจมูกที่ยังเห็นเด่นชัดอยู่


ทั้ง 2 ตัวนี้ช่วยเบลอปัญหาผิวได้ดีทั้งคู่  มีต่างกันบ้างในบางคุณสมบัติเล็กๆน้อยๆ แพรว่าถ้าใครอยากกลบรูขุมขนมากๆแนะนำของ Freshel แต่ถ้าอยากได้บางเบา หน้าใสก็ของ Laura เลยค้า


1


เย้ จบแล้วค่ะสำหรับรีวิวศึกประชันรองพื้นคุมมัน เบลอรูขุมขน เบาสบายแบบ Drug Store ปะทะ Counter Brand !!! แพรหวังว่ากระทู้รีวิวนี้จะสามารถช่วยให้สาวๆได้มีตัวเลือกเพิ่มมากขึ้นในการตามล่าหารองพื้นหรือบีบีที่เหมาะกับตนเองนะค้า ขอบคุณค่ะ ^O^





Comment (1)

comment 1
nerd | ผิวมัน | > 50 Yrs | 0 รีวิว 04/02/2026 14:34     

รีวิวเสริมจมูก คุณอิว แก้ฮัมพ์ให้ทรงสวยละมุนรับกับหน้า


เลือกหัวข้อที่ต้องการอ่าน
  • ทำไมคุณอิวถึงเลือกโปรแกรมเสริมจมูก Open?
  • ปัญหาหลักของคุณอิวก่อนทำฮัมพ์จมูกจากอุบัติเหตุ
  • ขั้นตอนการทำโปรแกรมเสริมจมูก Open ที่ Apex Surgery
  • อัปเดตผลลัพธ์จมูกใหม่ของคุณอิว 1-90 วัน
  • การดูแลตัวเองหลังทำเพื่อผลลัพธ์ที่ดีที่สุด
  • สรุปรีวิวเสริมจมูกของคุณอิว


ปัญหาฮัมพ์กลางสันจมูกจากอุบัติเหตุในวัยเด็ก คือสิ่งที่ติดตัวคุณอิวมานาน ทำให้เขารู้สึกไม่มั่นใจทุกครั้งที่ส่องกระจกหรือถ่ายรูป จนตัดสินใจที่จะเปลี่ยนแปลงตัวเองด้วยโปรแกรมเสริมจมูกเทคนิค Open กับ นพ.ชัยภักดิ์ สิทธิเนตรสกุล หรือ คุณหมอแมน (ว.38034) ที่ Apex Surgery Hospital มาดูกันว่าคุณอิวจะประทับใจกับรีวิวเสริมจมูกครั้งนี้มากแค่ไหน และทรงจมูกใหม่จะช่วยเสริมความมั่นใจให้เขาได้อย่างไรบ้าง

ทำไมคุณอิวถึงเลือกโปรแกรมเสริมจมูก Open?

ก่อนตัดสินใจทำคุณอิวได้ศึกษาข้อมูลการแก้ฮัมพ์จมูกอย่างละเอียด จนพบว่าโปรแกรมเสริมจมูกแบบโอเพ่นเหมาะกับเคสที่ต้องปรับโครงสร้างภายในอย่างการแก้ฮัมพ์ ซึ่งแตกต่างจากเทคนิคปิดที่เน้นเพียงการปรับซิลิโคน อีกเหตุผลที่ทำให้คุณอิวมั่นใจคือการเลือกทำกับคุณหมอแมน ที่ Apex Surgery Hospital ซึ่งเป็นโรงพยาบาลที่มีการจดทะเบียนถูกต้อง มีทั้งห้องผ่าตัดปลอดเชื้อ ห้องพักฟื้น และทีมบุคลากรที่ดูแลอย่างใกล้ชิด

ปัญหาหลักของคุณอิวก่อนทำฮัมพ์จมูกจากอุบัติเหตุ

ก่อนเข้ารับการเสริมจมูกคุณอิวมีปัญหาหลักคือฮัมพ์กลางสันจมูกที่เห็นชัดเจน ซึ่งทำให้ใบหน้าโดยรวมดูแข็งในบางมุม โดยเฉพาะเมื่อมองด้านข้าง ทำให้เขารู้สึกไม่มั่นใจในตัวเอง ปัญหาลักษณะนี้ไม่สามารถแก้ไขได้ด้วยการเสริมจมูกเทคนิคปิดทั่วไป คุณอิวจึงเลือกโปรแกรมเสริมจมูก Open ที่สามารถเข้าถึงฐานจมูกและปรับโครงสร้างได้อย่างเหมาะสมที่สุด

ขั้นตอนการทำโปรแกรมเสริมจมูก Open ที่ Apex Surgery

ในวันเข้ารับบริการคุณอิวได้ปรึกษากับคุณหมอแมนเพื่อยืนยันรูปทรงที่ต้องการอีกครั้ง คุณหมออธิบายขั้นตอนอย่างละเอียดตั้งแต่การปรับโครงสร้าง ไปจนถึงการใช้กระดูกอ่อนหลังหูเสริมปลายจมูก และวิธีดูแลตัวเองหลังทำ

ระหว่างผ่าตัดคุณอิวเล่าว่ารู้สึกสบายกว่าที่คิดไว้มาก เพราะคุณหมอและทีมงานคอยดูแลและสอบถามอาการตลอดเวลา หลังเสร็จสิ้นการผ่าตัดคุณอิวได้พักฟื้นในห้องพักของโรงพยาบาล 1 คืน เพื่อให้ทีมแพทย์ติดตามอาการและให้คำแนะนำอย่างใกล้ชิด

 

อัปเดตผลลัพธ์จมูกใหม่ของคุณอิว 1-90 วัน

  • หลังทำ 1-2 วัน: คุณอิวเล่าว่ามีอาการบวมและรอยช้ำน้อยมาก มีเพียงความตึงเล็กน้อยบริเวณสันจมูกและหลังหู ซึ่งเป็นจุดที่ใช้กระดูกอ่อนเสริมปลาย
  • เมื่อครบ 7 วันและถอดเฝือก: เป็นช่วงเวลาที่คุณอิวดีใจที่สุด เพราะได้เห็นจมูกใหม่เป็นครั้งแรก สันจมูกดูเรียบเนียน ฮัมพ์หายไป และปลายจมูกดูยาวละมุนกว่าเดิม คุณหมอแนะนำว่าทรงจมูกจะค่อยๆ เข้าที่มากขึ้นเมื่อเวลาผ่านไป
  • ช่วง 30-90 วันหลังทำ: จมูกค่อยๆ ลดบวมลงจนได้ทรงที่ดูเป็นธรรมชาติ และเข้ากับใบหน้าได้อย่างลงตัว ทำให้คุณอิวรู้สึกมั่นใจมากขึ้นในทุกๆ วัน

การดูแลตัวเองหลังทำเพื่อผลลัพธ์ที่ดีที่สุด

คุณอิวดูแลตัวเองอย่างเคร่งครัดตามคำแนะนำของแพทย์ เพื่อช่วยให้ฟื้นตัวค่อนข้างเร็วและได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด

  • ประคบเย็นและประคบอุ่น: ประคบเย็นในช่วง 72 ชั่วโมงแรกเพื่อลดอาการบวม หลังจากนั้นให้เปลี่ยนเป็นประคบอุ่นเพื่อช่วยลดรอยช้ำและทำให้เนื้อเยื่อสมานตัวเร็วขึ้น
  • ทานอาหารอ่อน: งดอาหารแข็ง อาหารรสจัด อาหารหมักดอง และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์อย่างน้อย 1 เดือน
  • นอนยกศีรษะสูง: นอนโดยใช้หมอนรองศีรษะให้สูงประมาณ 30–45 องศาในช่วง 5 วันแรก เพื่อลดอาการบวม
  • งดกิจกรรมหนัก: หลีกเลี่ยงการออกกำลังกายหนัก การยกของหนัก หรือการก้มหน้าติดต่อกันประมาณ 2 สัปดาห์
  • ทำความสะอาดแผล: ล้างหน้าเบาๆ และหลีกเลี่ยงการให้แผลโดนน้ำในช่วง 3 วันแรก
  • พบแพทย์ตามนัด: เข้าพบแพทย์ตามนัดหมาย เพื่อติดตามผลและรับการฉายแสง ซึ่งช่วยให้การฟื้นตัวเป็นไปอย่างสม่ำเสมอ

 

สรุปรีวิวเสริมจมูกของคุณอิว

การตัดสินใจเข้ารับรีวิวเสริมจมูกด้วยโปรแกรมเสริมจมูก Open กับคุณหมอแมน ที่ Apex Surgery Hospital ช่วยให้คุณอิวแก้ปัญหาฮัมพ์จากอุบัติเหตุได้อย่างเหมาะสม หลังทำ 90 วัน ทรงจมูกดูละมุน สันเรียบเนียน และปลายจมูกยาวรับกับใบหน้าอย่างดูเป็นธรรมชาติ ทำให้เขากลับมามั่นใจในตัวเองมากขึ้น

ที่ Apex Surgery Hospital ให้บริการโดยศัลยแพทย์และมีการติดตามผลหลังผ่าตัดอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ผู้เข้ารับบริการได้รับการดูแลที่เหมาะสมตามรายบุคคล หากคุณกำลังมองหาคลินิกที่ตอบโจทย์ความต้องการเรื่องการเสริมจมูกสามารถติดต่อได้ที่ช่องทางด้านล่างนี้เลย

Post Comment



- view all -

THE HIGHLIGHTER

- view all -