สวัสดีค่าทุกคนนนนนนนนนนนนนน
วันนี้จขกท.จะมาแชร์ประสบการณ์กลบรอยสิวแบบรวดเร็วทันใจ สืบเนื่องจาก จขกท. มีปัญหารอยสิวมาตลอดๆ เม็ดนั้นหายเม็ดนี้ก็โผล่มา (เครียดดดดด) ที่ผ่านมากว่าจะออกจากบ้านได้ต้องเสียเวลาโบ๊ะนั่นโบกนี่ลองมาก็หลายอย่างอุดตันบ้าง สิวเห่อบ้าง T.T เปลี่ยนไปเรื่อยๆจนได้มาลองเจ้าตัวนี้ เลยอยากมาแชร์ให้เพื่อนๆที่มีปัญหาเดียวกัน แล้วไม่อยากโบ๊ะหน้าหนักๆอยากได้ลุคใสๆ วัยรุ่นชอบ ตามมาเลยจ้า……
หน้าตาเจ้าCC ครีมตัวนี้ที่ไปป่ะในเซเว่น

หน้า-หลังกรุบกริบๆ ในราคา 39 บาท ยี่ห้อนามิค่ะ
ก่อนหน้าที่จะรีวิวจขกท. ขอชี้แจงความบื้อของตัวเองแพรพ T.T
นี่ค่ะคือเจ้าตัวนี้เนี้ย มันจะมีฝาแบบพิเศษค่ะ

คือถ้าอ่านดีๆมันก็จะไม่แปลกใจหรอกนะ ว่าทำไมเปิดฝาซองแล้วมันหักเลยก็เค้าให้เอาอีกด้านของฝามาหมุนปิดกลับ!!!
แต่เราไม่ใช่จ้าคือไม่อ่านงะ คือหยิบซองมาเปิด แกร่ก!!! แล้วก็
เฮ้ย!!!! ฝาหักกกกกกกกกก
ยังคิดอยู่ในใจแม่มทำฝาไม่ดีเล้ยยยย ไม่น่าใช้ซักนิด.... เอ๊ะนี่อะไรเขียนอยู่บนซอง
แล้วความจริงว่าเราง่าวเองก็ตบหน้าเดี๊ยนกลางสี่แยกเลยค่ะ--‘’ ฝาเค้าออกแบบมาแบบนี้อยู่แล้นน จะไปตื่นตูมทำไมว่าฝาหักแถมไปว่าเค้าว่าฝาไม่ทนอีกแน่ะ
หนูผิดไปแล้วววT.T*//กราบเบญจางคประดิษฐ์
ฝาควรจะเป็นแบบนี้นะคะ

เปิดออกมาไม่ต้องตกใจว่าฝาหัก (เหมือนชั้น 55)
แกะมันออกมาเอาเลยเพ่เอาเลย
ชวิ้งกลับด้าน หมุนกลับเข้าไป
เท่านี้ก็ปิดฝาซองได้ละค่าไอเดียเก๋กู๊ด ปรบมือดังๆ ให้คนคิดทรงฝาซองค่า สตรองงงง 555555
เอาละได้มาแล้ว ก็มาดูกันเลยว่าทำยังไงงงงงง

หน้าสดค่ะคุณ เห็นรอยสิวนั่นมั้ย!!! โอ้ยอยากร้องไห้ T.Tช่วงนี้สิวเห่อมากกกก จนไม่รู้จะทำยังไง ปากก็ลอก กินน้ำตบวาสลีนทุกวันก็ไม่หายค่ะ โซแซด ใครมีเทคนิคดีๆ ก็แบ่งปันกันบ้างน้าาาา
เอาล่ะเตรียมให้พร้อม เราจะไปกลบเจ้ารอยสิวเหล่านี้ให้มิดไปเล้ยยยย

ปาดกันตรงๆ ซื่อๆ

เกลี่ยค่ะ ไม่ถนัดเกลี่ยฟองน้ำ ขอบ้านๆ ด้วยนิ้วมือละกัน รูปแอบไม่ชัดแหะปล. เนื้อครีมดูเหนียวๆ นะ แต่เกลี่ยไม่ยาก ไม่เหนอะค่ะ ปาดๆไปสักพักก็ซึมดีแล้วก็รู้สึกชุ่มชื้นนิดๆ ด้วย กลิ่นอ่อนๆ จนไม่ได้กลิ่น 5555

เกลี่ยแล้วจ้า จะเห็นว่ากลบรอยแดงค่อนข้างมิดเลยนะตอนแรกก็ไม่ได้คาดหวังอะไรมากมายกะว่าให้หน้าเนียนขึ้นเดี๋ยวรอยสิวค่อยเอาอย่างอื่นโบ๊ะ555+แต่พอทาไปแล้วก็โอเลยทีเดียว เป็น CC cream จริงปะเนี่ยไม่ใช่ BB ปลอมตัวมาชิมิ (ปากลอกน่าเกลียดจัง ฮือออ)
ถ้าเพื่อนๆมีรอยสิวค่อนข้างลึก/แดงมากๆๆ ให้แต้มที่หัวสิวอีกครั้งแล้วเกลี่ยๆ ให้เนียนๆจะปกปิดได้ดีขึ้นจ้า

ตบแป้งค่ะ ป๊ะๆๆ เนียนกริ้บบบ

ปากลอก สีปากช่วย(กู้หน้า)ได้ค่ะ ทีนี้ก็พร้อมออกตามล่าหาชาบูละ 55555คือแต่งสวยไปหาของกินอย่างเดียวอ่ะเรา ไม่เคยมีอย่างอื่น 555
ทีนี้ระหว่างวันเจ้าตัว CCนี่ก็กลบมิดนะคะ แต่ใครที่เหงื่อออกเยอะ อาจจะลำบากนิดหน่อยเพราะจขกท. ก็เหงื่อออกเยอะแถวๆ จมูก มีเลือนบ้างตอนเช็ดเหงื่อไรงี้อาจจะต้องพกติดตัวไว้เสริมให้หน้าเนียนๆ คู่กับแป้งค่ะ ซองนึงก็ใช้ได้นานอยู่นะแล้วแต่ปริมาณที่เราบีบและโบ๊ะจ้าา
จขกท. ขอจบReview แบบง่ายๆ แต่เพียงเท่านี้นะคะ บายยยยยยย
| Tweet |
ร้อยไหม คืออะไร อันตรายหรือไม่ ? เจาะลึก 15 ข้อที่ควรรู้ เกี่ยวกับร้อยไหม มีข้อดี-ข้อเสียอย่างไร ?
ร้อยไหม ยกกระชับ ปรับหน้าเรียว
การร้อยไหม คือ การใช้เข็มนำเส้นไหมละลายที่มีเงี่ยง สอดลงในชั้นผิวหนัง ผิวก็จะถูกเงี่ยงเกี่ยวขึ้นมาตามเส้นไหมในทิศทางที่ร้อยไหมเข้าไป คล้าย ๆ ตะขอเกี่ยว สามารถทำได้ทั้งการร้อยไหมปรับรูปหน้า ร้อยไหมดึงหน้า ร้อยไหมกระชับหน้า ร้อยไหมจมูก
ในบทความนี้จะกล่าวถึง ข้อดี-ข้อเสีย ขั้นตอนการร้อยไหม ประโยชน์ของการร้อยไหม ผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นได้ และการเลือกชนิดเส้นไหมให้เหมาะกับหน้าของแต่ละคน สำหรับคนที่กำลังหาว่าจะร้อยไหมที่ไหนดี แนะนำให้อ่านบทความนี้ครับ
สารบัญ ร้อยไหม
- ร้อยไหม ช่วยเรื่องอะไรบ้าง ?
- การร้อยไหมเหมาะกับใครบ้าง ?
- ร้อยไหม อันตรายไหม ?
- ผลข้างเคียงจากการร้อยไหม ที่ควรรู้ ?
- ข้อห้ามในการร้อยไหม มีอะไรบ้าง ?
- ร้อยไหม มีข้อดี-ข้อเสียอย่างไร ?
- ร้อยไหมแล้วหน้าบวม 14 วัน เกิดจากอะไร ?
- เข็มร้อยไหมแต่ละแบบ แตกต่างกันอย่างไร ?
- ทำไมร้อยไหม 3-4 เดือน ก็คลายแล้ว ?
- ร้อยไหมอะไรดีที่สุด ?
- ข้อปฏิบัติตัว ก่อน-หลัง ร้อยไหม เพื่อรักษาผลลัพธ์ให้อยู่ได้นานขึ้น
- เปรียบเทียบ ร้อยไหม กับ Ulthera/Hifu/ Thermage/Volnewmer ควรทำอะไรดี ?
- ร้อยไหมแต่ละชนิด ราคาเท่าไหร่ ?
- ร้อยไหมทั้งหน้าต้องใช้ไหมกี่เส้น ?
- ร้อยไหม 10 เส้น กับ 20 เส้น ต่างกันไหม ?
- คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ ร้อยไหมยกกระชับหน้า
- ร้อยไหม กี่วันเห็นผล ?
- ร้อยไหม เจ็บไหม ?
- ร้อยไหม ต้องใช้ยาชาหรือไม่ ?
- ร้อยไหม ใช้เวลานานหรือไม่ ?
- ถ้าไม่ร้อยไหมซ้ำ ทำให้หน้าเหี่ยวจริงไหม ?
- ปัญหาหน้าไม่เท่ากัน ร้อยไหมช่วยได้ไหม ?
- สรุป ร้อยไหม ยกหน้าเรียว ปลอดภัย เห็นผลทันที
ร้อยไหม ช่วยเรื่องอะไรบ้าง ?
การร้อยไหม ถือเป็นหัตถการที่ได้รับความนิยมและรู้จักกันมานานครับ โดยสามารถช่วยได้หลายเรื่อง ได้แก่
- ร้อยไหมหน้าเรียว ปรับรูปหน้า
- ร้อยไหมยกกระชับ แก้ปัญหาแก้มหย่อน
- ร้อยไหมจมูก เสริมจมูกให้โด่งสวย
- ร้อยไหม Foxy Eye แก้ปัญหาหนังตาตก ยกหางตาเฉี่ยว
- ร้อยไหมช่วยลดริ้วรอย กระตุ้นคอลลาเจนใต้ผิว
การร้อยไหมเหมาะกับใครบ้าง ?
การร้อยไหม เหมาะกับคนที่อยากยกกระชับใบหน้า ปรับรูปหน้าให้เรียวขึ้น มีปัญหาแก้มหย่อนคล้อย อยากยกคิ้ว ยกหางตาตก ปรับรูปทรงจมูก โดยไม่ต้องผ่าตัด และต้องการผลลัพธ์ที่รวดเร็วครับ
จุดที่ร้อยไหม เพื่อดึงแก้มหย่อนในการร้อยไหม จะมีจุดที่ดึงบริเวณแก้มส่วนล่างและจุดที่ยึดอยู่บริเวณขมับดึงเข้าหากันจึงสามารถดึงแก้มที่หย่อนขึ้นได้ทันที
หลังการร้อยไหม จะทำให้ผิวบริเวณที่ร้อยไหมเข้าไป เกิดการกระตุ้นเซลล์ที่มีหน้าที่สร้างเส้นใยคอลลาเจน และทำให้เลือดไหลเวียนมาเลี้ยงชั้นผิวหนังมากขึ้น ช่วยให้ผิวมีความกระชับ เต่งตึงขึ้นอย่างชัดเจน
นอกจากนี้การร้อยไหม ยังสามารถทำร่วมกับหัตถการอื่น ๆ เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ดียิ่งขึ้น เช่น ฟิลเลอร์ โบท็อก หรือ Hifu โดยควรปรึกษาแพทย์เพื่อวางแผนการรักษาร่วมกันครับ
ร้อยไหม อันตรายไหม ?
ร้อยไหม ไม่อันตรายครับ ถ้าหากร้อยด้วยวิธีที่ถูกต้อง และใช้ไหมละลายที่ผ่านการรับรองจาก อย. รวมไปถึงเทคนิคและประสบการณ์ของแพทย์ ก็เป็นส่วนสำคัญที่จะทำให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีและปลอดภัยครับ
โดยทั่วไปจะประคองผิวได้ประมาณ 4 เดือน ถึง 1 ปี (ขึ้นกับชนิดของไหมที่ร้อย) เมื่อเวลาผ่านไป เส้นไหมก็จะละลายไปโดยไม่เป็นอันตราย การร้อยไหมด้วยเทคนิคที่ถูกต้องก็จะเกิดเป็นเส้นใยอิลาสตินช่วยประคองผิว คล้ายเส้นเอ็นที่มีอยู่ตามธรรมชาติของร่างกายครับ
ผลข้างเคียงจากการร้อยไหม ที่ควรรู้ ?
ผลข้างเคียงปกติที่เกิดขึ้นได้
- มีอาการบวม หรือเขียวช้ำ แต่จะค่อย ๆ ดีขึ้นและหายไปเองใน 7-14 วัน
- ขณะทำจะรู้สึกถึงเส้นไหมที่ถูกร้อยเข้าไปบนใบหน้า
- อาจมีเลือดออกบริเวณที่แทงเข็มเข้าไป
สำหรับผลข้างเคียงที่อันตราย เช่น ไหมทะลุ ไหมขาด เกิดการอักเสบของเนื้อเยื่อ ติดเชื้อ ผลข้างเคียงเหล่านี้มักจะเกิดจากการร้อยไหมกับหมอเถื่อน คลินิกเถื่อน ไม่ได้ใช้ไหมที่ปลอดภัย ดังนั้นก่อนตัดสินใจร้อยไหม ควรพิถีพิถันในการเลือกคลินิกที่ได้มาตรฐานและหมอที่มีประสบการณ์เท่านั้นครับ
ข้อห้ามในการร้อยไหม มีอะไรบ้าง ?
- ในผู้ที่มีภาวะอักเสบติดเชื้อที่ผิวหนังบริเวณที่จะร้อยไหม
- เคยมีประวัติแพ้ส่วนประกอบของวัสดุเส้นไหม ที่วินิจฉัยว่าแพ้โดยแพทย์ หากมีอาการข้างเคียง (Side Effect) อื่น ๆ ไม่ได้ถือว่าเป็นการแพ้ (Allergy)
- มีประวัติแพ้ยาชา (หากคนไข้ไม่เคยฉีดยาชาทำฟันมาก่อน ควรแจ้งแพทย์เพื่อเพิ่มความระมัดระวังในการใช้ยาชา)
- มีภาวะเลือดไหลไม่หยุด (Bleeding Disorder) แพทย์จะพิจารณาว่าสามารถร้อยไหมได้หรือไม่ ตามดุลยพินิจ
- ห้ามร้อยไหมในผู้ที่ตั้งครรภ์
- ในกรณีให้นมบุตรควรปรึกษาสูติแพทย์ที่ดูแลก่อนร้อยไหม
ร้อยไหม มีข้อดี-ข้อเสียอย่างไร ?
| No. | ข้อดี |
|---|---|
| 1. | เงี่ยงไหมที่คล้ายตะขอจะเกี่ยวดึงผิวขึ้นได้ทันที หลังร้อยไหมเห็นผลได้ทันที |
| 2. | เส้นใยดังกล่าว ถ้าอยู่ในแนวที่ถูกต้อง และชั้นผิวที่เหมาะสม ก็จะสามารถช่วยประคองผิว กระชับผิว คล้าย ๆ เส้นเอ็นที่อยู่บนใบหน้าตามธรรมชาติ |
| 3. | ไหมละลายที่ปลอดภัยสำหรับการร้อยไหมในปัจจุบันทำจากวัสดุ 3 ชนิด1.PDO (Polydioxanone)2.PLLA (Polylactate)3.PCL (Polycaprolactone)ซึ่งวัสดุทั้ง 3 ชนิดนี้ ผ่านการรับรองจาก FDA ทั้งในเมืองไทยและต่างประเทศว่ามีความปลอดภัยในการเย็บแผลครับ |
| 4. | ไหมละลายในปัจจุบัน ไม่มีส่วนผสมของโลหะ สามารถละลายได้หมด 100% ตามระยะเวลา โดยไม่มีสารตกค้าง จะเหลือเพียงเส้นใย elastin ที่ร่างกายเราสร้างขึ้นมาซึ่งช่วยประคองผิว |
| 5. | ในคนที่แก้มตอบบางเคสสามารถใช้ไหมดึงไขมันขึ้นมาเติมแก้มได้ แก้มล่างยุบและแก้มบนเต็มขึ้น(ต้องมีเนื้อแก้มส่วนล่างให้ดึงนะครับ ถ้าไม่มีเนื้อก็ต้องใช้ฟิลเลอร์) |
| 6. | หากร้อยไหมกับแพทย์ที่มีความชำนาญ และร้อยด้วยเทคนิคที่ถูกต้อง ก็จะลดความเสี่ยงในการบวมช้ำลงได้มาก |
| 7. | การร้อยไหมเส้นเล็ก ๆ สามารถแก้ริ้วรอยในบางจุดได้ เช่น ริ้วรอยเล็ก ๆ บริเวณมุมปากที่คล้าย ๆ ลักยิ้ม หรือริ้วรอยหางตา, หน้าผาก ในเคสที่ดื้อโบท็อก |
| No. | ข้อเสีย |
|---|---|
| 1. | บนเส้นไหมจะมีเงี่ยงที่ทำหน้าที่คล้ายตะขอสำหรับดึงผิวไปในทิศที่ต้องการ ถ้าร้อยไหมด้วยเทคนิคที่ไม่ถูกต้องหรือร้อยตื้นเกินไป จะเกิดรอยบุ๋มขึ้นตามแนวที่ร้อยไหมได้ |
| 2. | เส้นไหมจะกระตุ้นให้ fibroblast (เซลล์สร้างคอลลาเจน) เกิดการสร้างเส้นใย collagen และ elastin แต่ถ้าซ้อนทับกันมากเกินไป และอยู่ในตำแหน่งที่ไม่ถูกต้องก็จะเรียกว่า พังผืด (fibrosis) ถ้าอยู่ในผิวชั้นตื้นเกินไป ก็จะดึงรั้งผิวให้ผิดรูปได้ |
| 3. | ไหมละลายมีอายุ 4 เดือน-1 ปี ขึ้นกับชนิดของเส้นไหม แต่ถึงแม้ไหมจะยังละลายไม่หมด ในคนส่วนมาก เมื่อเวลาผ่านไป 6-8 เดือน ผิวก็จะหลุดออกจากเส้นไหมได้ก่อน ทำให้ผลลัพธ์อยู่ได้ไม่นานเท่าตามที่โฆษณาและไหมละลายบางชนิดที่อยู่ได้นาน แต่ขาดความยืดหยุ่น เมื่อเวลาผ่านไปจะเกิดการเคลื่อนตัวและทะลุโผล่ออกมานอกผิวหนังได้ |
| 4. | หากเป็นไหมยุคโบราณ ที่มีส่วนผสมของโลหะ เช่น ทองคำ โลหะจะดูดความร้อนจากการทำ X-ray, MRI, เครื่องสแกนต่าง ๆ และจะทำให้ผิวไหม้ได้ |
| 5. | ในทรงหน้าของบางเคสที่โหนกแก้มเด่น หากร้อยไหมจะยิ่งทำให้โหนกแก้มเด่นขึ้น และไม่สวยแนะนำให้ปรับรูปหน้าด้วยวิธีอื่นแทนเช่น ฟิลเลอร์แก้มตอบ |
| 6. | ในการร้อยไหม มีความเสี่ยงที่จะเกิดการบวมช้ำหลังทำค่อนข้างสูง ทั้งจากการฉีดยาชา และเลือดที่ออกใต้ผิวหนัง ถึงแม้หลังทำทันทีจะบวมน้อย แต่ก็อาจจะบวมมากขึ้นในช่วง 3-4 วันแรก ซึ่งส่วนมากก็จะหายได้เองภายใน 7-14 วัน |
| 7. | บางคลินิกใช้การร้อยไหมเติมแทนฟิลเลอร์ อันนี้ไม่แนะนำให้ทำครับ เพราะการเติมเต็มใต้ตาร่องแก้มต้องใช้ปริมาณเส้นไหมจำนวนมาก (เป็นร้อย ๆ เส้น) จะทำให้เกิดพังผืด และเกิดปัญหาในอนาคตครับ |
ร้อยไหมแล้วหน้าบวม 14 วัน เกิดจากอะไร ?
เกิดได้จาก 4 สาเหตุหลัก ๆ ครับ
1. เนื้อแก้มเยอะ หรือดึงเยอะเกินไป
วิธีร้อยไหมที่หน้าในคนที่มีเนื้อแก้มเยอะ หมอแนะนำให้ทำเมโสแฟตหรือใช้เครื่องยกกระชับ ให้แก้มยก มีเนื้อแก้มน้อยลงก่อนครับ จะทำให้สามารถดึงไหมได้เยอะขึ้นเพราะประโยชน์ของการร้อยไหมไม่ได้ช่วยลดไขมันบนใบหน้าครับ
ถ้าคนที่ใจร้อนก็สามารถร้อยไหมได้ แต่ก็จะดึงได้น้อยลง ถ้าดึงเยอะเนื้อแก้มก็จะไปกองด้านบน ทำให้ดูเหมือนหน้าบวมได้ครับ ซึ่งในกรณีแบบนี้จะบวมนานเกิน 1 เดือน ต้องรอให้ไหมเริ่มคลาย 2-3 เดือนถึงจะเริ่มดีขึ้น
ในบางเคสที่เนื้อแก้มเยอะ
การร้อยไหมจะช่วยให้เนื้อแก้มน้อยลงได้ครับ โดยผ่านกระบวนการ fat-reposition (การดึงไขมัน) ด้วยการร้อยไหม แต่จะต้องใช้เวลาหลายเดือน และต้องร้อยไหมหลายครั้งครับ
2. การดึงไหมผิดแนว
ถ้าร้อยไหมเพื่อดึงร่องแก้ม จะทำให้โหนกแก้มเนื้อเยอะขึ้นและทำให้หน้าดูบวมได้ครับ ปกติการร้อยไหมจะเน้นแก้ไขความหย่อนของแก้มในบริเวณใกล้ ๆ มุมปาก ร้อยไหมกรอบหน้ามากกว่าครับ
จะเห็นว่าการร้อยไหมนั้นต้องอาศัยเทคนิคและความชำนาญในการประเมินทรงหน้าของแพทย์ด้วยครับ จึงจะทำให้ผลในการร้อยไหมออกมาสวยและเข้ารูป
3. การอักเสบติดเชื้อ
ปกติหลังร้อยไหม ในช่วง 3-4 วันแรกจะมีอาการบวม และหลังจากนั้นอาการบวมจะเริ่มยุบลงจนเข้าที่ใน 14 วัน แต่ถ้าหลังจาก 4 วันแล้วยังบวมแดงมากขึ้น ปวดมากขึ้น ต้องรีบกลับมาพบแพทย์เพื่อตรวจประเมินและให้ยากินเพิ่มครับ
4. บวมเลือด, บวมน้ำ
- บวมเลือด คือ มีเลือดออกในชั้นผิว (hematoma)
- บวมน้ำ คือ มีน้ำคั่งในชั้นผิวจากการอักเสบ (edema)
ซึ่งทั้ง 2 กรณี จะยุบหายไปเองในระยะ 2-3 อาทิตย์ โดยไม่มีอันตราย
ในการร้อยไหม จะใช้เข็มเพื่อนำเส้นไหมเข้าสู่ผิว ซึ่งเข็มที่ใช้จะมีลักษณะแตกต่างกัน เพื่อลดความเสี่ยงในการบวมเลือดและบวมน้ำได้ครับ
เข็มร้อยไหมแต่ละแบบ แตกต่างกันอย่างไร ?
เข็มที่ใช้ในการร้อยไหมมีดังนี้ : เข็ม L, เข็มทู่, เข็มตัด, เข็มแหลม ตามลำดับA. เข็มแหลม มีโอกาสเกิดการ บวมเลือด > บวมน้ำ
จะตัดผ่านเนื้อคล้าย ๆ การใช้มีดคม ๆ ตัด จะเจ็บน้อยกว่า บวมน้ำน้อยกว่า เส้นเลือดเล็ก ๆ ที่โดนตัดผ่านจะสมานได้ไวกว่าการใช้เข็มทู่ แต่ถ้าโดนเส้นเลือดใหญ่ก็จะมีโอกาสบวมเลือดได้ครับ ต้องอาศัยความชำนาญของแพทย์
B. เข็มทู่ มีโอกาสเกิดการ เกิดการ บวมน้ำ > บวมเลือด
จะผ่านเนื้อโดยการฉีกออกคล้าย ๆ การใช้มีดทื่อ ๆ ตัด จะเจ็บมากกว่า บวมน้ำเยอะกว่า สามารถหลบเส้นเลือดใหญ่ ๆ ได้ แต่เส้นเลือดเล็ก ๆ ก็ยังโดนฉีกขาดอยู่ดีครับ ยังมีเลือดออกได้ ในการร้อยไหมเข็มทู่ที่ใช้จะใหญ่กว่าเข็มทู่ที่ใช้ฉีดฟิลเลอร์ครับ จึงบวมช้ำเยอะกว่าฟิลเลอร์
การฉีดฟิลเลอร์ถ้าใช้เข็มแหลม ผลที่ออกมาจะสวยกว่าเข็มทู่ครับ แต่เสี่ยงเข้าหลอดเลือด ฟิลเลอร์จึงจำเป็นต้องใช้เข็มทู่ แต่สำหรับการร้อยไหมหมอบางท่านจะถนัดเข็มแหลมมากกว่า เพราะสามารถควบคุมความแม่นยำได้ดีกว่าครับ
C. เข็มตัด เป็นกึ่งแหลมกึ่งทู่
ปลายเข็มมีลักษณะคล้ายหลอด มีความคมแต่ไม่ได้แหลมเท่าเข็มแหลม
D. เข็ม L พัฒนาต่อจากเข็มตัดอีกขั้นหนึ่ง
เข็มแต่ละประเภทไม่สามารถระบุได้ว่าชนิดไหนดีที่สุดครับ ขึ้นกับการประเมินเนื้อเยื่อของคนไข้และความถนัดของหมอแต่ละคนครับ เช่น ถ้าคนไข้เคยเป็นสิว และมีพังผืดเยอะ การใช้เข็มทู่ก็จะบวมช้ำมากกว่าเข็มแหลมครับ ที่ V Square Clinic จะมีเข็มทุกแบบ ซึ่งหมอจะประเมินและเลือกใช้ให้เหมาะกับคนไข้แต่ละคนครับ
ทำไมร้อยไหม 3-4 เดือน ก็คลายแล้ว ?
การที่ไหมจะดึงผิวไว้ได้ มี 3 ปัจจัยหลัก ๆ ดังนี้ครับ
1. Elastin ในเนื้อของคนไข้
เมื่อร้อยไหมยกกระชับหน้า จะใช้เส้นไหมที่มีเงี่ยงใช้เกี่ยวเนื้อคล้าย ๆ ตะขอ แต่หากเนื้อเยื่อที่เกี่ยว เกิดความเสื่อมสภาพ เงี่ยงก็จะไม่สามารถเกาะอยู่ได้นานครับ เนื้อจะหลุดออกจากเส้นไหม ก่อนที่ไหมจะละลายเสียอีก โดยเฉลี่ยอายุของ elastin ในผิวคือ 6 เดือนครับ
การร้อยไหมในคนอายุเยอะ ผลที่ได้จะอยู่ได้สั้นลงครับ เพราะในผิวขาด elastin แต่เมื่อร้อยเพิ่มหลาย ๆ ครั้งจะอยู่ได้นานขึ้นเพราะการร้อยไหมจะช่วยกระตุ้นการสร้าง elastin ครับ
2. การสร้าง elastin
แม้เส้นไหมจะละลายไป แต่หากเนื้อเยื่อมีการสร้าง elastin ขึ้นมาเยอะ (คล้าย ๆ แปะกาว) ความกระชับก็ยังคงอยู่ได้ครับ
3. อายุของเส้นไหม
วัสดุที่ใช้ร้อยไหมได้ปลอดภัยมี 3 ชนิดคือ PCL / PLLA / PDO เรียงในรูปตามลำดับ
- PCL (Polycaprolactone) ละลายหมดภายใน 12 เดือน เส้นสีขาวขุ่น มีความยืดหยุ่นสูงที่สุด เส้นใหญ่ที่สุด
- PLLA (Polylactate) ละลายหมดภายใน 12 เดือน เส้นสีขาวใส ขาดความยืดหยุ่น อาจจะพบปัญหา ไหมขาด ไหมทะลุได้บ่อย
- PDO (Polydioxanone) จะละลายหมดภายใน 4-8 เดือน เส้นสีน้ำเงิน มีความยืดหยุ่นสูง เป็นที่นิยมมากที่สุด
ร้อยไหมอะไรดีที่สุด ?
ในการร้อยไหมดึงหน้า ร้อยไหมยกกระชับหน้า คลินิกต่าง ๆ จะมีชื่อเรียกไหมแต่ละชนิดมากมาย เช่น ไหมกุหลาบ, ไหมปิรันย่า, ไหมทับทิม, ไหมทอนาโด ฯลฯ เป็นชื่อที่ไม่เป็นสากลครับ คลินิกต่าง ๆ ตั้งชื่อกันขึ้นมาเองเพื่อให้คนไข้ไม่สามารถเช็กราคาร้อยไหมเทียบกับคลินิกอื่น ๆ ได้ครับ
*เราสามารถสอบถามทางคลินิกเพิ่มเติมได้ครับว่าร้อยไหมชนิดไหน โดยดูตามลักษณะเส้นไหมด้านล่างนี้ครับ
- ตามชนิดวัสดุ PDO, PLLA, PCL
- ตามลักษณะเส้นไหม
ในรูปนี้คือวัสดุ PDO จะเป็นสีน้ำเงินครับ ถ้า PLLA จะเป็นสีขาวใส, PCL จะสีขาวขุ่น ซึ่งจากประสบการณ์พบว่าไหมที่ดึงหน้าได้ดีที่สุดคือไหมเงี่ยงใหญ่ครับ เป็นที่นิยมใช้ในทุกคลินิก แล้วแต่ว่าจะตั้งชื่อว่าอะไร และตั้งราคาร้อยไหม ต่างกันเท่านั้นเอง
ข้อปฏิบัติตัว ก่อน-หลัง ร้อยไหม เพื่อรักษาผลลัพธ์ให้อยู่ได้นานขึ้น
ก่อนร้อยไหม
- ปรึกษาแพทย์เพื่อประเมินโครงสร้างใบหน้าและปัญหาที่ต้องการแก้ไข เพื่อวางแผนการรักษา
- เมื่อปรึกษาแพทย์เรียบร้อยแล้ว ถ้าพร้อมก็สามารถร้อยไหมได้เลยครับ ควรแจ้งประวัติการแพ้ยา วิตามินและยาที่ทานประจำ (ก่อนร้อยไหมควรงดยาและวิตามิน เช่น แอสไพริน, NSAIDs, ginseng และ Vitamin E)
- 24 ชั่วโมงก่อนร้อยไหม ควรงดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และกิจกรรมที่ทำให้เลือดสูบฉีด
- ทางคลินิกจะมีการฉีดยาชาให้ก่อนร้อยไหม
การดูแลตัวเอง หลังร้อยไหม
- หลังร้อยเสร็จทันที อาจมีอาการบวมแดง เขียวช้ำ ในจุดที่ร้อยไหมได้เป็นปกติ หายไปเองใน 2-3 วัน ห้ามแกะ เกา หรือกดนวด
- ทางคลินิกจะมีการจ่ายยาแก้ปวด ลดบวมให้
- ช่วง 3 วันแรก ไม่ควรขยับใบหน้าเยอะ อาจทำให้ไหมเคลื่อนที่ผิดตำแหน่งได้
- งดยิงเลเซอร์ร้อน และหัตถการอื่น ๆ ที่ใช้ความร้อน เป็นเวลา 2 เดือน
ในการดูแลตัวเองหลังร้อยไหม เพื่อให้ผลลัพธ์อยู่ได้นานขึ้น ข้อสำคัญคือควรปฏิบัติตามข้อแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัดครับ โดยหลีกเลี่ยงกิจกรรมที่เกี่ยวกับความร้อนและควรงดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และการสัมผัสใบหน้า
เปรียบเทียบ ร้อยไหม กับ Ulthera/Hifu/ Thermage/Volnewmer ควรทำอะไรดี ?
หลายคนลังเลระหว่างร้อยไหมกับเครื่องยกกระชับว่าควรเลือกทำอะไรดี ? จริง ๆ แล้วทั้งสองวิธีให้ผลลัพธ์ที่ดีในคนละแบบครับ
ร้อยไหม เหมาะกับผู้ที่ต้องการยกกระชับเฉพาะจุดและเห็นผลทันทีหลังทำ ส่วนเครื่องยกกระชับอย่าง Ulthera, Thermage, Hifu หรือ Volnewmer จะเน้นกระตุ้นคอลลาเจนใต้ผิว ผิวจะแน่นขึ้น ค่อย ๆ ยกกระชับขึ้น ซึ่งมีข้อดีคือเสี่ยงบวมช้ำน้อยกว่า หมอจะมาเปรียบเทียบความต่างให้เห็นกันชัด ๆ ดังนี้ครับ
Ulthera SPT / Ulthera Prime
Ulthera SPT / Ulthera Prime คือเครื่องยกกระชับที่ใช้คลื่นเสียง Focused Ultrasound ส่งพลังงานลึกถึงชั้น SMAS โดยคลื่นเสียงนี้จะเปลี่ยนเป็นจุดความร้อน 60-70°C ทำให้ผิวหดตัวทันที พร้อมกระตุ้นคอลลาเจนใหม่ต่อเนื่องโดยไม่ต้องผ่าตัด ไม่ต้องพักฟื้น ทำได้ทั้งใบหน้าและร่างกาย เห็นผลหลังทำทันทีประมาณ 30% เห็นผลเต็มที่ใน 2-3 เดือน
- จุดเด่น : ช่วยยกกระชับ ลดริ้วรอย กรอบหน้าชัด ยกหางตา ลดเหนียง ได้ผลใกล้เคียงการผ่าตัด
- อยู่ได้นาน : 1-1.5 ปี
- เหมาะกับ : ผู้ที่ต้องการปรับหน้าเรียว มีกรอบหน้าชัด ลดเหนียง ผิวหย่อนคล้อยปากลาง มีริ้วรอยบนใบหน้า
Ultraformer MPT / Ultraformer III
Ultraformer MPT / Ultraformer III หรือ Hifu คือเครื่องยกกระชับที่ใช้คลื่นเสียงอัลตราซาวด์เหมือน Ulthera ครับ แต่มีขนาดจุดโฟกัสพลังงานที่เล็กกว่า เจ็บน้อยกว่า ส่งพลังงานลงลึกถึงชั้น SMAS โดยสามารถยิงพลังงานทั้งแบบ Micro & Macro เพื่อกระตุ้นคอลลาเจนได้ดีครับ เห็นผลหลังทำทันทีประมาณ 20% เห็นผลเต็มที่ใน 2-3 เดือน
- จุดเด่น : ผิวยกกระชับผิว กรอบหน้าชัด เหนียงลดลง ราคาย่อมเยา เจ็บน้อย ไม่ต้องพักฟื้น
- อยู่ได้นาน : ประมาณ 5-6 เดือน
- เหมาะกับ : ผู้ที่เริ่มมีปัญหาผิวหย่อนคล้อยเล็กน้อย มีริ้วรอยเล็ก ๆ ต้องการยกกระชับผิว
Thermage FLX
Thermage FLX คือเครื่องยกกระชับที่ใช้พลังงานคลื่นวิทยุ (Radio Frequency: RF) ยิงลงไปในชั้นผิวหนังลึกถึงชั้นผิวหนังแท้ รวมถึงชั้นไขมันใต้ผิวหนัง ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่ พร้อมทั้งสลายไขมันสะสมส่วนเกินบริเวณใบหน้า ทำให้ผิวแน่น กระชับ และมีความยืดหยุ่นมากขึ้น หลังทำเห็นผลทันที 20 % และค่อย ๆ ชัดเจนขึ้นใน 2-3 เดือน
- จุดเด่น : ยกกระชับ ปรับ Texture ผิวให้เรียบเนียน แน่นเฟิร์มขึ้น ลดไขมันเฉพาะจุด ลดเหนียง กรอบหน้าชัด
- อยู่ได้นาน : 1-2 ปี
- เหมาะกับ : คนที่มีไขมันแก้มเยอะ ผิวหย่อนคล้อยชัด มีแก้มห้อย หรืออายุ 30 ปีขึ้นไป
Volnewmer
Volnewmer คือเครื่องยกกระชับผิวที่ใช้คลื่น Monopolar RF ที่ความถี่ 6.78MHz ลงลึกถึงชั้นผิวหนังแท้ส่วนบนและล่าง (The Upper and Lower Dermis) เปลี่ยนเป็นพลังงานความร้อน 40-60°C ช่วยสลายไขมัน กระตุ้นการสร้างคอลลาเจน ทำให้ผิวค่อย ๆ ยกกระชับขึ้น เห็นผลทันทีประมาณ 20-30% และจะค่อย ๆ เห็นผลชัดเจนใน 2-3 เดือน
- จุดเด่น : ช่วยยกกระชับ สลายไขมัน ลดผิวเปลือกส้ม ปรับคุณภาพผิว
- อยู่ได้นาน : 6-8 เดือน
- เหมาะกับ : คนที่มีไขมันใบใบหน้า มีแก้ม ผิวหย่อนคล้อย มีริ้วรอย ผิวขาดความกระชับ
สรุป เลือกร้อยไหมหรือเครื่องยกกระชับอะไรดีกว่ากัน ? จริง ๆ แล้ว ทั้งสองวิธีให้ผลดีแต่ต่างวัตถุประสงค์ครับ
- ถ้าต้องการเห็นผลยกกระชับทันที เน้นแก้ไขเฉพาะจุด เช่น มุมปากตก แก้มคล้อย หรือยกกรอบหน้าแบบเร่งด่วน ร้อยไหม จะตอบโจทย์มากกว่า
- แต่หากต้องการยกกระชับทั่วหน้า ฟื้นฟูคุณภาพผิวระยะยาว ช้ำน้อย บวมน้อย ไม่ต้องพักฟื้น Ulthera, Hifu, Thermage, หรือ Volnewmer จะให้ผลลัพธ์ที่เป็นธรรมชาติและอยู่ได้นานกว่าครับ
หากต้องการผลลัพธ์ที่ชัดเจนและอยู่ได้นาน หมอแนะนำให้ปรึกษาแพทย์เพื่อวางแผนผสมผสานการรักษา (Combination Treatment) เช่น ทำเครื่องยกกระชับก่อน แล้วตามด้วยร้อยไหมในจุดที่ต้องการยกเพิ่มเติม เพื่อผลลัพธ์ที่ดีที่สุดครับ
ร้อยไหมแต่ละชนิด ราคาเท่าไหร่ ?
การร้อยไหม ราคาจะแตกต่างกันไปตามชนิดของไหม วัสดุ และจำนวนเส้นไหมที่ใช้ครับ สำหรับที่ V Square Clinic ร้อยไหม ราคาเริ่มต้นประมาณ 8,900.- ใช้เส้นไหม PCL และ PDO ที่มีคุณภาพ ผ่านการรับรองจาก FDA ทั้งในเมืองไทยและต่างประเทศว่ามีความปลอดภัยครับ
ร้อยไหมทั้งหน้าต้องใช้ไหมกี่เส้น ?
จำนวนเส้นไหมที่นำมาใช้เพื่อร้อยไหมทั้งใบหน้า หมอจะประเมินใบหน้าของคนไข้ก่อนครับ แต่ละเคสอาจใช้จำนวนเส้นไหมที่แตกต่างกันได้ โดยปกติแล้วผิวหน้าหย่อนคล้อย ร้อยไหมจะใช้ข้างละ 3-10 เส้น โดยพิจารณาจาก 3 ส่วนหลัก ๆ คือ ขนาดเนื้อแก้มของคนไข้ ความหนาแน่นของผิว และคนไข้ต้องดึงในจุดไหนบ้างครับ
ร้อยไหม 10 เส้น กับ 20 เส้น ต่างกันไหม ?
เมื่อใช้จำนวนเส้นไหมมากขึ้น ย่อมทำให้ความแข็งแรงในการดึงมากขึ้นและคงระยะเวลาการดึงในนานมากขึ้นครับ
ถ้าคนไข้แก้มหย่อนเยอะ การยกแก้มให้ตึง ดึงหน้าให้อยู่ได้นาน จำเป็นต้องใช้เส้นไหมที่แข็งแรง และใช้จำนวนหลายเส้น การร้อยไหม PDO 10 เส้น กับ 20 เส้น จึงให้ผลลัพธ์ที่ต่างกัน การจะตัดสินใจว่าควรใช้ไหมกี่เส้นดีที่สุด หมอจะเป็นผู้ตรวจประเมินและพิจารณาครับ
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ ร้อยไหมยกกระชับหน้า
ร้อยไหม กี่วันเห็นผล ?
การร้อยไหมยกกระชับใบหน้า จะเห็นผลทันทีหลังทำ และเห็นผลชัดเจน สวยเข้ารูปใน 1 เดือน ครับ หากมีอาการบวม จะหายไปเองใน 14 วัน
ร้อยไหม เจ็บไหม ?
หลายคนถามหมอว่าร้อยไหม เจ็บไหม ? ระหว่างร้อยไหม คนไข้จะไม่รู้สึกเจ็บครับ เพราะก่อนทำจะมีการฉีดยาชาให้ก่อน อาจจะรู้สึกตอนที่หมอกำลังร้อยไหมเข้าไป เป็นเรื่องปกติครับ
ร้อยไหม ต้องใช้ยาชาหรือไม่ ?
การร้อยไหมต้องฉีดยาชาทุกครั้ง โดยที่คลินิกจะมีการทำความสะอาดผิวบริเวณที่จะร้อยไหมให้ก่อนครับ
ร้อยไหม ใช้เวลานานหรือไม่ ?
การร้อยไหมใช้เวลา 45-60 นาที ขึ้นอยู่กับจำนวนไหมที่ใช้ร้อย และเทคนิคของแพทย์ด้วยครับ
ถ้าไม่ร้อยไหมซ้ำ ทำให้หน้าเหี่ยวจริงไหม ?
ไม่จริงครับ เมื่อไหมละลายไปแล้วก็ยังเหลือเส้นใย elastin ที่จะช่วยประคองผิวไว้ ถ้าร้อยไหมด้วยเทคนิคที่ถูกต้องจะทำให้ผิวกระชับกว่าก่อนร้อยแน่นอนครับ
ปัญหาหน้าไม่เท่ากัน ร้อยไหมช่วยได้ไหม ?
ช่วยได้ครับ ในเคสที่หน้าไม่เท่ากันจากการที่แก้มย้อยหรือแก้มหย่อน สองข้างไม่เท่ากัน โดยหมอจะใช้แรงดึงไหมทั้งสองข้างตามปัญหา ข้างที่แก้มหย่อนกว่าก็จะใช้แรงมากกว่า เพื่อให้ใบหน้าทั้งสองข้างเท่ากันครับ
สรุป ร้อยไหม ยกหน้าเรียว ปลอดภัย เห็นผลทันที
การร้อยไหม ถือเป็นหัตถการที่ปลอดภัยและเห็นผลลัพธ์รวดเร็วครับ ช่วยแก้ปัญหาแก้มหย่อน แก้มย้อย ผิว กรอบหน้าไม่กระชับ คิ้วตก หนังตาตก เสริมจมูกโดยไม่ต้องผ่าตัด
ที่ V Square Clinic หมอมีประสบการณ์สูงด้านการปรับรูปหน้า ผ่านการฝึกอบรม อาทิ Thread Lift Training, Advanced Thread Lifting, Hand-on Barbed Thread Lift Rejuvenation จากทั้งในต่างประเทศและต่างประเทศ ประเมินใบหน้าอย่างละเอียดทุกเคส เลือกชนิดเส้นไหมและจำนวนไหมที่เหมาะสม มั่นใจได้ผลลัพธ์ที่สวยงามและปลอดภัยครับ
เอกสารอ้างอิง
- Cosmetic Surgery Today, Threadlift, 2012. (Access October 30, 2012, at https://www.cosmeticsurgerytoday.com/threadlift /)
- American academy of aesthetic medicine: hands-on Korean thread lifting master course. https://cbbmed.com/newsview.php?title=Different_PDO_Threads_in_Thread_Lifting&id=19


