รีวิว clenching เช็ดเครื่องสำอาง เปิดกรุของสาวแพ้ง่าย หลากหลายราคา
Room : Review
Daring | ผิวผสม | 30-34 Yrs | 186 รีวิว 29/11/2015 20:44     

สวัสดีค้าาา 
ชื่อ ญ นะคะ กลับมาพบกันอีกแว้วว บ่อยมากบ่อยน้อยตามความขยันของเราเอง 
วันนี้ ญ ขอนำเสนอ clenching ที่ ญ ใช้เอง ไม่มีสปอร์นเซอร์ สรรหาซื้อและใช้สนองกิเลสของตัวเองล้วนๆเลยครับผม!!!

เข้าตาเรามา 4 ตัวนี้ค่ะ เรียกว่า สี่ cleaning สี่ ราคา และ สี่สัญชาติกันเลย 
ต้องเกริ่นก่อนเลยนะ เมื่อก่อนเป็นสิวเขรอะ เต็มหน้าไปหมด ไม่ประสาว่าแต่งหน้า ล้างโฟมอย่างเดียวไม่สะอาด ต้องเช็ดเครื่องสำอางออกก่อนนะเธอ!! สาวแพ้ง่ายเป็นสิวอย่างเราลองมาเยอะ เข้าตามาสี่ตัวเลยจะมาทดสอบให้ดูว่า ตัวไหนเช็ดได้สะอาดที่สุด!!!

เราเลือกไอเท็มที่มาทดสอบ เพราะเป็นตัวที่เราคัดมาแล้วว่าล้างออกยาก เอามาแต้มๆ บนแขน

เครื่องสำอางทุกตัว เราใช้เองหมดเลย เพราะชอบแต่งหน้า เลยต้องสรรหาอุปกรณ์ล้างหน้าเพื่อให้ผิวสะอาด และไม่เป็นสิวให้ผิวได้หายใจและเฟรชอยู่เสมอ มีผู้เข้าชิงอยู่ 4 ตัวด้วยกัน เริ่มเลยละกันค้าาาา  


ผู้เข้าชิงหมายเลขหนึ่ง 

Cusson baby oil ตัวนี้เราว่าเหมาะกับคนที่ผิวแห้ง คิดสะว่ามันเป็น clenching oil เราชอบเอามาเช็ดรอบตา ปาก คิ้ว เพราะด้วยราคาที่ถูก ชอบมีโปร1แถม1 แถมปริมาณเยอะ ตัวราคาอยู่ที่ 109-120 บาทแล้วแต่ช่วงค่ะ ปริมาณ 200 ml

เราใช้สำลีสองแผ่น เท่ากับเช็ดสี่ครั้ง แปะแล้วลูบ                

 ผลที่ได้เป็นแบบที่เห็นในภาพเลยค่ะ

เราว่าเจ๋งอะ ปกติใช้แบบไม่คิดอะไร แค่รู้ว่าอ่อนโยน แต่... นางเช็ดได้เจ๋งจริง 

เสียที่ เป็น oil ใช้กับเราทั้งหน้าไม่ได้ 
ให้คะแนน 8/10 ค่ะ


ผู้เข้าชิงหมายเลข 2

Bifesta acne จริงๆ ญ ใช้ของเค้ามาเกือบทุกสูตรแว้ว ด้วยราคาที่โอเค และเช็ดหน้าไม่อุดตัน มีสูตรใหม่ออกมา ญ ก็ไม่พลาดโอเคเลย ไม่แพ้เช็ดหน้าสะอาดดี 

หน้าไม่มันหรือแห้งตึงค่ะ

คุณพระ!!!! คือเราทำเหมือนกันค่ะ ใช้สำลี 2 แผ่นใช้สี่ หน้า แปะปุบลากปับ ได้ผลที่เห็นดังในภาพค่ะ

ตัวนี้หาซื้อง่าย ราคาโอเค มีหลายสูตรให้เลือก ปริมาณ 300 ml ราคาอยู่ที่ 369-399 โดยประมาณ แล้วแต่ช่วงโปร ตัวนี้เป็นของ japan ค่ะ 
คะแนน 7/10 คือพอมาทำเทียบแบบนี้แล้วทำให้รู้ว่าถ้าจะเช็ดให้สะอาดจริงๆ

ต้องใช้สำลีหลายแผ่นอยู่เหมือนกัน


ผู้เข้าชิงหมายเลข 3

Byphasse ตัวนี้เห็นขนาดแล้วช๊อคค่ะ มันเบิ้มมากอะ!!! ไม่มีสีไม่มีกลิ่น 

คนขายบอกว่าดี รอช้าอยู่ใย จัดค่ะ !!!

ช๊อคอีกรอบ เฮ้ยแกร!! มันสะอาดกว่าอะ ทำเหมือนกันทุกแบรนด์ทุกขั้นตอน ผลที่ได้!!! น้ำตาจะไหล สวยงาม กราบงามๆเลยค่ะ กระแทกใจเจ้มาก

Byphasse แบรนด์นี้พึ่งเคยเห็น นางมาจากสเปนค่ะ ขนาด 500 ml

 ราคาอยู่ที่450-600 แล้วแต่ร้านและโปร ใช้กับหน้ารู้สึกสะอาด 

ยิ่งเอามาทดสอบแบบนี้แล้วน้ำหูน้ำตาไหล คือดีงาม 
คะแนนให้ 9.5/10 ตัดที่ขนาดใหญ่พกพาลำบาก ไม่ทราบว่ามีขนาดเล็กไหม 


ผู้เข้าชิงหมายเลข 4

bioderma เป็นคลีนซิ่งในตำนานที่หลายท่านบอกว่าดี ญ เองชอบลอง สอยลงมาเป็นสูตร sebium ของคนผิวผสมค่ะ

ทำเหมือนทุกแบรนด์ค่ะ สำลีสองแผ่น 4 หน้าแปะลากแปะลาก ผลที่ได้ดังภาพเลย

ตัวนี้ราคาอยู่ที่830-900 บาทขนาด 500 ml หาซื้อสะดวก มีขนาดเล็กขาย

 เป็นของฝรั่งเศษค่ะ 
คะแนน 7/10 ค่ะ

สี่แบรนด์ สี่สัญชาติ เปรียบเทียบให้เห็นแบบเต็มๆค้า

ารรีวิวเป็นความเห็นส่วนตัวต้องการแชร์ให้เพื่อนๆได้ชมนะคะ เป็นคลีนซิ่งของคนแพ้ง่าย ผลอาจแล้วแต่การใช้เครื่องสำอางของแต่ละคนค่ะ จริงๆ เวลาใช้ต้องแปะไว้บนผิวหน้าประมาณ 5-10 วินาที ค่ะ ทุกตัวไม่มีแอลกอฮอล์ไม่มีพาราแบน เหมาะกับคนแพ้ง่ายแต่ชอบแต่งหน้าแบบเรา >~ < 
ใครใช้ตัวไหนอยู่ ตัวไหนดีเอามาแชร์กันนะคะ 
วันนี้ ญ ลาไปก่อนแล้ว สวัสดีค่ะ




Comment (4)

comment 1
baschall | ผิวแพ้ง่าย | 40-44 Yrs | 31 รีวิว 24/12/2015 13:02     

ขอบคุณสำหรับรีวิว นะคะ 
เป็นคนผิวแพ้ง่ายและแพ้ออย เเบบเนื้อออย 100% งั้นอันแรกตัดออก แพ้เหมือนกันคะ 
อันอื่นที่สนใจคือ Byphasse 
แต่ตอนนี้ใช้เมเบลลีนคะ มันไม่แพ้ถือว่าดีสำหรับเรานะคะ555  


comment 2
Daring | ผิวผสม | 30-34 Yrs | 186 รีวิว 11/02/2016 18:31     

ขอบคุณนะคะ  >< 


comment 3
hades | ผิวผสม | 35-39 Yrs | 264 รีวิว 01/03/2016 23:49     

เราเคยใช้เบบี้ออยเช็ดตาแล้วมันเช็ดอายไลเนอร์กันน้ำไม่ออกค่ะ แถมตามัวๆอีกแต่ไม่แสบตานะแค่มัวๆ แต่ Byphasse น่าลองมากค่ะเคยเห็นที่เจ้เล้งขายอยู่ 350 บาท รอ purevivi หมดก่อนจะไปสอยมาลอง


comment 4
nerd | ผิวมัน | > 50 Yrs | 0 รีวิว 04/02/2026 16:23     

ร้อยไหมก้างปลาแบบไหนดีที่สุด ? ไหมแต่ละชนิดแตกต่างกันอย่างไร ?

ร้อยไหมก้างปลา ยกกระชับปรับรูปหน้า

ร้อยไหมก้างปลา คือ ชื่อที่หมอส่วนใหญ่ใช้เรียกการร้อยไหมเงี่ยง (ฺBarb) เพื่อดึงหน้า เป็นไหมละลายที่ใช้ในทางการแพทย์ครับ ไหมก้างปลาเป็นชื่อที่หมอไทยตั้งขึ้นมาเองเพื่อให้ง่ายต่อการอธิบายให้คนไข้เข้าใจลักษณะของเงี่ยงไหม เพราะมีลักษณะเงี่ยงคล้าย ๆ ก้างปลา

สำหรับคนที่กำลังหาข้อมูลเกี่ยวกับการร้อยไหมก้างปลา หรือ ไหมเงี่ยง คืออะไร ? มีลักษณะเป็นแบบไหน ? ร้อยไหมแบบไหนดีที่สุด ? สามารถอ่านเพิ่มเติมได้ในบทความนี้ครับ


สารบัญ ร้อยไหมก้างปลา

  • ร้อยไหมก้างปลา คืออะไร ?
  • การร้อยไหมก้างปลาเหมาะกับใคร ?
  • ร้อยไหมมีกี่แบบ ?
    • ลักษณะของไหมก้างปลาที่ดีที่สุด
    • ร้อยไหมก้างปลา อยู่ได้นานแค่ไหน ?
    • ร้อยไหมก้างปลา แต่ละชนิดแตกต่างกันอย่างไร ?
    • ไหมก้างปลาเส้นใหญ่ เงี่ยงใหญ่ จะละลายช้า อยู่ได้นานขึ้น
    • ไหมก้างปลา ควรความยืดหยุ่นสูง
    • ไหมก้างปลา ที่ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน
  • นอกจากไหมก้างปลา มีไหมประเภทอื่นหรือไม่ ?
    • ทำไมบางคนบอกว่าร้อยไหมไม่ได้ผล
    • ร้อยไหมก้างปลา ช่วยยกกระชับปรับรูปหน้า
    • ควรร้อยไหมก้างปลา กี่เส้น ?
  • เปรียบเทียบร้อยไหมก้างปลา กับเครื่องยกกระชับอื่น ๆ
    • Ulthera SPT / Ulthera Prime
    • Ultraformer MPT / Ultraformer III
    • Thermage FLX
    • Volnewmer
  • ร้อยไหมก้างปลา ราคาเท่าไร ?
  • ร้อยไหมกี่วันเห็นผล ร้อยไหมก้างปลา หน้าบวมกี่วัน ?
  • ร้อยไหมก้างปลาเจ็บไหม ?
  • ร้อยไหมก้างปลา ซ้ำได้เมื่อไหร่ ?
  • หลังร้อยไหมก้างปลา จะเกิดพังผืดหรือไม่ ?
  • สรุป ร้อยไหมก้างปลาดีไหม ?

ร้อยไหมก้างปลา คืออะไร ?

การร้อยไหมก้างปลา หรือ ไหมเงี่ยง คือ ไหมที่มีลักษณะเหมือนกับก้างปลาในทางการแพทย์นี้มีชื่อ เรียกว่า Bidirectional Barbed Thread ไม่ได้เรียกว่า Fishbone (ก้างปลา)

การร้อยไหมก้างปลา จะช่วยยกกระชับผิว นิยมทำเพื่อปรับรูปหน้าให้เรียวขึ้น แก้ไขผิวหย่อนคล้อย กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและอีลาสติน ซึ่งเส้นไหมที่ใช้จะแบ่งออกเป็นหลายชนิด แล้วแต่ลักษณะและวัสดุ ได้แก่ PDO, PLLA และ PCL

รีวิว ร้อยไหมก้างปลา ปรับรูปหน้า
 

การร้อยไหมก้างปลาเหมาะกับใคร ?

  • เหมาะกับผู้ที่มีปัญหาแก้มหย่อนคล้อย แก้มห้อย
  • เหมาะกับผู้ที่ต้องการปรับรูปหน้าให้มีมิติขึ้น ปรับหน้าเรียว V-Shape
  • เหมาะกับผู้ที่อายุไม่มากนัก แต่ผิวหน้ามีความหย่อนคล้อย สามารถร้อยไหมก้างปลาเพื่อยกกระชับขึ้นได้

ร้อยไหมมีกี่แบบ ?

การร้อยไหมก้างปลา ยังมีชื่อเรียกอื่น ๆ เช่น ไหมก้างปลา 8D ไหมเงี่ยงกุหลาบ ไหมปิรันย่า ไหมจระเข้ ไหมมังกร ไหมปากฉลาม ไหมทับทิม ไหม Double-Lock ไหมทอร์นาโด คือชื่อที่คนไทยตั้งขึ้นมาเรียกเอง

ซึ่งในทางการแพทย์ไหมชื่อต่าง ๆ เหล่านี้ไม่ได้มีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญครับ ล้วนเป็นไหมเงี่ยง Bidirectional Barbed Thread ทั้งสิ้น แค่ตั้งชื่อให้แตกต่างกันด้วยเหตุผลทางการค้า

 ลักษณะไหมแบบต่าง ๆ 

จุดที่แตกต่างกันของเส้นไหม ที่คนไข้ควรให้ความสำคัญ คือ วัสดุที่ใช้ทำเส้นไหมที่ปลอดภัย แบ่งออกเป็น 3 ชนิด ได้แก่ PDO PLLA PCL และขนาดของเส้นไหมมีหน่วยวัดสากลคือ USP2-0, USP0, USP1, USP2 ซึ่งการแบ่งวัสดุและขนาดของเส้นไหมที่เป็นสากลนี้จึงจะสามารถบ่งบอกได้อย่างชัดเจนว่า ไหมชนิดนั้น ๆ คุณภาพเป็นอย่างไร อยู่ได้นานไหม ร้อยไหมกี่วันเห็นผล และดึงหน้าได้ดีแค่ไหน

อ่านบทความเพิ่มเติม : หลังร้อยไหม กี่วันเห็นผล? อยู่ได้กี่ปี? มีข้อปฏิบัติตัวหลังทำอย่างไรบ้าง ?   

ลักษณะของไหมก้างปลาที่ดีที่สุด

ไหมก้างปลาที่ดีที่สุดควรมีคุณสมบัติดังนี้

  • วัสดุที่ใช้ทำเส้นไหมก้างปลาที่ดีที่สุด ควรจะละลายช้าอยู่ได้นาน

วัสดุที่ใช้ ร้อยไหมก้างปลา เป็นไหมละลายที่ใช้ในทางการแพทย์ได้อย่างปลอดภัย เช่นใช้ในการผ่าตัดเย็บหัวใจ ได้แก่ PDO PLLA และ PCL ในขณะที่ไหมละลายจะช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและอีลาสติน ทำให้ผิวบริเวณที่ร้อยไหมกระชับขึ้นแข็งแรงขึ้นด้วย

  • PDO คือ ไหมที่มีความยืดหยุ่นปานกลาง นิ่ม ไม่เปราะ เป็นไหมชนิดแรกที่นำมาใช้ในวงการเสริมความงาม และได้รับความนิยมมาก
  • PLLA คือ ไหมที่มีจุดเด่นด้านความแข็ง แต่ข้อเสียคือเปราะหักง่าย
  • PCL คือ ไหมที่มีจุดเด่นด้านความยืดหยุ่น ซึ่ง PCL รุ่นล่าสุดจะมีส่วนผสมของ PLLA ในสัดส่วนที่เหมาะสมด้วย จึงทำให้ PCL+PLLA เป็นวัสดุเส้นไหมที่ดีที่สุดในตอนนี้

ร้อยไหมก้างปลา อยู่ได้นานแค่ไหน ?

  1. PCL (Polycaprolactone) ละลายหมด อยู่ได้นาน 18-24 เดือน
  2. PLLA (Polylactate) ละลายหมด อยู่ได้นาน 12-18 เดือน
  3. PDO (Polydioxanone) จะละลายหมด อยู่ได้นาน 6-8 เดือน

เส้นไหมชนิด PCL+PLLA แม้จะอยู่ได้นานถึง 18–24 เดือน แต่ไม่ได้หมายความว่าผิวจะถูกรั้งอยู่ตลอดช่วงเวลานั้นครับ หากผิวขาดคอลลาเจนหรืออีลาสติน การพยุงผิวอาจอยู่ได้สั้นลงเพราะผิวหลุดจากแนวไหมก่อนที่ไหมจะละลาย แนะนำให้ร้อยไหมซ้ำในแนวเดิม เพื่อทำให้ผิวยึดเกาะแน่นขึ้น อยู่ได้นานกว่าเดิมในครั้งถัดไปครับ

ร้อยไหมก้างปลา แต่ละชนิดแตกต่างกันอย่างไร ?

VDO นี้เป็นการสาธิต ให้ดูว่า ร้อยไหมแต่ละชนิด มีความแตกต่างกันอย่างไร ถ้าหากว่าใครคิดจะไปทำแต่ยังไม่ได้ดูคลิปนี้ ถือว่าพลาดอย่างแน่นอน

ร้อยไหมอะไรดีที่สุด ? ร้อยไหมแต่ละชนิดต่างกันอย่างไร ?

ไหมก้างปลาเส้นใหญ่ เงี่ยงใหญ่ จะละลายช้า อยู่ได้นานขึ้น

 ตารางเปรียบเทียบขนาดของเส้นไหมตามหน่วยวัดสากล USP 

วิธีดูขนาดของเส้นไหมก้างปลา เราสามารถสังเกตได้จากสีของเข็มที่ใช้ ร้อยไหมก้างปลา ตามรูปด้านบนไล่จากซ้ายไปขวาดังนี้

  • เข็มสีเทา 27G ใช้ร้อยไหมขนาด USP 5-0
  • เข็มสีส้ม 25G ใช้ร้อยไหมขนาด USP 4-0
  • เข็มสีฟ้า 23G ใช้ร้อยไหมขนาด USP 3-0
  • เข็มสีเขียว 21G ใช้ร้อยไหมขนาด USP 2-0 (คลินิกทั่วๆไปนิยมใช้เนื่องจากเข็มเล็ก ร้อยง่าย บวมช้ำน้อย ไม่ต้องใช้ความชำนาญสูงก็ทำได้ แต่ไหมจะเส้นเล็กและอยู่ได้ไม่นาน)
  • เข็มสีเหลืองอ่อน 20G ใช้ร้อยไหมขนาด USP0
  • เข็มสีน้ำตาล 19G ใช้ร้อยไหมขนาด USP1
  • เข็มสีชมพู 18G ใช้ร้อยไหมขนาด USP2 (เป็นไหมก้างปลาเส้นใหญ่ที่สุดในปัจจุบัน)

ไหมก้างปลาในคลินิกทั่ว ๆ ไปจะมีขนาด USP 3/0 , 2/0 สังเกตได้จากสีของเข็มที่ใช้ร้อยไหมจะเป็น สีฟ้า(23G) หรือ สีเขียว (21G)

ที่ V Square Clinic หมอจะเลือกใช้ไหมก้างปลาเส้นที่ใหญ่ที่สุดตอนนี้คือ USP2 USP1 USP0 เข็มที่ใช้ร้อยไหมจะเป็นเข็มสี สีชมพู (18G) สีน้ำตาล (19G) หรือ สีเหลืองอ่อน (20G)

ไหมก้างปลา ควรความยืดหยุ่นสูง

ตามที่หมออธิบายไว้ข้างต้น จะเห็นว่า ไหม PCL จะมีความยืดหยุ่นสูงที่สุด ทนต่อการขยับได้ดี ไม่เปราะและขาดง่าย ส่วนไหม PLLA จะแข็งทนต่อแรงดึงได้ดีที่สุด แต่เปราะและขาดง่ายเมื่ออยู่ในหน้าคนที่มีการขยับตลอดเวลา

ไหมก้างปลา ที่ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน

PLLA จะสามารถกระตุ้นการสร้าง Collagen และ elastin ได้สูงที่สุด จึงนำ PLLA มาผสมในไหม PCL รุ่นล่าสุดเพื่อช่วยให้โครงสร้างผิวแข็งแรงขึ้นหลังจากที่ร้อยไหม


นอกจากไหมก้างปลา มีไหมประเภทอื่นหรือไม่ ?

นอกจากไหมก้างปลาที่นิยมใช้ในการยกกระชับ ยังมีไหมอีกหลายประเภทที่ใช้แก้ปัญหาผิวแตกต่างกันครับ

  • ร้อยไหมก้างปลา หรือ ไหมเงี่ยง เป็นไหมละลายที่มีเงี่ยงยื่นออกมา เพื่อช่วยเกี่ยวผิวให้ยกกระชับขึ้น แบ่งออกตามขนาดของเส้นไหม คือ ไหมเงี่ยงใหญ่ และไหมเงี่ยงเล็ก
  • ไหมมิ้นท์ (Mint Lift) เป็นไหมที่มีเงี่ยงรูปสามมิติ ตัวไหมมีความแข็งแรง ไม่เปราะง่าย เหมาะกับเคสที่มีแก้มห้อยหรือกรอบหน้าไม่ชัด ช่วยปรับรูปหน้าให้เล็กเรียว V-Shape
  • ไหมตาข่าย (Tesslift Soft) มีโครงตาข่ายรอบเส้นไหม ช่วยพยุงเนื้อเยื่อและคอลลาเจนได้ทั่วบริเวณ เหมาะกับผู้ที่ต้องการผลลัพธ์ชัดและอยู่ได้นาน
  • ไหมเกลียว (Screw Thread) ลักษณะพันเป็นเกลียว ช่วยเพิ่มวอลลุ่มและความยืดหยุ่นให้ผิว เหมาะกับผิวบางหรือขาดความเต่งตึง
  • ไหมกรวย (Cone Thread) มีกรวยขนาดเล็กช่วยยึดเกาะแน่นขึ้น ยกผิวได้ชัดและคงผลลัพธ์ได้นาน
  • ไหมเรียบ (Mono Thread) ไม่มีเงี่ยง เน้นกระตุ้นคอลลาเจนทั่วหน้า เหมาะกับผู้ที่มีผิวบางหรือริ้วรอยตื้น ๆ

โดยแพทย์จะเลือกใช้ชนิดไหมให้เหมาะกับปัญหา เช่น ริ้วรอย ผิวหย่อน หรือยกกระชับรูปหน้า เพื่อให้ผลลัพธ์ออกมาธรรมชาติที่สุดครับ

ทำไมบางคนบอกว่าร้อยไหมไม่ได้ผล

เมื่อ 5-10 ปีก่อน การร้อยไหมยังใช้เทคนิคแบบเดิม โดยใช้ไหมเรียบซึ่งเป็นเส้นเล็กและร้อยตื้น ช่วยเรื่องริ้วรอยแต่ไม่สามารถยกกระชับผิวได้จริง และยังมีอาการบวมชั่วคราวในช่วง 2-3 สัปดาห์แรก ทำให้หลายคนรู้สึกว่าร้อยไหมแล้วไม่ได้ผล

แต่ปัจจุบันเทคนิคพัฒนาไปมาก ส่วนใหญ่จะใช้ไหมก้างปลาซึ่งมีเงี่ยงช่วยยึดผิวและดึงให้ยกขึ้นจริง เห็นผลได้ชัดและอยู่ได้นานกว่า ทำให้การร้อยไหมกลับมาได้รับความนิยมอีกครั้ง เพราะได้ผลลัพธ์ดีครับ

จากภาพด้านบนเป็น ภาพเปรียบเทียบไหมเรียบ (Mono) เส้นบน กับไหมก้างปลา (Barb) เส้นล่าง การร้อยไหม Mono ในสมัยก่อนไม่ค่อยเห็นผลเนื่องจากไหม Mono ไม่มีเงี่ยงที่ช่วยในการดึงผิวที่หย่อนคล้อย

ร้อยไหมก้างปลา ช่วยยกกระชับปรับรูปหน้า

การร้อยไหมก้างปลา สามารถช่วยปรับรูปหน้า ให้เรียวขึ้น ยกกระชับขึ้น สามารถแก้ปัญหาแก้มหย่อนได้เป็นอย่างดี นอกจากนี้ยังสามารถใช้ไหมก้างปลาร้อยไหมจมูก เสริมจมูกให้โด่งสวย รวมถึงช่วยลดริ้วรอย กระตุ้นคอลลาเจนใต้ผิวได้

ควรร้อยไหมก้างปลา กี่เส้น ?

หมอจะเป็นผู้ประเมินก่อนทำทุกเคส ว่าคนไข้เคสนั้น ๆ ควรจะใช้ไหมก้างปลาข้างละกี่เส้น โดยปกติจะร้อยไหมก้างปลาข้างละ 3-10 เส้นครับ โดยขึ้นอยู่กับ

  1. ขนาดเนื้อแก้มของคนไข้
  2. ความแน่นของผิว
  3. จุดไหนบ้างที่คนไข้ต้องการดึง

หมอจะประเมินจำนวนเส้นตามความเหมาะสม แต่ถ้าหากคนไข้ต้องการให้อยู่ได้นานขึ้นกว่าปกติ ก็สามารถใช้จำนวนเส้นที่เยอะขึ้นได้ คล้ายๆ การยกของด้วยเชือกหลาย ๆ เส้นย่อมมั่นคงแข็งแรงขึ้น อยู่ได้นานขึ้นครับ


เปรียบเทียบร้อยไหมก้างปลา กับเครื่องยกกระชับอื่น ๆ

การยกกระชับหน้าในปัจจุบันมีหลายเทคนิคให้เลือก ทั้งแบบร้อยไหมและเครื่องยกกระชับต่าง ๆ ซึ่งแต่ละวิธีมีจุดเด่นแตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับสภาพผิว ปัญหาที่ต้องการแก้ และผลลัพธ์ที่คาดหวังครับ

Ulthera SPT / Ulthera Prime

Ulthera ใช้พลังงานคลื่นเสียง Focused Ultrasound ส่งลงลึกถึงชั้น SMAS เพื่อกระตุ้นคอลลาเจนใหม่และทำให้ผิวหดตัวทันที ช่วยยกกระชับทั่วใบหน้า เหนียง และหางตา เหมาะกับผู้ที่เริ่มมีผิวหย่อนคล้อยระดับปานกลาง และต้องการผลลัพธ์ที่ใกล้เคียงการผ่าตัดแต่ไม่ต้องพักฟื้น

  • จุดเด่น : ยกทั่วหน้าได้ชัด กรอบหน้าคม หน้าเรียวขึ้น เห็นผลเต็มที่ใน 2-3 เดือน
  • อยู่ได้นาน : 1 ปี

Ultraformer MPT / Ultraformer III

Hifu ใช้คลื่นเสียงอัลตราซาวด์พลังงานจุดเล็กลงลึกถึงชั้น SMAS เพื่อกระตุ้นคอลลาเจนให้ผิวแน่นขึ้น ค่อย ๆ ยกกระชับ เหมาะกับผู้ที่มีผิวเริ่มหย่อนหรือมีริ้วรอยเล็ก ๆ ผลลัพธ์จะค่อย ๆ ชัดขึ้นใน 2-3 เดือน ให้ความรู้สึกเจ็บน้อยกว่าการทำ Ulthera และมีราคาย่อมเยากว่า

  • จุดเด่น: ผิวยกแน่น หน้าเรียวขึ้นโดยไม่ต้องพักฟื้น
  • อยู่ได้นาน: 5-6 เดือน

Thermage FLX 

Thermage เป็นเทคโนโลยีที่ใช้พลังงานคลื่นวิทยุ (Radio Frequency: RF) ส่งลงลึกถึงชั้นหนังแท้และไขมันใต้ผิว ทำให้คอลลาเจนหดตัวทันที พร้อมกระตุ้นการสร้างใหม่อย่างต่อเนื่อง เหมาะกับผู้ที่มีไขมันแก้มเยอะ แก้มหย่อน หรือเริ่มมีเหนียง เพราะช่วยกระชับผิวพร้อมลดไขมันในจุดเดียว

  • จุดเด่น: ยกแน่น เฟิร์มขึ้น ผิวเรียบเนียน เห็นผลชัดใน 2-3 เดือน
  • อยู่ได้นาน: 1-2 ปี

Volnewmer

Volnewmer ใช้เทคโนโลยี Monopolar RF ความถี่ 6.78 MHz ยิงพลังงานลงลึกถึงชั้นหนังแท้ส่วนบนและล่าง สร้างความร้อน 40–60°C เพื่อกระตุ้นคอลลาเจนและสลายไขมันใต้ผิว เหมาะกับผู้ที่มีแก้มใหญ่หรือผิวไม่กระชับ หลังทำจะเห็นผลทันทีบางส่วน และค่อย ๆ ชัดเจนขึ้นใน 2-3 เดือน

  • จุดเด่น : ยกกระชับพร้อมสลายไขมัน ปรับผิวให้เรียบแน่น
  • อยู่ได้นาน : 6-8 เดือน

ถ้าต้องการผลที่ชัดและอยู่ได้นานที่สุด แนะนำให้ทำ Combination Treatment คือทำเครื่องยกกระชับก่อน แล้วร้อยไหมเพิ่มในจุดที่หย่อนมาก เพื่อผลลัพธ์ที่ยกชัด ใบหน้าเรียว และอยู่ได้นานครับ


ร้อยไหมก้างปลา ราคาเท่าไร ?

ที่ V Square Clinic จะเลือกใช้ ไหมก้างปลา ที่ดีที่สุด เท่านั้นครับ เส้นใหญ่ที่สุด โดยมีให้เลือก 2 วัสดุคือ PDO กับ PCL มีราคาโปรโมชันดังนี้

 

ร้อยไหมกี่วันเห็นผล ร้อยไหมก้างปลา หน้าบวมกี่วัน ?

ร้อยไหมก้างปลาเห็นผลได้ทันทีหลังทำ ผิวจะยกกระชับขึ้นประมาณ 20-30% และจะเข้าที่เต็มที่ภายใน 2-3 สัปดาห์ครับ

โดยในช่วง 3-4 วันแรก จะค่อย ๆ ยุบลงจนหายเป็นปกติภายใน 7-14 วัน หากบวมแดงมากหรือปวดมากขึ้นหลังวันที่ 4 ควรรีบพบแพทย์เพื่อตรวจประเมินครับ

คนไข้สามารถศึกษาเกี่ยวกับข้อปฎิบัติตัวก่อน-หลังร้อยไหมที่ถูกต้อง จากบทความที่หมอเคยเชียนไว้ได้ครับ


ร้อยไหมก้างปลาเจ็บไหม ?

ก่อนร้อยไหมก้างปลา หมอจะมีการฉีดยาชาให้ก่อนครับ เมื่อยาออกฤทธิ์แล้วจึงเริ่มทำการร้อยไหม ระหว่างร้อยก็จะไม่เจ็บ แต่จะรู้สึกถึงเส้นไหมตอนกำลังร้อยเข้าไปเป็นปกติ


ร้อยไหมก้างปลา ซ้ำได้เมื่อไหร่ ?

การร้อยไหมก้างปลา สามารถร้อยซ้ำได้ครับเมื่อรู้สีกว่าผิวเริ่มหย่อนคล้อยลง โดยส่วนใหญ่ก็จะอยู่ในช่วง 4-5 เดือน สำหรับไหม PDO และ 12 เดือน สำหรับไหม PCL สามารถปรึกษาหมอให้ช่วยประเมินการร้อยไหมได้ตามความเหมาะสมครับ


หลังร้อยไหมก้างปลา จะเกิดพังผืดหรือไม่ ?

การเกิดพังผืด มีสาเหตุจากการใช้วัสดุที่ไม่มีคุณภาพครับ เช่นไหมทองคำ หรือไหมชนิดที่ไม่ละลาย ซึ่งปัจจุบันมีการยกเลิกและห้ามใช้ครับ


สรุป ร้อยไหมก้างปลาดีไหม ?

การร้อยไหมก้างปลา ดีหรือไม่ดีนั้น ขึ้นอยู่กับการเลือกคลินิกที่ได้มาตรฐานและแพทย์ที่มีประสบการณ์ ในการร้อยไหม สามารถวิเคราะห์ปัญหา แนะนำแนวทางในการแก้ไขได้อย่างเหมาะสม เพื่อให้คนไข้แต่ละเคสได้ผลลัพธ์ที่ดีและปลอดภัย

สำหรับใครที่สนใจการร้อยไหมก้างปลา แต่ยังไม่แน่ใจว่าจะเลือกไหมแบบไหนดี ร้อยไหมอะไรดีที่สุด ต้องร้อยไหมกี่เส้น สามารถปรึกษาหมอก่อนได้ ไม่มีค่าใช้จ่ายครับ


อ้างอิง

  • A.C. Vieira, J.C. Vieira, R.M. Guedes, A.T. Marques. EXPERIMENTAL DEGRADATION CHARACTERIZATION OF PLA-PCL, PGA-PCL, PDO AND PGA FIBRES. แหล่งข้อมูล:http://iccm-central.org/Proceedings/ICCM17proceedings/Themes/Behaviour/SUSTAIN%20GREEN%20COMP/F23.9%20Vieira.pdf
Post Comment



- view all -

THE HIGHLIGHTER

- view all -