ในที่สุดก็ได้มาครอบครอง
กับเจ้าแป้ง Evory Retouch ตัวนี้เป็นแป้งผสมรองพื้นตัวใหม่ของคิวท์เพรส

ตัวนี้เอาตรงๆ คือกะว่าซื้อมาเล่นๆ เห็นเป็นตัวออกใหม่
ใช้สิทธิซื้อเดือนเกิดด้วย ก็เลยได้ถอยมา
ปกติชอบใช้ของคิวท์เพรสอยู่เเล้ว เพราะมีหลายตัวที่ถูกเเละดี ใช้เเล้วชอบ
ตัวนี้ก็เช่นกันน
ใช้พร่องไปหน่อยนึงเเล้วตามรูปเลย
ผลการใช้คือประทับใจมาก เป็นแป้งผสมรองพื้นสมชื่อ
คือทาตัวนี้ตัวเดียวไม่ต้องทารองพื้นเลย หน้าก็เนียน
ปกปิด อยู่ทนทั้งวัน คือเนียนปกปิด เเต่ดูไม่หนาเลย
รักตรงนี้! วันไหนอยู่บ้านเเล้วอยู่ๆ อยากออกไปข้างนอก
คือใช้ตัวนี้ทาตัวเดียว เขียนคิ้ว เติมลิปหน่อย ออกไปข้างนอกได้สบายๆ
แบบรวดเร็วได้เลย
ใช้มาจนเพื่อนๆ เริ่มซื้อตามแล้ว เลยได้เวลามารีวิวหน่อย
เอา!วันนี้บอกว่าจะมาเเบบสั้นๆ ก็ขอสั้นเเล้วกัน
สรุปว่าชอบ ให้ 9/10 ขอหักนิดนึง เวลาใช้แปรงปัด นี่คือฝุ่นฟุ้งมาก
555 กลัวเปลือง! ไม่รู้ว่าอยู่ที่วิธีการปัด หรืออย่างไร
| Tweet |
ขอบคุณสำหรับรีวิว นะคะ กำลังพิจารณาอยู่เลยคะ จะซื้อไปฝากแม่และเพื่อน อิอิ ส่วนตัวไม่ถูกกับแป้งพัพเท่าไหร่^^
ก่อนฉีดโบท็อก ต้องอ่าน! 5 สิ่งที่หมออยากให้รู้ เพื่อผลลัพธ์ที่ชัดเจน ปลอดภัย อยู่ได้นาน
ก่อนฉีดโบท็อก ควรรู้อะไรบ้าง ?
ก่อนฉีดโบท็อก สิ่งที่หมออยากให้รู้คือ “การเตรียมตัวก่อนฉีด” ส่งผลอย่างมากต่อผลลัพธ์ครับ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องความเป็นธรรมชาติ ความปลอดภัย หรือความคงทนของตัวยา
บทความนี้เป็นสรุป 5 สิ่งสำคัญที่ควรรู้ก่อนฉีดโบท็อก แบบเข้าใจง่ายที่หมอรวบรวมมาแชร์ เพื่อใช้เป็นคู่มือในการฉีดโบท็อก และรวบรวมคำถามหรือข้อสงสัยต่าง ๆ ของคนไข้ มาตอบให้ครับ
รู้จัก ‘โบท็อก’ ให้มากขึ้นในบทความนี้สารบัญ ก่อนฉีดโบท็อก
- 1. ก่อนฉีดโบท็อก ควรเตรียมตัวอะไรบ้าง ?
- 2. ก่อนฉีดโบท็อก ต้องงดอะไรบ้าง ?
- 3. ยี่ห้อโบท็อกมีกี่ประเทศ ประเทศไหนดีที่สุด ?
- ก่อนฉีดโบท็อก ควรเลือกยี่ห้อยังไงให้เหมาะกับปัญหา ?
- 4. โรคประจำตัวที่ “ห้าม” หรือ “ควรหลีกเลี่ยง” การฉีดโบท็อก
- 5. จริงหรือไม่ ? ที่ฉีดโบท็อกแล้วจะยิ้มไม่สุด และมีโอกาสปากเบี้ยว
- Checklist ก่อนฉีดโบท็อก 1 วัน
- ในฐานะแพทย์ หมอแนะนำอย่างไร ในการเลือกแพทย์และคลินิกที่ปลอดภัยก่อนฉีดโบท็อก
- Q&A ก่อนฉีดโบท็อก
- สรุป ก่อนฉีดโบท็อก
1. ก่อนฉีดโบท็อก ควรเตรียมตัวอะไรบ้าง ?
ก่อนฉีดโบท็อก คนไข้ควรเตรียมตัวให้ร่างกายและผิวหน้าอยู่ในสภาวะปกติที่สุด เพื่อให้ตัวยาจับกับปลายประสาทได้ดี และลดโอกาสเกิดรอยช้ำหรือยากระจายผิดตำแหน่ง การเตรียมตัวเบื้องต้น ได้แก่
- พักผ่อนให้เพียงพอ 6-8 ชั่วโมง
- แจ้งประวัติแพ้ยา โรคประจำตัว และยาที่ใช้อยู่
- ทำความสะอาดผิวหน้า ไม่จำเป็นต้องแต่งหน้ามา
- ถ้ามีแผนทำเลเซอร์ ฟิลเลอร์ ร้อยไหม หรือหัตถการอื่น ๆ ควรแจ้งแพทย์ก่อน
การที่หมอได้ข้อมูลครบถ้วน จะช่วยให้วางแผนตำแหน่งการฉีดได้แม่นยำขึ้น และปลอดภัยที่สุดครับ
2. ก่อนฉีดโบท็อก ต้องงดอะไรบ้าง ?
การงดสิ่งที่มีผลต่อการเต้นของหัวใจ และเพิ่มการไหลเวียนเลือด จะช่วยลดโอกาสช้ำ ลดรอย และทำให้โบท็อกกระจายตัวแม่นยำขึ้นครับ
สิ่งที่ควรงด 5-7 วันก่อนฉีดโบท็อก
- วิตามิน E
- น้ำมันปลา
- ใบแปะก๊วย (Ginkgo)
- แอสไพริน / ไอบูโพรเฟน (Ibuprofen)
- ยากลุ่ม NSAIDs
สิ่งที่ควรงดอย่างน้อย 24 ชั่วโมงก่อนฉีดโบท็อก
- แอลกอฮอล์
- ออกกำลังกายหนัก
- การนวดหน้าแรง ๆ
- ซาวน่า อบไอน้ำ
งดอะไรในวันฉีดโบท็อก
- ไม่ควรดื่มกาแฟเกิน 1 แก้ว
- หลีกเลี่ยงการทาครีม AHA / Retinol
- ไม่แต่งหน้าแน่นหรือทารองพื้นหนา (คลินิกต้องทำความสะอาดผิวบริเวณที่ฉีดก่อน)
3. ยี่ห้อโบท็อกมีกี่ประเทศ ประเทศไหนดีที่สุด ?
ก่อนจะเลือกว่าฉีดโบท็อกยี่ห้อไหนดี ต้องเข้าใจก่อนว่าโบท็อกแบ่งตามประเทศได้ 3 กลุ่มใหญ่ ๆ ซึ่งแต่ละประเทศมีจุดเด่นต่างกัน และเหมาะกับเคสแตกต่างกันครับ
กลุ่มอเมริกา : ความบริสุทธิ์สูง อยู่ได้นาน กระจายตัวแม่นยำ
- Allergan
กลุ่มยุโรป : กระจายตัวกว้าง ให้ผลลัพธ์ธรรมชาติ เสี่ยงดื้อยาต่ำ
- Dysport
- Xeomin
กลุ่มเกาหลี : พยายามพัฒนาคุณภาพให้เทียบเคียงอเมริกา ราคาคุ้มค่า
- Nabota
- Neuronox
- inBo
- Aestox
- Botulax
- Hugel
ถ้าพูดถึงความคุ้มค่าหมอก็แนะนำโบท็อกเกาหลี เพราะถ้าเทียบประสิทธิภาพและก็ราคาแล้วโบท็อกเกาหลีจะคุ้มค่าที่สุด ส่วนโบท็อกของอเมริกาจะดีกว่าโบท็อกเกาหลีทั่วไปซัก 20-30% แต่ว่าราคาจะโดดมาอีกเท่าตัว ถ้าคนที่เน้นเรื่องความคุ้มค่าก็แนะนำโบท็อกของเกาหลี แต่ถ้าเน้นเรื่องคุณภาพเอาตัวที่ดีที่สุดคือแนะนำของ Allergan ครับ
อ่านบทความเพิ่มเติม : [เจาะลึก] ความแตกต่างโบท็อกเกาหลีอเมริกา เลือกยี่ห้อไหนดี ฉีดตัวไหนคุ้มค่า
ก่อนฉีดโบท็อก ควรเลือกยี่ห้อยังไงให้เหมาะกับปัญหา ?
แนะนำให้ปรึกษาแพทย์เพื่อประเมินเป็นเคส ๆ ไปครับ โดยหมอจะประเมินจากตำแหน่งที่ฉีด ความแข็งแรงของมัดกล้ามเนื้อ ความต้องการและงบประมาณของคนไข้ เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ออกมาดีและคุ้มค่าที่สุด
อ่านบทความเพิ่มเติม : วิธีดูยาแท้โบท็อก ฟิลเลอร์ ยี่ห้อต่าง ๆ
4. โรคประจำตัวที่ “ห้าม” หรือ “ควรหลีกเลี่ยง” การฉีดโบท็อก
ส่วนใหญ่คนทั่วไปสามารถฉีดโบท็อกได้อย่างปลอดภัย หากใช้ยาแท้และฉีดกับแพทย์ที่มีประสบการณ์ แต่มีบางกลุ่มที่ควรหลีกเลี่ยงหรือแจ้งแพทย์เป็นพิเศษ
- โรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง (Myasthenia Gravis)
- โรคระบบประสาทส่วนปลาย หรือผู้ที่มีปัญหาเกี่ยวกับการส่งสัญญาณประสาท
- สตรีตั้งครรภ์ / ให้นมบุตร
- ผู้ที่มีการติดเชื้อบริเวณใบหน้า
- ผู้ที่แพ้ส่วนประกอบของ Botulinum toxin
- ผู้ที่ใช้ยากลุ่มกระตุ้นระบบประสาทบางชนิด
สำหรับผู้ที่มีโรคประจำตัวทั่วไป เช่น ไทรอยด์ ความดัน ไมเกรน ส่วนใหญ่สามารถฉีดได้ แต่ต้องให้แพทย์ประเมินเป็นรายบุคคลครับ
5. จริงหรือไม่ ? ที่ฉีดโบท็อกแล้วจะยิ้มไม่สุด และมีโอกาสปากเบี้ยว
อาการนี้สามารถเกิดขึ้นได้จริง แต่ ป้องกันและควบคุมได้ 90-95% หากฉีดกับแพทย์ที่มีประสบการณ์และใช้ยาแท้ครับ
ปกติคนเราจะมีกล้ามเนื้อมัดหนึ่งที่โยงจากมุมปากไปที่แนวกราม ชื่อว่าไลโซเลียส (risorius) ซึ่งตำแหน่งในการเกาะของแต่ละคนหรือว่าบางทีคนเดียวกันสองข้างก็เกาะไม่เท่ากัน สังเกตจากบางคนยิ้มแล้วมุมปากไม่เท่ากัน ก็เกิดจากกล้ามเนื้อที่ชื่อไลโซเลียสนี่แหละ ซึ่งถ้าเป็นหมอที่มีประสบการณ์ จะหลีกเลี่ยงโดยการฉีดโบท็อก ไม่ให้ตรงกับตำแหน่งที่เป็นกล้ามเนื้อไลโซเลียสให้คนไข้อยู่แล้ว
กล้ามเนื้อ risorius โยงจากมุมปากไปที่แนวกรามก่อนฉีดโบท็อกหมอต้องประเมินตำแหน่ง และเลี่ยงการฉีดจุดนี้
แต่ก็จะมีคนไข้บางคนที่มีการเกาะตำแหน่งของกล้ามเนื้อไลโซเลียสผิดปกติไปจากคนอื่น ๆ ทั่ว ๆ ไป แล้วทำให้เกิดอาการปากเบี้ยวขึ้นมาได้จากการฉีดโบท็อก ซึ่งก็ไม่ใช่ผลถาวร พอผ่านระยะไป 1-2 เดือน ก็จะหายไปเอง แล้วถ้าหมอที่เคยเจอคนไข้เคสแบบนี้ ก็จะลงบันทึกประวัติไว้ให้คนไข้ว่ามีกล้ามเนื้อไลโซเลียสเกาะผิดปกติ ในการฉีดโบท็อกครั้งต่อ ๆ ไปก็จะระมัดระวังขึ้น
บางเคสที่ไปฉีดโบท็อกปลอม แล้วโบท็อกปลอมจะกระจายตัวค่อนข้างกว้าง ด้วยความที่โบท็อกไม่บริสุทธิ์หรือว่าโมเลกุลเล็กมาก ทำให้ไปโดนกล้ามเนื้อไลโซเลียสได้บ่อย ซึ่งถ้าหมอจริง มีประสบการณ์ส่วนมากก็จะเจอเคสที่ฉีดไปแล้วเจอไลโซเลียสผิดตำแหน่งอย่างมากก็แค่ 1 ใน 100 เคส แต่ว่าถ้าเป็นหมอกระเป๋า หรือว่าหมอที่ใช้โบท็อกปลอมก็คิดว่าน่าจะ 50 50 บางทีฉีดทุกเคส ยิ้มไม่สุดทุกเคส เบี้ยวทุกเคสก็มี ตรงนี้จะเกี่ยวกับเทคนิคและผลิตภัณฑ์มากกว่า
สรุปถ้าใช้ของแท้ และฉีดโบท็อกโดยหมอที่มีประสบการณ์ ก็มีโอกาสที่จะเจอกล้ามเนื้อไลโซเลียสเกาะผิดตำแหน่ง ซึ่งถ้าหมอที่เคยเจอก็จะลงบันทึกเป็นประวัติให้คนไข้เลยครับ แล้วก็จะระวังให้ในการฉีดครั้งต่อ ๆ ไป แต่ถ้าไปเจอหมอกระเป๋าหรือว่าโบท็อกปลอมก็จะเจอบ่อย ซึ่งแปลว่าการที่มีประวัติการฉีดโบท็อกอย่างมีมาตรฐานก็เป็นสิ่งสำคัญในการทำหัตถการครับ
ที่ V Square Clinic ประวัติของคนไข้ก็จะออนไลน์ให้หมอดูทุกสาขา สมมุติทำกับสาขานี้ประวัติที่บันทึกไว้ก็จะสามารถให้หมออีกสาขาหนึ่งดูได้ทุกอย่างทั้งรูปและประวัติครับ
อ่านบทความเพิ่มเติม : ข้อควรระวัง! ในการฉีดโบท็อก และวิธีสังเกตโบท็อกแท้ 100%
Checklist ก่อนฉีดโบท็อก 1 วัน
| ควรทำ (Do) | ไม่ควรทำ (Don’t) |
|---|---|
|
|
ในฐานะแพทย์ หมอแนะนำอย่างไร ในการเลือกแพทย์และคลินิกที่ปลอดภัยก่อนฉีดโบท็อก
- เลือกคลินิกที่ เปิดให้รีวิวสาธารณะ เช่น Google Review (คลินิกลบไม่ได้)
- เลือกแพทย์ที่มีประสบการณ์ด้าน Facial Anatomy (กายวิภาคใบหน้า)
- ตรวจสอบยาแท้ได้ทุกกล่อง
- มีบันทึก Before-After ครบถ้วน
- ไม่ฉีดโบท็อกแบบเหมารวม ต้องประเมินรายบุคคล
- มีราคาชัดเจน ไม่มีค่าใช้จ่ายแอบแฝง
ควรเลือกคลินิกที่ เปิดให้รีวิวจากสาธารณะ เช่น Google, Wongnai หรือ Facebook ครับ เพราะเป็นพื้นที่ที่คลินิกลบรีวิวไม่ได้ ทำให้เห็นฟีดแบคจริง หากคลินิกใดไม่มีรีวิว หรือมีแต่รีวิวที่โพสต์เอง ควรระวัง เพราะอาจคัดเฉพาะเคสสวย ๆ มาลง ต่างจากคลินิกที่เปิดให้คนไข้เขียนความคิดเห็นได้จริง ซึ่งน่าเชื่อถือกว่าและช่วยคัดกรองคุณภาพได้ชัดเจน
อ่านบทความเพิ่มเติม : ฉีดโบท็อกที่ไหนดี ? ก่อนฉีดควรพิจารณาอะไรบ้าง ? ถ้าไม่อยากดื้อโบท็อกต้องอ่าน !
Q&A ก่อนฉีดโบท็อก
Q : ทำไมต้องงดแอลกอฮอล์ ?
A : เพราะแอลกอฮอล์ทำให้หลอดเลือดขยายตัว มีโอกาสช้ำง่ายขึ้น และอาจทำให้บวมมากกว่าปกติหลังฉีดครับ
Q : ทำไมฉีดโบกรามถึงเห็นผลช้ากว่าฉีดริ้วรอย
A : โบท็อกกราม เห็นผลช้ากว่า เพราะกล้ามเนื้อกรามเป็นมัดใหญ่ ใช้แรงมากกว่ากล้ามเนื้อบนใบหน้าอื่น ๆ การคลายตัวจึงต้องใช้เวลา 2-4 สัปดาห์ ต่างจากริ้วรอยทั่วไปที่เห็นผลใน 3-7 วัน ครับ
อ่านบทความเพิ่มเติม : ฉีดโบท็อก กี่วันเห็นผล ? รวมถึงข้อปฏิบัติหลังฉีดโบท็อกที่ทุกคนควรรู้
Q : ก่อนฉีดโบท็อก ต้องเว้นเวลาเท่าไหร่หลังจากทำเลเซอร์ ?
A : สามารถฉีดโบท็อกได้เลยครับ แต่ถ้าฉีดโบท็อกมาแล้ว แนะนำให้เว้นระยะเพื่อให้โบท็อกออกฤทธิ์เต็มที่
Q : ก่อนฉีดโบท็อกเตรียมใจอย่างไร สำหรับคนเจ็บง่าย ?
A : แจ้งแพทย์ได้เลยครับ สามารถใช้ ยาชา / ice pack / เทคนิค distraction ช่วยลดความรู้สึกเจ็บได้ และควรพักผ่อนให้เพียงพอก่อนทำ จะช่วยให้เจ็บน้อยลงครับ
Q : ก่อนฉีดโบท็อก กินกาแฟได้ไหม ?
A : ดื่มได้ แต่ควรจำกัด ไม่เกิน 1 แก้ว เพราะคาเฟอีนทำให้หัวใจเต้นเร็วขึ้น และเพิ่มโอกาสช้ำในบางคน
Q : ก่อนฉีดโบท็อก ควรนัดประเมินใบหน้ากับแพทย์ไหม ?
A : ควรประเมินก่อนทุกครั้ง โดยเฉพาะผู้ที่ทำครั้งแรก เพราะมัดกล้ามเนื้อใบหน้าแต่ละคนไม่เหมือนกัน การประเมินช่วยให้ฉีดได้แม่นยำและปลอดภัยกว่า
Q : ควรวางแผนหัตถการอื่นร่วมกัน หรือแยกวันทำ ?
A : ทำร่วมกันได้บางอย่าง เช่น ฟิลเลอร์ หรือเครื่องยกกระชับ ควรให้แพทย์ประเมินลำดับการทำให้เหมาะกับปัญหาของแต่ละคนครับ
Q : ทำไมต้องถ่ายรูป Before-After ก่อนฉีดโบท็อก ?
A : เพื่อใช้เปรียบเทียบผลลัพธ์อย่างแม่นยำ และช่วยบันทึกข้อมูลเรื่องมัดกล้ามเนื้อ การตอบสนองของยา และจุดที่ต้องระวังในครั้งถัดไป ถือเป็นมาตรฐานความปลอดภัยของคลินิกที่ดีครับ
สรุป ก่อนฉีดโบท็อก
ก่อนฉีดโบท็อก สิ่งสำคัญคือการเตรียมตัวให้ถูกต้อง งดกิจกรรมที่ทำให้เกิดความเสี่ยงเป็นรอยช้ำ แจ้งประวัติสุขภาพให้ครบ เลือกแพทย์ที่มีประสบการณ์ คลินิกที่ได้มาตรฐานิ การเตรียมตัวที่ดีช่วยลดความเสี่ยง เพิ่มความปลอดภัย และทำให้ผลลัพธ์ออกมาสวยเป็นธรรมชาติที่สุดครับ


