[Review] 12 Plus Luminous CC Snail Whitening powder SPF 25 PA++ แป้งเนื้อเนียนราคาเบาๆ
ฮัลโหลคร่าาาา ทุกๆคนวันนี้มีความพิเศษมาฝาก อิอิ
เอ็กซ์คลูซีฟมากกับ
"12 Plus Luminous CC Snail Whitening powder SPF 25 PA++"
ที่มีลายเซ็นต์ของคู่จิ้นในและนอกจออย่าง
"หมาก-คิม"
ด้วยล่ะ อยากได้มาะละ กริกริ แต่ให้ไม่ได้เพราะมีเพียงชิ้นเดียวน้า เอาเป็นว่ามารีวิวให้ชมกันดีกว่า
มารู้จักผลิตภัณฑ์ตัวนี้กันก่อนนะคะ
12 Plus Luminous CC Snail Whitening powder SPF 25 PA++
เป็นแป้งทาหน้าผสมรองพื้นและสารป้องกันแสงแดด
ที่ผสมอานุภาพของสารสกัดจากเมือกหอยทากนำเข้าจากเกาหลี
วิธีใช้ ก็เหมือนแป้งตลับที่เราใช้กัตามปกตินั่นแหละค่ะ ใช้ฟองน้ำแตะ ทาบางๆทั่วใบหน้า
มาชมด้านในดีกว่า...
เนื้อแป้งละเอียด ใช้มือแตะแป้งรู้สึกว่านุ่มมาก
เนื้อแป้งดูเนียน แต่เบาบางเป็นธรรมชาติ ปกปิดได้ดี ทำให้ผิวดูสว่างกระจ่างใส
ส่วนที่เค้าว่ามาว่าช่วยคุมมัน 10 ชั่วโมง อันนี้ยังไม่ได้ลอง ไว้จะมาเล่าให้ฟังอีกทีนะคะ
วันนี้ก็ขอบ๊ายบายเท่านี้ก่อนนะคะ
^________^
| Tweet |
ปกปิดรอยบนหน้าเนียนดีไหมอ่าจ๊ะ เราสนใจ
น่าจะเหมาะกับ ผิวขาวเลย สีแป้งสวยดีค่ะ
แก้นอนกรนวิธีไหนดี รวมวิธีลดปัญหาเสียงกรนกวนใจ
- รวมวิธีแก้นอนกรน แบบไหนที่เหมาะกับคุณ ?
- เลือกวิธีแก้นอนกรนอย่างไร ช่วยแก้ปัญหาได้จริง
- การตรวจวินิจฉัยเพื่อระบุสาเหตุที่แท้จริง
- เลือกวิธีรักษาให้เหมาะสมกับปัญหา
- พิจารณาไลฟ์สไตล์และงบประมาณ
- ก่อนแก้นอนกรน ทำไมต้องทำโปรแกรม Sleep Test
- เช็กลิสต์ สัญญาณเตือนแบบไหนที่บอกว่าการนอนกรนไม่ปกติ
- สรุปวิธีแก้นอนกรนแบบไหนที่เหมาะกับเรา
การแก้นอนกรนไม่ใช่แค่วิธีการแก้ปัญหาเสียงรบกวน แต่คือการดูแลสุขภาพการนอนที่สำคัญ ซึ่งบางคนอาจมองว่าการนอนกรนเป็นเรื่องปกติที่ไม่ได้อันตราย แต่ในความเป็นแล้ว มันอาจเป็นสัญญาณของความผิดปกติ ส่งผลกระทบต่อการนอนหลับ ชีวิตคู่ หรืออาจเกิดการลุกลามจนเป็นภาวะอันตรายได้ ดังนั้นวันนี้ Apex จะพาทุกคนไปทำความเข้าใจกับสาเหตุ รวมถึงวิธีแก้นอนกรนในรูปแบบต่าง ๆ เพื่อเป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจ
รวมวิธีแก้นอนกรน แบบไหนที่เหมาะกับคุณ ?
การนอนกรนเป็นปัญหาที่ไม่เพียงส่งผลกระทบต่อสุขภาพของตัวเอง แต่ยังรบกวนคุณภาพการนอนหลับของบุคคลรอบข้าง ซึ่งปัจจุบันมีแนวทางการรักษาที่หลากหลาย ตั้งแต่การปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ไปจนถึงการใช้เทคโนโลยีทางการแพทย์ ดังนี้
- การปรับเปลี่ยนท่านอน : การนอนในท่าตะแคง หรือการหนุนหมอนให้ศีรษะอยู่ในระดับที่สูงขึ้น สามารถช่วยลดภาวะการอุดกั้นของทางเดินหายใจส่วนบน อันเนื่องมาจากการหย่อนตัวของลิ้นและเพดานอ่อน
- ลดน้ำหนัก : สำหรับผู้ที่มีอาการนอนกรนจากน้ำหนักเกินหรือโรคอ้วน การแก้นอนกรนเบื้องต้นด้วยวิธีลดน้ำหนักจะช่วยลดการสะสมของเนื้อเยื่อไขมันบริเวณลำคอ ซึ่งส่งผลให้ทางเดินหายใจกว้างขึ้นและลดการอุดกั้น
- หลีกเลี่ยงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และบุหรี่ : แอลกอฮอล์มีฤทธิ์ทำให้กล้ามเนื้อบริเวณทางเดินหายใจคลายตัว ส่วนสารในบุหรี่ก่อให้เกิดการระคายเคืองและการบวมของเนื้อเยื่อ ซึ่งล้วนเพิ่มความเสี่ยงต่อการอุดกั้นของทางเดินหายใจ ต้นเหตุของอาการนอนกรนได้
- ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ : การออกกำลังกายไม่เพียงช่วยในการควบคุมน้ำหนัก แต่ยังเสริมสร้างความตึงตัวของกล้ามเนื้อทั่วร่างกาย รวมถึงกล้ามเนื้อบริเวณลำคอและทางเดินหายใจ ช่วยลดโอกาสการหย่อนตัวขณะหลับ
- ปรับสุขอนามัยการนอน : วิธีแก้นอนกรนที่ทำได้ด้วยตัวเองวิธีหนึ่ง คือการรักษาตารางการนอนหลับให้สม่ำเสมอและพักผ่อนให้เพียงพอ รวมถึงหลีกเลี่ยงการใช้ยาบางกลุ่มที่อาจทำให้กล้ามเนื้อคลายตัวมากกว่าปกติ เช่น ยานอนหลับ หรือยาคลายกล้ามเนื้อโดยไม่ปรึกษาแพทย์
- ทำความสะอาดห้องนอน : การรักษาความสะอาดห้องนอนเพื่อกำจัดไรฝุ่น ขนสัตว์ หรือสารก่อภูมิแพ้อื่น ๆ สามารถลดการอักเสบและอาการบวมของเนื้อเยื่อในระบบทางเดินหายใจ ซึ่งเป็นสาเหตุหนึ่งของการนอนกรนได้
- เครื่องช่วยหายใจ (CPAP) : เป็นวิธีการแก้นอนกรนพื้นฐานสำหรับผู้ป่วยที่มีภาวะหยุดหายใจขณะหลับ (Obstructive Sleep Apnea) โดยเครื่องจะส่งแรงดันอากาศผ่านหน้ากากเพื่อป้องกันไม่ให้ทางเดินหายใจยุบตัวหรือตีบแคบขณะนอนหลับ
- อุปกรณ์ในช่องปาก (Oral Appliance) : เป็นอุปกรณ์ที่ออกแบบโดยทันตแพทย์เฉพาะทางสำหรับสวมใส่ขณะนอนหลับ เพื่อปรับตำแหน่งของขากรรไกรล่างและลิ้นให้ยื่นมาทางด้านหน้าเล็กน้อย ช่วยขยายช่องทางเดินหายใจส่วนบนให้กว้างขึ้น
- โปรแกรมเลเซอร์และคลื่นวิทยุ (ไม่ต้องผ่าตัด) : เป็นหัตถการแก้นอนกรนที่ใช้พลังงานความร้อนจากโปรแกรมเลเซอร์แก้นอนกรนหรือคลื่นวิทยุเพื่อทำให้เนื้อเยื่ออ่อนในช่องคอ เช่น เพดานอ่อนและลิ้นไก่ เกิดการหดกระชับ ซึ่งช่วยลดการสั่นสะเทือนและการอุดกั้นขณะหายใจ
- การผ่าตัดเพื่อแก้นอนกรน (สำหรับเคสที่จำเป็น) : แพทย์จะพิจารณาการผ่าตัดในกรณีที่การรักษาด้วยวิธีอื่นไม่ได้ผล โดยเป็นการผ่าตัดเพื่อนำเนื้อเยื่อที่หย่อนยานหรือเป็นส่วนเกินในช่องคอออก เช่น เพดานอ่อน ลิ้นไก่ หรือต่อมทอนซิล เพื่อขยายทางเดินหายใจให้กว้างขึ้นอย่าง
อย่างไรก็ตาม สิ่งสำคัญที่สุดของการแก้นอนกรน โดยเฉพาะคนที่มีปัญหาค่อนข้างชัดเจน คือการเข้ารับการตรวจวินิจฉัยจากแพทย์เพื่อประเมินหาสาเหตุที่แท้จริง และวางแผนการรักษาที่เหมาะสมกับผู้ป่วยแต่ละราย
เลือกวิธีแก้นอนกรนอย่างไร ช่วยแก้ปัญหาได้จริง
การเลือกวิธีแก้นอนกรนให้เหมาะสม จำเป็นต้องพิจารณาวิธีการให้สอดคล้องกับสาเหตุและความรุนแรงของปัญหาในแต่ละบุคคล เพื่อให้สามารถรักษาและแก้ไขปัญหาจากต้นตอได้อย่างแท้จริง โดยมีหลักการพิจารณาเบื้องต้น ดังนี้
การตรวจวินิจฉัยเพื่อระบุสาเหตุที่แท้จริง
ขั้นตอนที่สำคัญของการแก้นอนกรน คือการประเมินว่าอาการนอนกรนนั้นเป็นเพียงอาการนอนกรนทั่วไป หรือมีภาวะหยุดหายใจขณะหลับจากการอุดกั้น (Obstructive Sleep Apnea: OSA) ร่วมด้วย ซึ่งอาจมีสัญญาณบ่งชี้ เช่น เสียงกรนดังมากสลับกับช่วงที่เงียบหายใจ หรือมีลักษณะทางกายภาพที่ส่งผลต่อการอุดกั้นทางเดินหายใจ โดยการปรึกษาแพทย์หรือทำ Sleep Test ได้
เลือกวิธีรักษาให้เหมาะสมกับปัญหา
หลังจากวินิจฉัยและรู้สาเหตุและระดับความรุนแรงของอาการนอนกรนแล้ว แพทย์จะพิจารณาแนวทางการรักษาที่เหมาะสมสำหรับผู้ป่วยแต่ละราย ซึ่งโดยทั่วไปแบ่งได้ดังนี้
- อาการนอนกรนทั่วไป : อาจเริ่มต้นด้วยการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม เช่น การควบคุมน้ำหนัก การนอนในท่าตะแคง การงดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และยาบางชนิดก่อนนอน
- อาการนอนกรนรุนแรง : จำเป็นต้องอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์อย่างใกล้ชิด ซึ่งมีหลากหลายวิธี เช่น การใช้เครื่องอัดอากาศแรงดันบวก (CPAP) ใช้อุปกรณ์ในช่องปาก (Oral Appliance) หรือการผ่าตัด
พิจารณาไลฟ์สไตล์และงบประมาณ
ขั้นตอนสุดท้ายเพื่อเลือกวิธีแก้นอนกรนที่เหมาะสม จำเป็นต้องคำนึงถึงปัจจัยส่วนตัวของแต่ละคนร่วมด้วย เช่น ค่าใช้จ่าย หรือลักษณะการใช้ชีวิตของแต่ละคน เพื่อให้ผู้ป่วยสามารถปฏิบัติตามแผนการรักษาได้อย่างต่อเนื่องและเกิดประสิทธิภาพในระยะยาว
ก่อนแก้นอนกรน ทำไมต้องทำโปรแกรม Sleep Test
การทำโปรแกรม Sleep Test คือกระบวนการตรวจวินิจฉัยเพื่อหาข้อมูลของปัญหาการนอนหลับทั้งหมด ที่สำคัญกับการแก้นอนกรน เพราะช่วยยืนยันได้ว่าการกรนนั้นมีภาวะหยุดหายใจขณะหลับที่อันตรายซ่อนอยู่หรือไม่ ซึ่งข้อมูลความรุนแรงที่ได้จะนำไปสู่การวางแผนการรักษาที่เหมาะสมและตรงกับสาเหตุของแต่ละบุคคล จึงทำให้การรักษาที่เหมาะสม แก้ปัญหาได้จากต้นตอ และไม่ปล่อยให้ปัญหาสุขภาพร้ายแรงถูกมองข้ามไป
เช็กลิสต์ สัญญาณเตือนแบบไหนที่บอกว่าการนอนกรนไม่ปกติ
อาการนอนกรนในบางกรณีอาจเป็นสัญญาณของภาวะหยุดหายใจขณะหลับจากการอุดกั้น (Obstructive Sleep Apnea) ซึ่งเป็นภาวะที่อาจต้องได้รับการรักษาอย่างถูกวิธี ดังนั้นหากคุณหรือคนใกล้ชิดมีอาการนอนกรนร่วมกับสัญญาณเตือนต่อไปนี้ ควรปรึกษาแพทย์เพื่อรับการประเมินอย่างละเอียด
- เสียงกรนดังผิดปกติสลับกับช่วงเงียบหายใจ : ลักษณะเสียงกรนดังไม่สม่ำเสมอ โดยมีช่วงที่เงียบไป ประมาณ 10 วินาทีหรือนานกว่านั้น ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่เกิดการหยุดหายใจ ก่อนจะกลับมาหายใจอีกครั้งอย่างแรง
- การสำลัก สะดุ้ง หรือหายใจหอบขณะหลับ : เป็นปฏิกิริยาตอบสนองของร่างกาย เมื่อสมองตรวจพบภาวะขาดออกซิเจน จึงกระตุ้นให้ผู้ป่วยสะดุ้งตื่นพร้อมกับหายใจอย่างแรงคล้ายการสำลัก เพื่อเปิดทางเดินหายใจให้กลับมาทำงานอีกครั้ง
- อาการปวดศีรษะและไม่สดชื่นหลังตื่นนอน : เป็นผลโดยตรงจากภาวะพร่องออกซิเจนในเลือดระหว่างการนอนหลับ ส่งผลให้สมองและร่างกายไม่ได้รับการพักผ่อนอย่างเต็มที่ ทำให้เกิดอาการอ่อนเพลีย ปวดศีรษะ หรือรู้สึกมึนงงในตอนเช้า
- ภาวะง่วงนอนมากผิดปกติในเวลากลางวัน : เกิดจากการที่การนอนหลับถูกรบกวนตลอดทั้งคืน ทำให้ร่างกายไม่สามารถเข้าสู่ภาวะหลับลึกได้ ส่งผลให้รู้สึกอ่อนเพลียและง่วงนอนอย่างรุนแรงในเวลากลางวัน แม้จะนอนเป็นเวลานานแล้วก็ตาม
สรุปวิธีแก้นอนกรนแบบไหนที่เหมาะกับเรา
ในปัจจุบันมีวิธีการแก้นอนกรนให้เลือกหลากหลาย แต่การจะเลือกให้เหมาะสม เบื้องต้นจะต้องเลือกวิธีให้ถูกกับระดับความรุนแรงของปัญหา หากกรนไม่มาก อาจเริ่มจากการลองปรับพฤติกรรมการใช้ชีวิต แต่ถ้ากรนดังมากจนน่ากังวล หรือสงสัยว่าอาจมีภาวะหยุดหายใจขณะหลับร่วมด้วย ควรปรึกษาแพทย์เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริง และวางแผนแนวทางการรักษาที่ถูกต้อง











