สวัสดีค่ะเพื่อน ๆต้องออกตัวก่อนนะคะว่าเป็นเป็นช่างทำผม ซึ่งบริเวณที่ร้านเราก็จะมีสาว ๆออฟฟิตแวะเข้ามาแยะมากและลูกค้าที่น่ารักของเราก็รีบทุกคน เพราะว่าทุกคนต้องรีบเข้าออฟฟิตบ้างออกไปพบลูกค้า เราเลยต้องเน้นในเรื่องของความรวดเร็ว ก็จะใช้ใช้เครื่องใหญ่เพื่อให้ผมลูกค้าแห้งไว พอทำทุกวันเริ่มหนักปวดเมื่อยแขน เราเห็นว่าไม่ไหวแล้วกับอาการของเรา เราเลยหาไดร์ผมดีสักตัวแต่น้ำหนักต้องเป่าและที่สำคัญไม่ทำร้ายคุณภาพผมของลูกค้าด้วยพอดีกับเราได้ดูรีวิวของคุณกุ้งเลยรีบไปทดลองเลยจ้าว่า
Dryยี่ห้อCreate Ion นั้นเองซึ่งตรงตามความต้องการของเราเลยครั้งจะซื้อเลยราคาก็ไม่ถือว่าถูกเราเลยไปลองเช็คก่อนว่าเขามีที่ไหนขายบ้างถามเข้าไปใน FB น้องบอกว่ามีออกบูธแถวสยามเราเลยไปทดลองใช้และติดใจในความสวยงามและน้ำหนักเลยซื้อมา


พอแกะด้านในประกอบไปด้วยตัวไดร์หัวจ่อสำหรับทำให้ผมยกโคนใบรับประกันและคู่มือที่เป็นภาษาไทยที่สำคัญและในกล่องจมีคู่มือที่เป็นภาษาไทยอยู่แล้วนะคะสาวไม่ต้องกลัวอ่านไม่เข้าใจ ที่สำคัญไปกว่านั้นมี มอก.อีกด้วย ต้องขอกระซิบบอกสาวก่อนนะคะว่าก่อนที่เราจะตัดใจซื้อเราก็ไปลองมาหลาย ๆ ยี่ห้อเหมือนกัน จะบอกสาว ๆว่าเวลาเราเลือกไดร์อย่าเลือกที่ถูก ประหยัดอะไรก็ใช้ได้เพราะว่าถ้าเราเลือกไดร์ที่ไม่ดีมันก็จะทำให้ผมเราเสียเป็นสาเหตุของผมเสียผมแตกปลาย นะจ้า

ก่อนที่เราจะไปดูว่าเครื่องนี้ดีขนาดไหนเราไปดูสิ่งที่เขาเคลมก่อนนะคะ(อันนี้คัดลอกของเขามาเลย
-มี ION TECHNOLOGY โดยลมที่มีประจุไอออนจะถูกส่งไปยังผมได้อย่างเต็มที่ทำให้ได้ผมสวย ลื่น ชุ่มชื่น เงางาม สุขภาพดี
-หัวสวิงอัตโนมัติ โดยปลายหัวสวิงอัตโนมัติแรงลมสะบัด จะถูกเป่าไปทางซ้ายขวา หรือบนล่าง เพื่อขยายระยะที่ลมเป่า โดยไม่ต้องหมุนมือไปมา ป้องกันการจ่อความร้อนบริเวณเดิมนานๆทำให้ผมแห้งเกินพอดีสาเหตุหลักของผมเสีย และระยะลมกว้างทำให้ผมแห้งเร็วทั่วถึงมากขึ้น
-ปรับระดับลมได้ตามต้องการ สวิทซ์ปรับอุณหภูมิสามระดับและสวิทซ์ปรับความแรงลมสองระดับ
-ทำความสะอาดง่าย สามารถถอดทำความสะอาดฝุ่นที่ตะแกรงฟิลเตอร์ที่ระบายลมได้ง่ายด้วยแปรงสีฟัน
-เสียงเงียบ น้ำหนักเบา ไม่เมื่อยมือ
ข้อมูลทางเทคนิค
ไฟ 220-240 VAC
-ไฟที่ใช่2050 W (เมื่อตั้งอุณหภูมิและแรงลมสูงสุด)
-น้ำหนัก ประมาณ 700 g (รวมสายและปลายหัวเป่าซึ่งหนัก35 g )
-ขนาดH220 X W225 X D100mm ไม่รวมปลายหัวเป่า

หลังจากที่เรารู้ว่ามันมีคุณสมบัติอะไรบ้างแล้วเรามาทดลองกันเลยจ้าระหว่างผมที่เราใช้ไดร์Create Ionกับยี่ห้อที่เราใช้มาขอบอกเลยว่าไดร์ของ Create Ion หัวไดร์เขาสะบัดเองไม่ทำให้เราเมื่อยแขนเพิ่มขึ้นและที่สำคัญสาวๆท่านไหนที่ไดร์ผมเองบ่อยหรือเข้าร้านจะทราบเลยว่าเวลาเราไดร์ช่างจะต้องใช้หวีในการช่วยเพื่อไม่ให้ผมพันกันแต่อันนี้ไม่ต้องเพราะผมไม่พันกันเลยเลยส่วนอีกข้างที่ใช้ไดร์ที่ร้านของเรา (ขออนุญาติไม่บอกยี่ห้อนะเดี่ยวเจ้าของแบร์นเขาจะมาว่าเราเอา) คือต้องบอกเลยว่าเขาเคลมว่ารมแรงเท่ากันแต่กลับทำให้ผมแห้งช้ากว่าและน้ำหนักหนัก มาก แถมผมพันกันอีก

แค่พูดอย่างเดียวไม่เห็นภาพใช่ไหมละเรามาเปรียบเที่ยบให้เห็นกันจะๆ เลยว่าผมที่ผ่านการใช้เครื่องไดร์ผมโดยไม่ใช้หวีในการช่วยเลยนะจ้า ผมที่ไดร์ของ Create Ion จะทำให้ผมเลียงเส้นและดูเงางามแทบจะไม่ต้องใช้หวีเพื่อให้ผมตรงเลยต่างจะผมที่ผ่านการไดร์จากไดร์ทั้วไปผมค่อนข้างแห้งและชี้ฟูเห็นขนาดนี้แล้วเราจะไม่ Loveได้อย่างไรใช่ไหมสาวๆๆ

ส่วนตัวนะจ้าสำหรับเราเป็นช่างทำผมและเป็นเจ้าของร้านตอนแรกก็กล้า ๆ กลัว ๆกลัวว่าจะเสียเงินฟรี ซื้อมาแล้วของเก่าอาจจะดีกว่าแต่พอได้ลองแล้วชอบมากและยิ่งเขาบอกว่าเป็นของยี่ปุ่นด้วยแล้วยิ่งการันต์ตีความดีงามและพอซื้อมาใช้จริงก็ไม่ผิดหวังเลยเพราะทำให้ผมลูกค้าแห้งไว้มากขึ้นและที่สำคัญใช้หวีในการช่วยทำให้ตรงน้อยมากลูกค้าหลายๆ คนก็ชอบเพราะจะได้ไม่โดนหวีกระชากหนังศรีษะให้เจ็บอีกด้วยและที่สำคัญที่ลูกค้าและเราชอบก็คือไดร์เครื่องนี้ยั่งไดร์ผมยิ่งเงางามสมกับคำเครมที่ให้ไว้จริง ๆ ชอบมาก ลูกค้าเข้ามาพอดีง้นเราขอจบแค่นี้นะแล้วถ้ามีสินค้าที่เกี่ยวกับอุปกรณ์ทำผมอะไรมาใหม่ เราจะมารีวิวให้เพิ่มเติมนะจ้า
| Tweet |
ฉีดโบท็อก กี่วันเห็นผล ? รวมถึงข้อปฏิบัติหลังฉีดโบท็อกที่ทุกคนควรรู้
ฉีดโบท็อก กี่วันเห็นผล ?
ฉีดโบกี่วันเห็นผล ? หนึ่งในข้อสงสัยที่คนไข้ถามเข้ามาเยอะครับ เพื่อคลายข้อสงสัยเหล่านี้ ในบทความนี้ หมอมีคำตอบมาฝาก พร้อมข้อควรรู้ก่อนตัดสินใจฉีดโบท็อก
สารบัญ ฉีดโบท็อกกี่วันเห็นผล
- ฉีดโบกี่วันเห็นผล ใช้เวลานานหรือไม่ ?
- โบท็อกอเมริกาอยู่ได้ 1 ปี จริงไหม ?
- หลังฉีดโบท็อกควรปฏิบัติตัวอย่างไร ?
- ฉีดโบท็อกแล้วไม่เห็นผล เกิดจากอะไร ?
- ฉีดโบท็อกกรามครั้งแรกเมื่อยกราม ฉีดครั้งที่สองไม่ค่อยเมื่อยแล้วเป็นเพราะอะไร ?
- โบท็อกควรฉีดทุกกี่เดือน ?
- ฉีดโบท็อกซ้ำ เห็นผลมากกว่าเดิมไหม ?
- ทำไม ? ฉีดโบท็อกครั้งที่แล้วถึงได้ผลดีกว่าครั้งล่าสุด
- ดื้อโบท็อกแก้ไขอย่างไร ?
- สรุปหลังฉีดโบกี่วันเห็นผล ?
ฉีดโบกี่วันเห็นผล ใช้เวลานานหรือไม่ ?
หลังฉีดโบท็อก กี่วันเห็นผล ? ขึ้นอยู่กับตำแหน่งที่ฉีดและยี่ห้อโบท็อกครับ โบท็อกลดริ้วรอย ลดกราม จะใช้เวลาเห็นผลไม่เท่ากัน
หลังฉีดโบท็อกริ้วรอย หางตา หน้าผาก ขมวดคิ้ว และลิฟท์กรอบหน้า ประมาณ 3-4 วัน จะพบว่าบริเวณที่ฉีดเริ่มตึงขึ้น โบท็อกแท้จะตึงเต็มที่เห็นผลใน 1-2 อาทิตย์ครับ
คลิกอ่านเพิ่มเติม : ฉีดโบท็อก คืออะไร ? Botox เห็นผลคุ้มค่าหรือไม่ ?
ส่วนฉีดโบกรามกี่วันเห็นผล ขึ้นอยู่กับขนาดกรามด้วยครับ จะใช้เวลานานกว่าฉีดริ้วรอย คือ 1 อาทิตย์ จะเริ่มกัดฟันแล้วพบว่ามีกรามเด้งออกมาเพียงเล็กน้อย พอ 2 อาทิตย์ จะพบว่ากัดฟันแล้วไม่เด้งเลย โดยจะเห็นผลว่ากรามยุบเต็มที่ใช้เวลา 2-3 เดือนครับ
อ่านข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับจุดฉีดโบท็อกตำแหน่งต่าง ๆ
- โบท็อกลิฟกรอบหน้า
- โบท็อกรักแร้
- โบท็อกหน้าผาก
- โบท็อกปีกจมูก
- โบท็อกใต้ตา
- โบท็อกยกคิ้ว
- โบท็อกน่อง
- โบท็อกหางตา
- ฉีดโบท็อกยกมุมปาก
- ฉีดโบท็อกลดกล้ามแขน
- โบท็อกบ่า
โบท็อกอเมริกาอยู่ได้ 1 ปี จริงไหม ?
อันนี้ไม่จริง เพราะว่าตามเอกสารอ้างอิงจริง ๆ โบท็อกของอเมริกาอยู่ได้ 3-4 เดือน แต่ว่าการที่เราทำให้ผิวไม่พับในระยะหนึ่ง ชั้นผิวจะหนาขึ้น ผลลัพธ์ในบางเคสก็อาจจะอยู่ได้ 5-6 เดือน แต่ไม่ถึงปี ซึ่งจริง ๆ แล้วกล้ามเนื้อจะคลายตั้งแต่ 3-4 เดือน แต่ที่รอยยังไม่ค่อยกลับมา เป็นเพราะว่าชั้นผิวของเราเมื่อไม่มีรอยพับนาน ๆ แล้วจะพับยากขึ้น
ที่หมอแนะนำก็คือสามารถฉีดโบท็อกได้ตั้งแต่ 4 เดือนขึ้นไป สำหรับกรามถ้างบน้อยก็ฉีดเมื่อครบ 1 ปีได้เลย เมื่อโบท็อกลดกรามหมดฤทธิ์ 6 เดือน กรามจะยังไม่ได้กลับมาใหญ่เท่าเดิม ต้องใช้เวลาในการที่เราเคี้ยวไปเรื่อย ๆ พอกล้ามเนื้อเริ่มกลับมาทำงาน เวลาเราเคี้ยวมันก็กลับมาโตขึ้น เหมือนเวลาเรายกเวทก็จะใช้เวลาประมาณปีนึงถึงจะคืนสภาพเดิม
คลิกอ่านเพิ่มเติม : ฉีดโบท็อกยี่ห้อไหนดีที่สุด อเมริกา / เกาหลี / อังกฤษ / เยอรมัน ต่างกันอย่างไร ?
หลังฉีดโบท็อกควรปฏิบัติตัวอย่างไร ?
เพื่อคงผลลัพธ์หลังฉีดโบท็อกให้นานขึ้น การดูแลตัวเองหลังฉีดโบท็อกก็มีส่วนสำคัญครับ โดยควรปฏิบัติตัวดังนี้
- หลังฉีดโบท็อกทันที ควรขยับเกร็งกล้ามเนื้อบริเวณนั้น ๆ ทันที 1-2 ครั้ง เพื่อให้โบท็อกถูกเซลล์ประสาทดูดเข้าไปมากที่สุด
- หลังฉีดโบท็อก ห้ามนอนราบ 3 ชั่วโมง หรืองดก้มหน้าลงต่ำกว่าระดับหัวใจ เพราะจะทำให้เลือดไหลเวียนมาที่บริเวณใบหน้ามากขึ้น ส่งผลให้โบท็อกที่ฉีดปลิวไปบริเวณที่ไม่ต้องการมากขึ้น
- หลีกเลี่ยงความร้อนทุกชนิดและกิจกรรมที่ทำให้หน้าแดง เช่น เข้าซาวน่า ออกกำลังกายหนัก ๆ ตากแดด ดื่มแอลกอฮอล์ และงดเลเซอร์ร้อนที่ลงผิวชั้นลึกทุกชนิด ในช่วง 2 อาทิตย์หลังฉีด
- งดสูบบุหรี่ ในบุหรี่มีสารหลายชนิดที่ขยายหลอดเลือด
นอกนี้ยังควรงดทานอาหารบางอย่างที่ส่งผลต่อการอักเสบ ร่วมด้วยครับ ตัวอย่างเช่น
- เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทุกชนิด เหล้า เบียร์ ไวน์ น้ำหมัก
- อาหาร ปิ้งย่าง ชาบู ที่ต้องนั่งหน้าเตาร้อน ๆ
- อาหารที่เผ็ดมาก ๆ แสบร้อนจนหน้าแดง
- อาหารหมักดอง เพราะมีสารที่ทำให้เส้นเลือดขยายตัว เช่น ปลาร้า หน่อไม้ดอง มะม่วงดอง
คลิกอ่านเพิ่มเติม : ข้อห้ามหลังฉีดโบท็อก เพื่อให้โบท็อกอยู่ได้นานกว่าปกติ
ฉีดโบท็อกแล้วไม่เห็นผล เกิดจากอะไร ?
หลังฉีดโบท็อกแล้วไม่เห็นผล เกิดได้จาก 3 ปัจจัยครับ
- โบท็อกผสมน้ำเกลือมากเกินไป ทำให้ตัวยาถูกเจือจาง ฉีดแล้วไม่เห็นผล หรือถ้าถูกเจือจางมาก ๆ ยาจะกระจายไปจุดข้างเคียง อาจทำให้ตาตก ปากเบี้ยวได้
- หมอฉีดโบท็อกไม่ถูกตำแหน่งกล้ามเนื้อ ทำให้ฉีดแล้วไม่เห็นผล จึงควรฉีดกับแพทย์ที่มีประสบการณ์ มีความชำนาญในการหาตำแหน่งกล้ามเนื้อต่าง ๆ
- คนไข้มีอาการดื้อโบท็อก อาการนี้จะเกิดจากการที่เคยฉีดโบท็อกปลอมมาก่อน เมื่อดื้อโบท็อกแล้วหลังฉีดจะไม่เห็นผลครับ
ฉีดโบท็อกกรามครั้งแรกเมื่อยกราม ฉีดครั้งที่สองไม่ค่อยเมื่อยแล้วเป็นเพราะอะไร ?
การฉีดโบท็อกครั้งแรกแล้วเมื่อยกราม เป็นเรื่องปกติครับ เนื่องจากกล้ามเนื้อของคนเราพอเราไม่ได้ใช้ในจุดหนึ่งนาน ๆ มันจะไปใช้จุดอื่นแทน เหมือนกับมันลืมจุดนั้นไปแล้ว
พอเราฉีดโบท็อกเข้าไปที่กรามปุ๊ป เวลาเราเคี้ยวข้าวเราไม่ได้ใช้กล้ามเนื้อที่กรามแล้ว เราจะไปใช้กล้ามเนื้อบริเวณขมับ กล้ามเนื้อขมับจะเคี้ยวข้าวแทนกล้ามเนื้อกราม ซึ่งทำให้การฉีดโบท็อกที่กรามในครั้งต่อไปก็จะไม่เมื่อยเพราะร่างกายเราจะไม่ค่อยส่งสัญญาณไปที่กล้ามเนื้อกรามแล้ว
(พญ.อุษา ตั้นตระกูล เลข ว.63350)โบท็อกควรฉีดทุกกี่เดือน ?
ปกติถ้าหางตาก็ควรฉีดโบท็อกซักประมาณ 3-4 เดือน ถ้าหน้าผากกับกรามก็ประมาณ 4-5 เดือนครับ
ฉีดโบท็อกซ้ำ เห็นผลมากกว่าเดิมไหม ?
การฉีดโบท็อกอย่างต่อเนื่อง จะช่วยทำให้การฉีดโบท็อกครั้งต่อไปอยู่ได้นานกว่าเดิมครับ กล้ามเนื้อที่ไม่ได้ใช้งานต่อเนื่องนาน ๆ เมื่อเวลาผ่านไปขนาดกล้ามเนื้อจะเล็กลง และกลับมาทำงานได้ยากขึ้นเรื่อย ๆ จึงทำให้โบท็อกอยู่ได้นานขึ้น
ทำไม ? ฉีดโบท็อกครั้งที่แล้วถึงได้ผลดีกว่าครั้งล่าสุด
ปัญหาลักษณะนี้ จะเจอในกรณีที่เป็นโบท็อกปลอมมากกว่าครับ ส่วนมากที่เจอแบบนี้ก็คือโบท็อกปลอมเมื่อฉีดครั้งแรก ๆ ได้ผลดี พอครั้งต่อ ๆ มาเริ่มได้ผลน้อยลง เพราะร่างกายเราสร้างภูมิต้านทานมากขึ้น ทำให้ตัวยาออกฤทธิ์ได้น้อยลง
แต่จะเจอในโบท็อกแท้ได้บ้างในกรณี เช่น ถ้าคนไข้ที่มีโอกาสสร้างภูมิต้านทานกับโบท็อกแท้จริง ๆ พอฉีดครั้งแรกจะได้ผลดี พอครั้งต่อ ๆ มาอาจจะได้ผลลดลงเรื่อย ๆ ซึ่งกรณีนี้เจอได้น้อยถ้าใช้ของแท้ เพราะว่าโบท็อกแท้จะบริสุทธิ์มากกว่าของปลอม วิธีดูโบท็อกแท้แต่ละชนิด
หากแพทย์แกะโบท็อกและผสมต่อหน้า จะช่วยเพิ่มความมั่นใจได้ดื้อโบท็อกแก้ไขอย่างไร ?
เท่าที่มีการเก็บข้อมูลเคสยังไม่มีเคสที่หายจากการดื้อโบท็อก จะมีเหมือนจะหาย คือกรณีที่ไปฉีดโบท็อกปลอมมาแล้วเริ่มไม่ได้ผล พอมาฉีดโบท็อกแท้แล้วได้ผล อันนี้ก็ไม่ถือว่าหาย เหมือนกับเป็นการเปลี่ยนชนิดของโบท็อกมากกว่า
ถ้าอธิบายอีกทีก็หมายความว่า พอดื้อโบท็อกตัวหนึ่งแล้วมีโอกาสที่เราเปลี่ยนยี่ห้อไปแล้วแล้วจะไม่ดื้อ แต่ก็ไม่ใช่ว่าได้ผล 100% คือบางทีพอดื้อตัวหนึ่งแล้วก็ดื้อทุกยี่ห้อเลยก็มี แต่บางทีถ้าดื้อยี่ห้อนี้หมอก็จะลองเปลี่ยนไปอีกยี่ห้อหนึ่ง ซึ่งทางที่ดีก็ควรจะใช้โบท็อกแท้ทั้งหมดไม่ควรจะไปลองของปลอมก่อน เพราะว่าโบท็อกปลอมบางทีดื้อแล้วดื้อหมดเลยครับ
ตัวอย่างผลการเปลี่ยนแปลง หลังฉีดโบท็อก โดยทีมแพทย์ V Square Clinic
(นพ.ธนภัทร จิตร์ไทย เลข ว.49640)
*ใช้เป็นตัวอย่าง ผลจากการเข้ารับการรักษาพยาบาลสำหรับผู้ป่วยเฉพาะราย
สรุปหลังฉีดโบกี่วันเห็นผล ?
ใครที่สนใจการฉีดโบท็อก จากข้อมูลที่หมออธิบายน่าจะคลายข้อสงสัยได้บ้าง ซึ่งโดยสรุปแล้วหลังฉีดโบท็อกกี่วันควรจะเห็นผล ปกติแล้วหลังฉีดโบท็อกริ้วรอยก็จะเริ่มตึง ๆ ขึ้นภายใน 3-4 วันแล้วตึงเต็มที่ใช้เวลา 14 วัน ส่วนตรงกรามประมาณ 1 อาทิตย์ จะเริ่มกัดฟันแล้วนิ่มลง พอ 2 อาทิตย์ กัดฟันแล้วนิ่มไม่เป็นก้อน และกรามจะยุบเต็มที่ใช้เวลา 2-3 เดือนครับ
แต่ก่อนที่จะตัดสินใจฉีด แนะนำศึกษาข้อมูลอย่างละเอียด และเลือกฉีดกับคลินิกที่ได้มาตรฐาน ใช้โบท็อกแท้ และฉีดโดยแพทย์ที่มีประสบการณ์เท่านั้นครับ

