ช่วงนี้ ฝนตก ทุกวันเลย ไหนจะละอองฝนที่มากับอากาศ ปะทะหน้าเรา ทั้งคัน สิว ก็ขึ้น เพื่อนๆ ชาวจีบีน ใช้อะไรดูแลหน้ากันบ้างค่ะ ตอนนี้เราเลือก สบู่ไข่ขาว สวีเดน สูตรใหม่ ที่ไม่ลองไม่ได้ค่ะ กล่องสีน้ำเงินลายขาว ก่อนหน้านี้เราเคยใช้สูตรเดิมตอนนั้นใช้แล้วหน้าจะแอบตึงๆ นิตๆ อ่ะ แต่สูตรใหม่ที่ออกมาวางขายทำมาเพื่อเหมาะกับคนผิวแห้ง อย่างเราก็ต้องลองอยู่แล้วไม่พลาดค่ะ
^________________________________^ กล่องสีน้ำเงินลายขาว ขนาด 15 กรัม ราคา เท่ากับสูตรเดิม 69 บาท วางขายคู่กันเลย ใน 7-11 ก้อนเล็กกะทัดรัด

เวลาล้างหน้าก็เหมือน ล้างหน้าทั่วไป แต่ ที่พิเศษคือสบู่ไข่ขาว สวีเดน จะมีฟองนุ่มๆ ให้นำฟองครีมพอกหน้าทิ้งเอาไว้ สัก 1-3 นาที นะค่ะ เพื่อความสะอาดที่ล้ำลึก


ล้างหน้าเสร็จเรียบร้อย หน้านุ่ม ชุ่มชื่น เรียบเนียน ไม่แห้งตึง แต่สุดท้ายแล้วใช้มาทั้ง 2 สูตร ดีมากค่ะ เพราะมีส่วนผสมหลักของโปรตีนไข่ขาว ซึ่งสิวเสี้ยน สิวอุดตัน ไม่ต้องพูดถึงเลยหน้ายกกระชับ
แถมเพิ่มความขาวกระจ่างใสเข้ามาในสูตรใหม่อีก ให้คะแนน เต็มร้อยค่ะ
@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@
วันนี้ ไปก่อนค่ะ อย่าลืมดูแลสุขภาพทั้งผิวหน้าและผิวกาย ด้วย นะค่ะ เพราะอากาศเปลี่ยนแปลงบ่อย
| Tweet |
ใช้ดีเหมือนกันคะ เพิ่งลองสอยมาจากเซเว่น
ข้อเสียของการทำรีแพร์ สิ่งที่ควรรู้ก่อนตัดสินใจ
- การทำรีแพร์ คืออะไร
- ข้อเสียของการทำรีแพร์ที่คุณต้องรู้
- ความเสี่ยงในห้องผ่าตัดและภาวะแทรกซ้อน
- ผลกระทบในช่วงพักฟื้น (ระยะสั้น)
- ผลกระทบระยะยาว
- เปรียบเทียบข้อเสียของการทำรีแพร์แต่ละแบบ
- ข้อเสียของการทำรีแพร์โดยการผ่าตัด
- ข้อเสียของการทำรีแพร์โดยโปรแกรมเลเซอร์
- สรุปข้อคิดก่อนตัดสินใจทำรีแพร์
ปัญหาช่องคลอดหย่อนคล้อยเป็นเรื่องละเอียดอ่อนที่ส่งผลกระทบต่อความมั่นใจในผู้หญิงหลายคน การทำรีแพร์จึงเป็นทางออกที่หลายคนคาดหวัง แต่เบื้องหลังผลลัพธ์ที่วาดฝันก็มีข้อเสียของการทำรีแพร์ ทั้งในระยะสั้นและระยะยาวที่คุณต้องรู้และยอมรับให้ได้ บทความนี้จะพาคุณไปทำความเข้าใจการผ่าตัดศัลยกรรมนี้ให้ลึกซึ้งก่อนตัดสินใจ เพื่อให้คุณไม่รู้สึกเสียดายในภายหลัง
การทำรีแพร์ คืออะไร
รีแพร์ คือการผ่าตัดศัลยกรรมตกแต่งเพื่อซ่อมแซมและกระชับกล้ามเนื้อบริเวณช่องคลอดที่หย่อนคล้อยหรือฉีกขาด เพื่อช่วยให้ช่องคลอดกลับมากระชับขึ้น แก้ไขปัญหา และเพิ่มความมั่นใจในการใช้ชีวิตคู่
ศัลยแพทย์จะทำการผ่าตัดเพื่อเย็บซ่อมแซมกล้ามเนื้อและเนื้อเยื่อบริเวณผนังช่องคลอดที่หย่อนยานหรือฉีกขาดเข้าหากัน พร้อมกับตัดแต่งเนื้อเยื่อส่วนเกินออกไป ทำให้ขนาดของช่องคลอดเล็กลงและตึงกระชับขึ้น โดยทั่วไปจะทำภายใต้การดมยาสลบหรือการฉีดยาชาเข้าไขสันหลัง และต้องใช้เวลาพักฟื้นประมาณ 4-6 สัปดาห์
ข้อเสียของการทำรีแพร์ที่คุณต้องรู้
แม้การทำรีแพร์จะช่วยแก้ปัญหาความหย่อนคล้อยได้ แต่ก็มาพร้อมข้อเสียของการทำรีแพร์ และความเสี่ยงที่ต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ เพื่อให้ผลลัพธ์ที่ได้คุ้มค่ากับความเจ็บปวดและเวลาที่เสียไป
ความเสี่ยงในห้องผ่าตัดและภาวะแทรกซ้อน
- การบาดเจ็บ: หากเคยผ่าตัดมาก่อนหรือมีการอักเสบเรื้อรัง อาจเกิดพังผืดที่ทำให้การผ่าตัดยากขึ้นและเสี่ยงต่อการบาดเจ็บ
- การเสียเลือด: อาจเกิดภาวะเลือดออกมากผิดปกติได้ โดยเฉพาะในผู้ที่รับประทานยาละลายลิ่มเลือด
- การติดเชื้อ: อาจเกิดขึ้นได้หากดูแลความสะอาดแผลไม่ดีพอ หรือในผู้ที่มีภูมิต้านทานต่ำ
ผลกระทบในช่วงพักฟื้น (ระยะสั้น)
- ความเจ็บปวดรุนแรง: หลังหมดฤทธิ์ยาสลบจะมีความเจ็บปวดบริเวณแผลผ่าตัดอย่างมาก ซึ่งต้องใช้ยาแก้ปวดช่วยบรรเทา
- อาการบวมและรอยช้ำ: เป็นเรื่องปกติที่จะมีอาการบวมและฟกช้ำบริเวณอวัยวะเพศ ซึ่งอาจทำให้รู้สึกไม่สบายตัวอย่างมากในช่วง 1-2 สัปดาห์แรก
- ข้อจำกัดในการใช้ชีวิต: คุณจะต้องงดการมีเพศสัมพันธ์อย่างเด็ดขาดเป็นเวลาอย่างน้อย 6-8 สัปดาห์ รวมถึงงดการออกกำลังกายหนักหรือการยกของหนัก
- ความยากลำบากในการขับถ่าย: การอุจจาระหรือปัสสาวะอาจทำให้เจ็บแผลได้ แพทย์จึงมักให้ยาที่ช่วยให้อุจจาระนิ่มเพื่อลดการเบ่ง
ผลกระทบระยะยาว
- การเปลี่ยนแปลงของความรู้สึกทางเพศ: การผ่าตัดอาจทำลายเส้นประสาทบางส่วน ทำให้ความรู้สึกทางเพศลดลง หรือในทางตรงกันข้าม อาจเกิดภาวะเจ็บปวดขณะมีเพศสัมพันธ์จากการเย็บที่ตึงเกินไป
- การเกิดพังผืดและแผลเป็นภายใน: ภายในช่องคลอดจะเกิดแผลเป็น ซึ่งอาจทำให้ช่องคลอดขาดความยืดหยุ่น รู้สึกแข็งกระด้าง หรือเจ็บลึก ๆ ขณะมีเพศสัมพันธ์ได้
- ผลกระทบต่อการมีบุตรในอนาคต: หากคุณยังวางแผนที่จะมีบุตร การคลอดบุตรทางช่องคลอดอีกครั้งจะทำลายผลลัพธ์ของการรีแพร์ทั้งหมด
เปรียบเทียบข้อเสียของการทำรีแพร์แต่ละแบบ
การทำรีแพร์มีทั้งแบบการผ่าตัดและแบบเลเซอร์ ซึ่งแต่ละแบบก็มี ข้อเสียของการทำรีแพร์ ที่แตกต่างกัน
ข้อเสียของการทำรีแพร์โดยการผ่าตัด
- เจ็บปวดและพักฟื้นนาน: หลังการผ่าตัดจะมีความเจ็บปวดอย่างมาก และต้องใช้เวลาพักฟื้นนานถึง 4-6 สัปดาห์
- ความเสี่ยงและภาวะแทรกซ้อนสูง: เนื่องจากการผ่าตัดมีความรุกรานสูง จึงมีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อ การตกเลือด หรือแผลเป็นได้ฃ
- ค่าใช้จ่ายสูงในครั้งเดียว: แม้จะเป็นการจ่ายครั้งเดียวจบ แต่ค่าใช้จ่ายในการผ่าตัดค่อนข้างสูงมาก
ข้อเสียของการทำรีแพร์โดยโปรแกรมเลเซอร์
- ผลลัพธ์ไม่ถาวร: เลเซอร์ช่วยได้แค่การกระตุ้นคอลลาเจน ซึ่งผลลัพธ์จะอยู่ได้เพียงชั่วคราวและต้องทำซ้ำอย่างต่อเนื่อง
- ไม่สามารถแก้ปัญหาที่ต้นเหตุ: เลเซอร์ไม่สามารถซ่อมแซมกล้ามเนื้อที่ฉีกขาดหรือหย่อนยานอย่างรุนแรงได้
- ต้องทำหลายครั้งกว่าจะเห็นผล: ไม่ใช่การทำครั้งเดียวจบเหมือนการผ่าตัด
- ไม่เหมาะกับคนที่มีปัญหาหย่อนคล้อยรุนแรง: สำหรับผู้หญิงที่ผ่านการคลอดบุตรหลายคนหรือมีภาวะหย่อนคล้อยมาก
สรุปข้อคิดก่อนตัดสินใจทำรีแพร์
การทำรีแพร์เป็นศัลยกรรมครั้งสำคัญที่ต้องชั่งน้ำหนักระหว่างประโยชน์ที่คาดหวังกับความเสี่ยงและผลกระทบมากมาย การปรึกษาแพทย์เพื่อประเมินความเหมาะสมและทำความเข้าใจทุกขั้นตอนอย่างละเอียด คือสิ่งของการตัดสินใจเพื่อผลลัพธ์ที่ดีและการดูแลที่ปลอดภัยสำหรับตัวคุณเอง

