การดูแลผมที่คนอย่างเราๆ ก็ดูแฟชั่นได้ ง่ายๆ จริงๆนะ
Room : How To
numfon numfol | ผิวมัน | 40-44 Yrs | 12 รีวิว 12/12/2015 10:47     

สวัสดีค่ะ วันนี้เรามีเคล็คลับง่ายๆในการเซทและบำรุงผมแบบแฟชั่นชิคๆ จาก ProductToni&Guyที่เพิ่งจัดไปมีมาฝาก มี 2 ตัวค่ะ ที่จัดมาถามว่าทำไมต้องลองเปลี่ยนแบรนด์ คือก่อนหน้านี่เราใช้ ตัว Lore’alก็ใช้หมดไปขวดนึงละ ใช้ได้นานแลยเพราะเราจะเป็นคนค่อนข้างจัดหนักกับเส้นผม ทำสี ม้วน หมีบ ไรพวกนี้เป็นประจำ เซทผมก่อนออกจากบ้านบ่อยมากเข้าเรื่องเลยค่ะ พอดีเหลือบไปเห็นจุดนำตาบางอย่างทำให้ต้องขอเข้าไปดู

เราสั่ง Online ค่ะ จาก Lazadaของถูกเยอะของแถมก็เช่นกัน ที่สำคัญจ่ายผ่านบัตรเครดิตเราได้


ของแถมตอนนี้คือกระเป๋า Clutch สีสวยดีให้ด้วย

1.SerumDrop เซรั่มที่จะทำให้ผมสวยและเงางามประมาณว่า Shine Bright like diamond อะไรแบบนั้นเงางามดุจดั่งเพชรประกาย

2.DryShampoo Matt Texture (Hot item ค่ะ เราเห็น เซเลปใช้เยอะดี)



เริ่มที่ตัว Serum drops  อยู่ในกล่องสีเหลือง น่าใช้ดี 



บอกเล่าถึงคุณสมบัติ คือเราชอบนะมีกลิ่นหอมอ่อนๆ ไม่ฉุนเกินไป ขนาดขวด 30ml  อาจดูเหมือนขวดเล็ก แต่เพราะเนื้อเซรั่มเข้มข้น สามารถใช้ได้นานมากๆ ตัวนี้จะช่วยในเรื่องของบำรุงเส้นผมป้องกันผมชี้ฟู และให้ความเงากับเส้นผมได้ดีเวลาเซทผม  เราให้ 8/10


ถ้าใครมองหาเซรั่มดีๆบำรุงผมสักขวดเราก็Recommended เหมือนกันสำหรับตัวนี้ 


ชิ้นที่ 2 ที่จัดมา Dry Shampoo Matt Textureคือตอนนี้เราเห็นเซเลปที่เราติดตามเค้าใช้กันเยอะจุง แล้วผมก็ปัง เว่อ วังเป๊ะจริงๆเลยลองไปหาๆข้อมูลเพราะผลิตภัณฑ์โทนี่แอนด์กายมันดูเข้าถึงยากจังทั้งที่จริงไม่ยากเลยเพราะที่จริงมีผลิตภัณฑ์หลายตัวที่น่าใช้มากๆเช่นกันยกตัวอย่าง Dryshampoo ตัวนี้ค่อนข้างมีคุณสมบัติพิเศษแตกต่างจากตัวอื่นที่นอกจากจะช่วยปรับเส้นผมที่มันให้กลับมาสดชื่นมีวอลลุ่มยังมีตัวช่วยในเรื่องของการเซทผมให้ผมอยู่ทรงนานยิ่งขึ้น  แถมกลิ่นหอมอ่อนๆ สะอาดมากค่ะ 8/10



Howto use it!! วิธีใช้ก็ง่ายๆค่ะไม่ยากเลย สำหรับตัว Serum drops

- หลังสระผมเสร็จเป่าผมให้แห้งหมาดๆ

-  หยด Serumdrops ใส่ฝ่ามือใช้แค่ 2-3 หยดก็พอค่ะ

-  ถูวนๆที่ฝ่ามือจากนั้นค่อยจับไปที่ปลายผมเพื่อให้ผมได้รับเซรั่มบำรุงและช่วยไม่ให้ชี้ฟู



จากนั้นก็เซทผมตามปกติแบบที่เราเคยเซท ทีนี้เราก็ใช้ตัวช่วยเพิ่มในการเซทผมอีก  1  ตัว คือ Dryshampoo ค่ะตัวนี้จะเป็นการฉีดเพื่อให้ผมมีวอลลุ่มมากขึ้นค่ะ


Howto use it สำหรับตัวDry shampoo Matt Texture

- ก่อนม้วนผมเราแนะนำให้ฉีด Matt Textureไปที่โคนผมเพื่อเซทผมให้มีวอลลุ่ม 1Step แรก

- ใช้อุปกรณ์เซทผมที่เราม้วนค่ะ

- ฉีดทับอีกครั้งเพื่อให้ผมอยู่ทรงนานยิ่งขึ้น 



เป็นไงคะแค่นี้เราก็สวยแบบเซเลปได้จริงด้วยเพราะเรามีตัวช่วยดีๆที่คอยทำให้ผมเราอยู่ทรงสวยตลอดวันในแบบแฟชั่นลุคจากผลิตภัณฑ์จาก Toniandguythailand เราให้ 10/10 ตรงผลลัพธ์ที่ดีงาม   จริงๆใครก็เข้าถึงได้แถมของเค้าก็ดีราคาจับต้องได้ค่ะที่สำคัญใช้ได้นานเลยทีเดียว ยังไงลองดูนะคะจริงๆมีอีกหลายตัวมากมายที่ได้ลองแล้วไว้จะกลับมารีวิวแชร์ประสบการณ์ให้อ่านกันอีกค่ะ




FinishLook










Comment (4)

comment 1
fattylover | ผิวธรรมดา | 35-39 Yrs | 0 รีวิว 20/12/2015 20:24     

ขอบคุณค่ะ สวยดีน่าลองมากๆค่ะ


comment 2
tassamukie | ผิวธรรมดา | 35-39 Yrs | 0 รีวิว 27/12/2015 22:03     

ใช้อยู่ป๋องนึงเหมือนกันค่ะ ตัวดรายแชมพูของ toni and guy ป๋องใหญ่ใช้ได้นานดี


comment 3
limma1919 | ผิวแห้ง | 35-39 Yrs | 0 รีวิว 29/12/2015 23:09     

น่าสนใจดีค่ะ ยิ่งตัวเซรั่มนี่ น่าจะมาช่วยผมแห้งๆของเราได้บ้าง


comment 4
nerd | ผิวมัน | > 50 Yrs | 0 รีวิว 04/02/2026 16:29     

ฉีดเมโสหน้าใสคืออะไร ? อันตรายหรือไม่ ? ข้อควรรู้ก่อนทำเมโสหน้าใส [ อัพเดท 2026 ]

เมโสหน้าใส ตัวช่วยบำรุงผิวแบบเร่งด่วน


เมโสหน้าใส หรือ Mesotheraphy เป็นการฉีดวิตามินและสารสกัดที่มีประโยชน์เข้าสู่ผิวโดยตรง เพื่อบำรุง ฟื้นฟูผิวที่เสื่อมสภาพและแก้ปัญหาต่าง ๆ บนผิวหน้า ทำให้ผิวชุ่มชื้น ขาวกระจ่างใส ลดการอักเสบ ช่วยขับสารพิษที่สะสมและทำให้ผิวแข็งแรงขึ้น

ในบทความนี้หมอจะอธิบายเจาะลึกว่าเมโส คืออะไร ช่วยให้หน้าใสได้อย่างไร เมโสหน้าใส อันตรายไหม เหมาะกับใครบ้าง เมโสหน้าใสราคาเท่าไหร่ รวมถึงข้อควรระวังในการทำเมโสหน้าใส มีอะไรบ้าง ?


สารบัญ เมโสหน้าใส

  • Q : เมโสหน้าใส คืออะไร ?
  • Q : คำว่า “เมโส” มีที่มาอย่างไร ?
  • Q : เมโสหน้าใส ช่วยเรื่องอะไรบ้าง ?
  • Q : เมโสหน้าใส อันตรายไหม ?
  • Q : เมโสหน้าใส มีกี่แบบ ? เมโสหน้าใสแต่ละยี่ห้อต่างกันอย่างไร ?
  • Q : เมโสหน้าใส ยี่ห้อไหนดี ?
  • Q : เทคนิคการฉีดเมโสหน้าใสแบบสะกิด vs แบบ 16 จุด
  • Q : ฉีดเมโสหน้าใส เจ็บไหม ?
  • Q : เมโสหน้าใส อยู่ได้นานแค่ไหน ?
  • Q : หน้ามัน รูขุมขนกว้าง มีฝ้า การฉีดเมโสช่วยได้ไหม ?
  • Q : เมโสรักษาฝ้าได้จริงไหม ?
  • Q : ฉีดเมโสฝ้า กี่วันเห็นผล ?
  • Q : ฉีดเมโสหน้าใส มีผลข้างเคียงอะไรบ้าง ?
  • Q : หลังทำเมโสแล้วผื่นแดงขึ้น ต้องทำอย่างไร ?
  • Q : ฉีดเมโสหน้าใส กี่วันเห็นผล ? ต้องทำบ่อยแค่ไหน ?
  • Q : ฉีดเมโสหน้าใสดีไหม การฉีดเมโสหน้าใสเหมาะกับใครบ้าง ?
  • Q : นอกจากเมโสหน้าใสแล้ว มีวิธีไหนที่ช่วยให้หน้าใสได้อีก ?
    • เลเซอร์หน้าใส
    • โบท็อกหน้าใส
    • Skin Booster
    • Hifu
    • ฉีดรีจูรัน (Rejuran)
  • Q : เมโสหน้าใสแบบทา ได้ผลจริงไหม ?
  • Q : ข้อควรระวังในการทำเมโสหน้าใส
  • Q : หลังฉีดเมโสหน้าใสห้ามทำอะไร ?
  • ฉีดเมโสหน้าใส ที่ไหนดี ?
  • เมโสหน้าใส รีวิว
  • เมโสหน้าใส ราคา เท่าไหร่ ?
  • สรุปเกี่ยวกับการฟื้นฟูและบำรุงผิวด้วยเมโสหน้าใส
เมโสหน้าใส คืออะไร ? เหมาะกับใคร ?

Q : เมโสหน้าใส คืออะไร ?

เมโสหน้าใส คือ ทรีตเมนต์บำรุงผิวเป็นทางลัดในการนำส่วนผสมที่มีอยู่ในครีมต่าง ๆ โดยเฉพาะตัวที่ดูดซึมจากการทาได้ยาก มาทำให้สามารถฉีดเข้าในชั้นผิวได้โดยตรง และออกฤทธิ์ไวขึ้น จากปกติอาจใช้เวลาเป็นเดือน ทำให้เริ่มเห็นผลได้ใน 1 อาทิตย์หลังฉีด

การฉีดเมโสหน้าใส จะช่วยเพิ่มคอลลาเจนในชั้นผิว เพื่อให้ผิวเต่งตึงคล้ายผลแอปเปิลในรูป หลังฉีดหน้าขาวใส ดูเป็นธรรมชาติ


Q : คำว่า “เมโส” มีที่มาอย่างไร ?

คำว่าเมโส มาจากคำว่า meso แปลว่าตรงกลาง หมายถึงการฉีดลงใน “ชั้นกลางของผิว”

โครงสร้างผิวชั้นกลาง

ในผิวชั้นกลาง (Dermis) เป็นชั้นผิวหนังแท้ จะประกอบไปด้วยคอลลาเจน อิลาสติน เนื้อเยื่อเกี่ยวพันที่ให้ความแข็งแรงและความยืดหยุ่นแก่ผิว และ Hyaluronic Acid ครับ

อายุที่มากขึ้นหรือพฤติกรรมการใช้ชีวิตจะทำให้ระดับคอลลาเจน อิลาสติน และไฮยาลูรอนในโครงสร้างผิวเสื่อมสภาพลง

การฉีดเมโสหน้าใสเข้าไปในจุดนี้ จึงเป็นวิธีบำรุงโครงสร้างผิวที่เห็นผลดีและรวดเร็ว ทำให้ผิวกลับมาแข็งแรง ยืดหยุ่น


Q : เมโสหน้าใส ช่วยเรื่องอะไรบ้าง ?

  • ฟื้นฟูผิวจากสารพิษ เช่น ภาวะผื่นแพ้ สิว
  • ช่วยให้ผิวกระจ่างใส ลดการเกิดเม็ดสีเมลานิน
  • ให้ผิวมีความชุ่มชื้น แข็งแรง สุขภาพดี
  • ลดฝ้า กระ แก้ปัญหารูขุมขนกว้าง
  • เสริมสร้างคอลลาเจน เพิ่มความยืดหยุ่นให้ผิว
 หลังฉีดเมโสหน้าใส ผิวจะค่อย ๆ ฟื้นฟูสภาพ ให้กลับมาแข็งแรงและมีสุขภาพผิวที่ดีขึ้น

Q : เมโสหน้าใส อันตรายไหม ?

การฉีดเมโสหน้าใส ไม่อันตรายครับ ส่วนผสมในตัวยาเมโสประกอบด้วยสารสกัดจากธรรมชาติ ตามหลัก Homeopathy เป็นวิตามินต่าง ๆ ที่ช่วยบำรุง และเสริมภูมิคุ้มกันให้ผิว ถ้าฉีดโดยใช้ตัวยาเมโสแท้ที่ผ่านอย. กับแพทย์ที่มีประสบการณ์ ภายในคลินิกที่ได้มาตรฐาน คนไข้ก็จะปลอดภัย ไม่มีผลข้างเคียงอันตรายครับ

 การฉีดเมโสหน้าใสในคลินิกที่ได้มาตรฐาน กับหมอที่มีประสบการณ์
จะช่วยเพิ่มความมั่นใจเรื่องผลลัพธ์และความปลอดภัยของตัวยาครับ

เมโสหน้าใสที่ต้องระวัง คือ การฉีดเมโสปลอม เมโสที่รับฉีดตามบ้าน หรือสั่งซื้อเองทางออนไลน์ เป็นตัวยาที่ไม่ได้มาตรฐาน ใช้แล้วอาจมีอาการแพ้ เป็นผื่น ทำให้ผิวบาง ผิวไวต่อแสง หรือเกิดการอักเสบได้ครับ


Q : เมโสหน้าใส มีกี่แบบ ? เมโสหน้าใสแต่ละยี่ห้อต่างกันอย่างไร ?

เมโสหน้าใสมีหลายยี่ห้อครับ หากแบ่งกลุ่มเมโสหน้าใสตามจุดประสงค์การฉีด จะได้เป็น 3 แบบ ดังนี้

  1. เน้นหน้าขาวใส เติมความชุ่มชื้น มีส่วนผสมของวิตามินต่าง ๆ ที่ทำให้ผิวหน้ากระจ่างใส เช่น Vitamin ABCE, Transamin, Glutathione
  2. เน้นปรับสมดุลผิวให้แข็งแรง จะมีส่วนผสมของคอลลาเจน และ โคเอนไซม์ เป็นหลัก ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิว ให้ผิวฟูขึ้น กระชับรูขุมขน
  3. เน้นลดสิว-แก้ผื่น จะช่วยลดการอักเสบ ขับสารพิษที่สะสมออก คอลลาเจนยังช่วยให้ต่อมไขมันทำงานลดลงช่วยลดสิว เมโสยี่ห้อที่มีจุดเด่นด้านนี้คือ มาเด้-คอลลาเจน ครับ
 

Q : เมโสหน้าใส ยี่ห้อไหนดี ?

เนื่องจากผิวหน้าแต่ละคนมีลักษณะแตกต่างกัน การจะทราบว่าผิวหน้าของเรานั้น เหมาะกับใช้ เมโส ยี่ห้อไหนดี ? ควรให้หมอตรวจประเมิน เพื่อปรับสูตรเมโสให้เหมาะกับสภาพผิวและความต้องการของแต่คนครับ

 ยี่ห้อเมโสหน้าใสยอดนิยม
  • Made Collagen ขับสารพิษตกค้าง ลดสิว ลดผื่น ปรับสมดุลผิว
  • Filorga ช่วยผิวขาวใส ลดฝ้า และบำรุงผิวล้ำลึก เติมความชุ่มชื้น
  • Revs กระตุ้นคอลลาเจน ต้านการอักเสบ เพิ่มความกระจ่างใส
  • Tensonez ผิวขาว ใส ลดฝ้า เพิ่มความชุ่มชื้น
  • Neo-Glutanex Glow กระ รอยสิว ลดริ้วรอย ผิวแห้งกร้าน
  • Alpha Arbutin เน้นลดฝ้าโดยตรง
  • Neoclear ยับยั้งการสร้างเม็ดสี สลายฝ้า กระ จุดด่างดำ
  • Neoderm ลดการอักเสบของเซลล์ผิว ลดรอยแดง รอยดำ

ก่อนฉีดเมโสหน้าใสที่ V Square Clinic แพทย์จะตรวจประเมินผิวหน้าคนไข้ก่อนทุกครั้ง เพื่อให้แน่ใจว่าคนไข้จะได้สูตรเมโสที่เหมาะกับสภาพผิวมากที่สุด


Q : เทคนิคการฉีดเมโสหน้าใสแบบสะกิด vs แบบ 16 จุด

 การสะกิดเมโสหน้าใส

การฉีดเมโสหน้าใสแบบสะกิด

เดิมทีการฉีดเมโส จะใช้เข็มฉีดตัวยากระจายเป็นจุดเล็กๆ ในผิวชั้นตื้นทั่วทั้งหน้าเรียกว่า Mesotherapy ข้อดีของการใช้เข็มจิ้มเป็นจุดเล็ก ๆ ทั่วหน้า จะช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนไปด้วยในตัว

แต่ข้อเสีย คือ อาจเกิดรอยช้ำรอยแดง และถ้าระหว่างฉีดไม่สะอาดพอจะเกิดการอักเสบติดเชื้อตามมาได้ (ส่วนใหญ่มักจะเกิดขึ้นกับคนไข้ที่ซื้อเมโสมาฉีดเอง)

 ภาพแสดงการไหลเวียนของระบบน้ำเหลืองที่นำมาใช้ในเทคนิคการฉีดเมโสแบบ 16 จุด

การฉีดเมโสหน้าใสแบบ 16 จุด

ต่อมาที่ประเทศอิตาลีมีการค้นพบเทคนิคการฉีดวิตามินหน้าใส 16 จุด โดยจะฉีดตามทิศทางการไหลเวียนของต่อมน้ำเหลือง การฉีดเมโสหน้าใส แบบนี้ มีข้อดีคือ เป็นแผลน้อยกว่า รอยช้ำน้อยกว่า เจ็บน้อยกว่า ตัวยาออกฤทธิ์ได้ยาวนานกว่า เปรียบเทียบคล้ายเราฝังตัวยาไว้ที่ต้นน้ำแล้วปล่อยให้ยาค่อย ๆ ไหลกระจายออกมา เทคนิคนี้จะออกฤทธิ์ได้นานกว่าแบบสะกิด


Q : ฉีดเมโสหน้าใส เจ็บไหม ?

หากไม่ได้ใช้ยาชา จะมีความรู้สึกตอนฉีดแต่ความเจ็บอยู่ในระดับที่ทนได้ครับ โดยปกติแล้ว การฉีดเมโสหน้าใสจะไม่ได้มีการแปะยาชา เนื่องจากฉีดชั้นผิวที่ไม่ลึก ปริมาณตัวยาไม่มากและใช้เวลาไม่นาน การประคบน้ำแข็งก่อนฉีดก็เพียงพอครับ


Q : เมโสหน้าใส อยู่ได้นานแค่ไหน ?

เมโสหน้าใส อยู่ได้นาน 1-2 เดือน หากฉีดอย่างสม่ำเสมอครับ และจะอยู่ได้นานขึ้น หากคนไข้ดูแลตัวเองเป็นอย่างดี และหลีกเลี่ยงพฤติกรรมที่ทำร้ายผิว เช่น การตากแดดจัด พักผ่อนไม่เพียงพอ ดื่มแอลกอฮอล์หรือสูบบุหรี่


Q : หน้ามัน รูขุมขนกว้าง มีฝ้า การฉีดเมโสช่วยได้ไหม ?

ได้ครับ หมออธิบายแบบนี้ หน้าที่ของต่อมไขมัน คือ รักษาความชุ่มชื้นให้ผิวครับ ถ้าเราฉีดคอลลาเจนลงในผิวก็จะทำให้ต่อมไขมันทำงานน้อยลง หน้ามันน้อยลง และรูขุมขน(ที่ไม่ใช่รอยสิว) ก็จะค่อย ๆ เล็กลงตามครับ

 การทำเมโสหน้าใสด้วยคอลลาเจนจะช่วยให้ความชุ่มชื้นและลดความมันของใบหน้าลงได้

Q : เมโสรักษาฝ้าได้จริงไหม ?

ในกรณีฝ้า สามารถใช้เมโส เพื่อชะลอการกระจายของฝ้า และช่วยให้รอยจางลงได้ 20-50 % ในบางเคสครับ

ฝ้าเกิดจากการที่เซลล์เมลาโนไซต์ผลิตเมลานิน หรือเม็ดสีออกมามากเกินจำเป็น ทำให้เกิดเป็นรอยปื้นสีน้ำตาลบนผิว ซึ่งการเกิดฝ้าเป็นกลไกป้องกันผิวตามธรรมชาติ โดยมีหลายสาเหตุ ไม่ว่าจะเป็นจากการแพ้ หรือจากแสงแดด

ในเทคโนโลยีปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็น เลเซอร์ Pico ยาทา ยากิน หรือยาฉีด ยังไม่มีวิธีไหนที่ทำให้ฝ้าหายขาดได้เลยครับ การรักษาทำได้เพียงช่วยชะลอไว้ หรือในฝ้าบางประเภท อาจจะไม่ได้ผลเลยก็มี


Q : ฉีดเมโสฝ้า กี่วันเห็นผล ?

การฉีดเมโสเพื่อรักษาหรือชะลอฝ้า จะเห็นผลเร็วหรือช้า ขึ้นอยู่กับว่าคนไข้มีปัญหามากน้อยแค่ไหน และมีความสม่ำเสมอในการฉีดเมโสหน้าใสหรือไม่ครับ

การที่จะให้เห็นผลลัพธ์อย่างชัดเจน ต้องฉีดเมโสหน้าใสต่อเนื่อง การฉีดครั้งเดียวอาจจะไม่เพียงพอครับ หมอจะแนะนำให้ฉีดคอร์ส 5 ครั้ง เพื่อรักษาผลลัพธ์ และช่วยให้ฝ้าลดลงเร็วขึ้น ปกติจะค่อยๆ เห็นผลใน 7-14 วัน


Q : ฉีดเมโสหน้าใส มีผลข้างเคียงอะไรบ้าง ?

ฉีดเมโสหน้าใส ผลข้างเคียง มีอะไรบ้าง ? การฉีดเมโสหน้าใส เป็นหัตถการที่มีความปลอดภัย เนื่องจากตัวยาที่ฉีดเข้าไปเป็นสารที่มีประโยชน์ต่อผิว จำพวกวิตามินช่วยบำรุงให้ผิวกระจ่างใส และแข็งแรงขึ้น สามารถย่อยสลายได้เอง ไม่ทิ้งสารตกค้างครับ

ดังนั้น ผลข้างเคียงที่มีจะเป็นในเรื่องของรอยเข็มตามใบหน้าที่เกิดจากตอนฉีดตัวยา ซึ่งรอยเข็มเหล่านี้จะหายไปเองภายใน 1-3 วัน หลังฉีดจะมีเป็นตุ่มนูน ๆ ตรงบริเวณที่ฉีด แต่เมื่อตัวยาซึมเข้าผิวหมดแล้วก็จะยุบลงไปเองครับ ไม่เป็นอันตราย

อ่านบทความเพิ่มเติมได้ที่ : ฉีดเมโสหน้าใส ที่ไหนดี บำรุงผิวหน้าอย่างปลอดภัยมีวิธีเลือกคลินิกอย่างไร


Q : หลังทำเมโสแล้วผื่นแดงขึ้น ต้องทำอย่างไร ?

ผื่นแดงเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ ดังนี้

  1. เกิดจากการอักเสบติดเชื้อ : มักไม่บวมแดงทันทีหลังทำ แต่จะเริ่มบวมแดงมากขึ้นหลังจากวันที่ 3 หลังฉีด หากรีบรักษาด้วยยาฆ่าเชื้อก็จะหายได้อย่างปลอดภัย 100% และควรระวังเรื่องความสะอาดในการฉีดครั้งต่อ ๆ ไป
  2. เกิดจากการแพ้ ยาชาแบบทา หรือตัวยาเมโส : จะบวมแดงทันทีหลังทำ และเป็นทั่วทุกจุดที่ฉีด หรือจุดที่ทายาชา ถ้าแพ้แบบไม่รุนแรง (ไม่อันตราย) จะหายเองใน 1 คืนหลังฉีด หากบวมแดงนานเกิน 24 ชม. ควรมาพบแพทย์เพื่อขอรับยากินเพิ่ม
  3. เกิดจากผื่นคนไข้กำเริบ : หรือเป็นผื่นจากโรคอื่น ๆ ที่เกิดพร้อมกันพอดี ระยะเวลาการเกิดผื่นจะไม่แน่นอน ตำแหน่งที่เกิดผื่นจะไม่ตรงกับทุกจุดที่ฉีด ควรติดต่อแพทย์เพื่อให้วินิจฉัยเบื้องต้นและรักษาตามโรคนั้น ๆ ต่อไป
  4. ผื่นแดงจากรอยเข็ม รอยช้ำ : จะออกสีม่วงเขียวตามจุดที่ฉีด อาจเกิดทันที หรือหลังฉีด 2-3 วันได้ แก้ไขด้วยการประคบเย็นภายใน 48 ชม.แรก หลังจากนั้นสามารถประคบอุ่นได้ตามคำแนะนำของแพทย์

Q : ฉีดเมโสหน้าใส กี่วันเห็นผล ? ต้องทำบ่อยแค่ไหน ?

หลังฉีดเมโสหน้าใส จะเริ่มเห็นผลประมาณ 3 วันหลังฉีด และจะเห็นผลเต็มที่ประมาณ 7-14 วัน โดยปกติเมโสหน้าใส จะฉีดอาทิตย์ละครั้งใน 1 เดือนแรก และหลังจากนั้นฉีดทุก ๆ 2 อาทิตย์ เพื่อคงสภาพ เมโสหน้าใส ไม่มีแบบถาวรครับ สลายหมดไม่มีสารตกค้าง


Q : ฉีดเมโสหน้าใสดีไหม การฉีดเมโสหน้าใสเหมาะกับใครบ้าง ?

การฉีดเมโสหน้าใส เป็นเหมือนการให้อาหารผิวโดยการฉีดสารบำรุงที่มีประโยชน์ ถ้าถามว่าฉีดเมโสหน้าใสดีไหม จะขึ้นอยู่กับสภาพผิวและปัญหาของแต่ละคนด้วยครับ บางคนอาจจะเห็นผลไว บางคนต้องใช้เวลา ดังนั้นควรให้หมอประเมินก่อนว่าเหมาะกับการใช้ยาตัวไหน สูตรใดครับ

โดยทั่วไปการฉีดเมโสหน้าใสจะเหมาะกับคนไข้เหล่านี้

  • คนที่ขี้เกียจทาครีม และต้องการผลที่ไวกว่าการทาครีม
  • คนที่ไม่มีเวลาดูแลตนเอง อดนอน ทำงานหนัก
  • คนที่ต้องการผลแบบเร่งด่วน ก็สามารถฉีดถี่ขึ้น 3 วัน/ครั้ง ได้ครับ

Q : นอกจากเมโสหน้าใสแล้ว มีวิธีไหนที่ช่วยให้หน้าใสได้อีก ?

หากต้องการฟื้นฟูผิวแบบเร่งด่วน ให้กระจ่างใส และสุขภาพดี ส่วนใหญ่จะนิยมใช้หัตถการทางการแพทย์ครับ ซึ่งก็มีหลายตัว เพื่อให้คนไข้ได้หัตถการที่เหมาะสมกับตัวเองมากที่สุด แนะนำให้ประเมินใบหน้าและสภาพผิวกับแพทย์ก่อนครับ

 (นพ.อิทธิพัทธ์ ผลวาวแวว เลข ว.44261)
ประเมินใบหน้าและสภาพผิวกับแพทย์

เลเซอร์หน้าใส

เลเซอร์หน้าใสเป็นการใช้คลื่นแสงจำเพาะเพื่อกระตุ้นเซลล์ผิวต่าง ๆ กระตุ้นคอลลาเจน ลดการทำงานของเม็ดสี แต่ข้อเสียคือ ไม่ว่าคลื่นแสงนั้นจะจำเพาะเพียงใด สำหรับผิวคนเอเชียจะมีเม็ดสีของผิวชั้นบน ทำให้ผิวชั้นบนหลุดออกบางส่วน

ผิวชั้นบนมีส่วนช่วยในการป้องกันแสงแดด ประกอบกับแสงแดดเมืองไทยที่ค่อนข้างแรงย่อมไม่เป็นผลดีต่อผิวในระยะยาวครับ (เทคโนโลยีและงานวิจัยต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับเลเซอร์หน้าใสจะเหมาะกับทางยุโรปที่ผิวขาวและแดดไม่แรงครับ)

ทางคลินิกจึงไม่แนะนำเลเซอร์หน้าใส จะแนะนำให้ทำเลเซอร์หน้าใสเฉพาะกรณีต้องการผลเร่งด่วน หรือหากทำเพื่อรักษาหลุมสิว กำจัดขน ลดรอยฝ้า หรือโรคอื่น ๆ ก็สามารถทำได้ปกติครับ

เมโสหน้าใส ในปัจจุบัน ได้ผลใกล้เคียงกับเลเซอร์หน้าใส โดยที่ไม่ทำให้ผิวชั้นบนหลุดออกครับ

โบท็อกหน้าใส

ในผิวชั้นนอกจะมีเส้นใยเล็ก ๆ ที่เชื่อมลงไปสู่ชั้นกล้ามเนื้อที่อยู่ลึกลงไป เมื่อกล้ามเนื้อดึงจะทำให้เกิดริ้วรอย ในคนที่อายุ 20 ปีขึ้นไปคอลลาเจนและไขมันเริ่มลดลง จะทำให้เส้นใยเหล่านี้ดึงผิวเราได้ชัดขึ้น วิธีการเลือกใช้โบท็อก และโบท็อก อเมริกา vs เกาหลี vs อังกฤษ แตกต่างกันอย่างไร ?

หมอจะฉีดโบท็อกเข้าไปที่กล้ามเนื้อให้ดึงผิวของเราน้อยลง ก็จะทำให้ผิวชั้นบนเรียบเนียนขึ้น และใสขึ้นครับ

Skin Booster

ในต่างประเทศคำนี้จะใช้เรียกฟิลเลอร์งานผิว Restylane Vital Light Skin Booster ครับ ซึ่งเป็น Hyaluronic Acid ที่เข้มข้นกว่าเมโสหน้าใสทั่ว ๆ ไป อยู่ได้นานกว่า และเป็นน้ำมากกว่าฟิลเลอร์ปกติ จะสามารถแพร่กระจายในชั้นผิวได้ทั่วทุกชั้นและกว้างกว่า เหมาะสำหรับคนที่ต้องการแก้ความหย่อนของผิว มีร่องลึก และต้องการหน้าใสควบคู่กัน คล้าย ๆ การที่เราเติมนุ่นเข้าไปในหมอนให้หมอนตึง

นอกจากนี้ในปัจจุบันก็ยังมีฟิลเลอร์สำหรับงานผิวออกมาอีกหลายตัว เช่น Belotero Revive ที่มีส่วนประกอบของ HA+Glycerol และ Skinvive ที่ต่อยอดมาจาก Juvederm Volite

 ยี่ห้อฟิลเลอร์ Skin Booster

Hifu

Hifu (High Intensity Focused Ultrasound) เป็นคลื่นเสียง ไม่ใช่แสง จึงไม่มีผลเสียต่อผิวชั้นนอก ทำให้ชั้นหนังแท้หดตัว คล้าย ๆ การเย็บให้ผิวตึง และยังช่วยกระตุ้นคอลลาเจน ให้ผิวเนียนละเอียดขึ้น ถ้าให้เห็นภาพง่ายขึ้นเหมือนกับเราดึงปลอกหมอนให้หมอนตึงครับ 9 ข้อ ที่ต้องระวัง ! และควรรู้ ในการทำ Hifu

สำหรับเครื่อง Hifu ที่ได้มาตรฐานและนิยมใช้ในปัจจุบันจะมี 2 รุ่น คือ Hifu Ultraformer III และ Ultraformer MPT ซึ่งประสิทธิภาพในการยกกระชับของทั้งคู่ใกล้เคียงกันครับ แต่ Hifu Ultraformer MPT จะมีหัวยิง Ultra Booster สำหรับงานผิวโดยเฉพาะ ช่วยปรับให้ผิวใส ละเอียด รูขุมขนเล็กลง

ฉีดรีจูรัน (Rejuran)

การฉีดรีจูรัน (Rejuran) จะเป็นการนำสารสกัด Polyneucleotide (โพลินิวคลิโอไทด์) หรือ PN ที่สกัดมาจาก DNA จากปลาแซลมอน (Salmon DNA) มาฉีดเพื่อฟื้นฟูผิวหน้าในระดับชั้นผิวหนังแท้ ช่วยทำให้สีผิวกระจ่างใสดูสม่ำเสมอ ลดรอยดำ รอยแผลจากสิวให้แลดูจางลง บำรุงผิวฉ่ำวาว ผิวกระจก ผิวแลดูเรียบเนียน ผ่องใส

 Rejuran

Q : เมโสหน้าใสแบบทา ได้ผลจริงไหม ?

เมโสหน้าใสแบบทา ที่เคยได้ยินทั่วไปในอินเทอร์เน็ต เป็นชื่อเพื่อการโฆษณาของครีมหรือเซรัมที่ใช้บำรุงผิวครับ การเห็นผลก็เหมือนกับสกินแคร์ทั่ว ๆ ไป ต้องรอให้ผิวซับตัวยาเข้าไป และอาศัยความสม่ำเสมอในการทา ใช้เวลานานกว่าจะเห็นผล ประสิทธิภาพจะต่างจากเมโสหน้าใสแบบฉีดครับ


Q : ข้อควรระวังในการทำเมโสหน้าใส

มี เมโสหน้าใส หลายยี่ห้อที่ไม่ผ่าน อย. นั่นหมายความว่า จะไม่สามารถยืนยัน ที่มาและแหล่งผลิตได้ รวมถึง ไม่มั่นใจว่าตัวยาที่อยู่ในเมโสนั้น ๆ จะเกิดผลเสียในระยะยาวหรือไม่ เช่น ถ้ามีส่วนผสมของสเตียรอยด์หรือฮอร์โมน ก็จะทำให้เห็นผลไว ผิวขาวเนียนนุ่ม แต่เมื่อฉีดไปนานๆ 1-2 ปี จะทำให้ชั้นผิวบางลง เกิดฝ้า ผิวไวต่อแดดและเกิดริ้วรอยก่อนวัย บางทีอาจจะถึงขั้นเกิดมะเร็งได้ครับ

ดังนั้น จึงแนะนำว่า ควรขอดูยี่ห้อยา ก่อนฉีดเมโสทุกครั้ง เพื่อให้มั่นใจในความปลอดภัย

มี อย. หมายถึง เป็นยาที่ขึ้นทะเบียนถูกต้อง มีบริษัทที่นำเข้าชัดเจน การขนส่งยาถูกกรรมวิธี ยาไม่เสื่อมสภาพ และสามารถเช็กแหล่งผลิตได้ มีความปลอดภัย สามารถตรวจสอบกับ บริษัทที่นำเข้าได้ว่าคลินิกนั้น ๆ ใช้ยาแท้หรือไม่

วิธีตรวจสอบเมโสหน้าใสของแท้แต่ละยี่ห้อ

ถ้าไม่มี อย. ก็จะไม่มั่นใจว่า ใช่ยาแท้หรือไม่ เนื่องจากมีโรงงานจำนวนมากที่จีนนิยมทำสินค้าเลียนแบบ ประเภท เมโสหน้าใส ต่าง ๆ นี้ออกมามาก เพราะแค่กล่องเล็ก ๆ ก็สามารถขายได้ราคาสูง

โดยที่เทคโนโลยีการปลอมนั้น สามารถเลียนแบบแพ็กเกจได้เหมือน 100% แม้แต่หมอก็แยกไม่ออก หมอก็ต้องสั่งจากบริษัทที่นำเข้าที่ขึ้นทะเบียนกับ อย.เท่านั้นครับ (ยาหนึ่งยี่ห้อจะมีเพียงบริษัทเดียวที่ขึ้นทะเบียนอย่างถูกต้อง)


Q : หลังฉีดเมโสหน้าใสห้ามทำอะไร ?

หลังฉีดเมโสหน้าใส สามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติครับ ไม่จำเป็นต้องพักฟื้น แต่มีข้อควรระวังเล็กน้อย เพื่อลดโอกาสเกิดการระคายเคือง และให้ผลลัพธ์หลังฉีดอยู่ได้นาน ดังนี้

  1. ไม่ควรกด หรือนวดผิวบริเวณที่ทำทันที ในช่วง 1-2 คืนแรกหลังฉีด
  2. งดทาครีม สกินแคร์ บริเวณรอยเข็มหลังทำทรีตเมนต์ 1 คืน
  3. หลีกเลี่ยงแสงแดด และมลภาวะ หมั่นทาครีมกันแดดเป็นประจำ
  4. หลีกเลี่ยงพฤติกรรมทำลายผิว เช่น ดื่มแอลกอฮอล์ และสูบบุหรี่
  5. หลีกเลี่ยงอาหารบางชนิด เช่น ของทอด ของมัน ของหมักดอง และอาหารรสจัด

นอกจากนี้ หมอแนะนำให้ดื่มน้ำเยอะ ๆ ประมาณ 2 ลิตร/วัน ช่วยให้ผิวชุ่มชื้น และฟื้นฟูได้ดีขึ้น หากคนไข้เกิดรอยแดง ช้ำ หรือปวดระบมจากรอยเข็มบริเวณที่ฉีดเมโสหน้าใส ก็สามารถกินยาแก้ปวด และประคบเย็นได้ตามคำแนะนำของแพทย์

  วิธีดูแลตัวเองหลังฉีดเมโสหน้าใส

ฉีดเมโสหน้าใส ที่ไหนดี ?

ก่อนตัดสินใจ ฉีดเมโสหน้าใส ควรศึกษาข้อมูลและเลือกคลินิกที่น่าเชื่อถือ มีใบอนุญาตอย่างถูกต้อง ดำเนินงานโดยแพทย์ ให้คำแนะนำอย่างละเอียด ราคาสมเหตุสมผล และควรตรวจสอบตัวยาและกล่องยาก่อนฉีดทุกครั้ง

โดยปกติ เมโสหน้าใส ที่ผ่าน อย. นั้น บริษัทที่นำเข้ามาอย่างถูกต้อง จะขายให้กับแพทย์เท่านั้นเพราะมีกฎหมายยาบังคับ ยาเมโสหน้าใสที่ลักลอบขายตามอินเทอร์เน็ตจะเป็นยาหิ้วและไม่ปลอดภัยครับ ที่ V Square Clinic จะประเมินผิวหน้าและเลือกสูตรที่เหมาะสมกับคนไข้แต่ละคน เพื่อให้ได้ผลลัพธ์การรักษาที่ดีที่สุด


เมโสหน้าใส รีวิว

  เมโสหน้าใส รีวิว การฉีดที่ V Square Clinic หมอมือเบา ไม่เจ็บ ผิวชุ่มชื้น แข็งแรงขึ้น   รีวิวจากผู้ใช้จริงใน Facebook Fanpage
*ผลจากการเข้ารักษาพยาบาลสำหรับผู้ป่วยเฉพาะราย

การดูรีวิวจากแหล่งที่น่าเชื่อถือ โดยรีวิวนั้นเขียนโดยผู้ใช้บริการจริงและมีความเป็นปัจจุบัน ก็จะช่วยให้คนไข้นั้นสามารถตรวจสอบคุณภาพการทำหัตถการของแพทย์และผลการรักษาได้ดียิ่งขึ้นครับ


เมโสหน้าใส ราคา เท่าไหร่ ?

ที่ V Square Clinic เมโสหน้าใส ราคามีให้เลือกทั้งแบบครั้ง และแบบคอร์ส แตกต่างกันไปตามสูตร ซึ่งหมอจะแนะนำว่าแต่ละสูตรมีข้อดีอย่างไร เหมาะกับแก้ปัญหาไหน เพื่อให้คนไข้ตัดสินใจครับ

Promotion เมโสหน้าใส


สรุปเกี่ยวกับการฟื้นฟูและบำรุงผิวด้วยเมโสหน้าใส

เมโสหน้าใสเป็นทางเลือกที่ดีสำหรับผู้ที่ต้องการฟื้นฟูผิวแบบเร่งด่วน ช่วยให้ผิวกระจ่างใสขึ้น สีผิวดูสม่ำเสมอ ลดปัญหาสิว ฝ้า กระ จุดด่างดำ และเติมความชุ่มชื้นให้ผิว เห็นผลเร็วกว่าการทาสกินแคร์เพียงอย่างเดียว โดยเฉพาะเมื่อเลือกสูตรที่เหมาะกับปัญหาผิวของแต่ละคนครับ

อย่างไรก็ตาม เพื่อให้ได้บริการที่ปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ ควรเข้ารับการประเมินสภาพผิวกับแพทย์ก่อนทุกครั้ง ใช้ผลิตภัณฑ์แท้ที่ได้มาตรฐาน และทำภายในคลินิกที่น่าเชื่อถือเท่านั้น

Post Comment



- view all -

THE HIGHLIGHTER

- view all -