/skin regimen/ 15.0 Vit C booster & urban shield | คำตอบของการชะลอการเกิดริ้วรอย และปกป้องผิวจากรังสี UV
Room : Review
wanvismo | ผิวผสม | 25-29 Yrs | 7 รีวิว 25/12/2020 17:59     


เราเชื่อมาตลอดว่าการ "ป้องกัน" นั้นง่ายกว่าการ "แก้ไข" เพราะเมื่อโครงสร้างผิวถูกทำร้ายไปแล้ว การจะกู้คืนกลับมาให้ดีดังเดิมนั้นใช้เวลานาน หรือบางครั้งก็ทำได้แค่ประคองให้ไม่แย่ไปกว่าที่เป็นอยู่ ดังนั้นเรามักจะแนะนำคนรอบตัวให้ดูแลและปกป้องผิวให้ดีที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้อยู่เสมอ


ซึ่งผลิตภัณฑ์ที่ช่วยในเรื่องดีก็มีค่อนข้างหลากหลาย แต่หนึ่งในแบรนด์ที่เราโปรดปรานมากๆ ในช่วงปี 2020 ก็คงหนีไม่พ้น /skin regimen/ แบรนด์ที่ส่งตรงจากประเทศอิตาลี ภายใต้ด้วยความมุ่งมั่นที่จะสร้างผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ชีวิตคนเมืองที่ถูกท้าทายด้วยมลภาวะ ความเครียด และความวุ่นวาย ไม่ว่าจะเพศใดหรือวัยใดก็ตาม 


ครั้งนี้ไอเทมที่เราจะหยิบมาเล่าให้เพื่อนๆ ฟังนั่นคือ /skin regimen/ 15.0 Vit C booster และ urban shield SPF 30 ที่เรียกว่าเป็นดูโอ้ไอเทมที่เราได้ลองแล้วขอบอกว่าเป็นอีก 2 ตัวที่ชอบมากๆ ในแบรนด์นี้เลยหละครับ เอาเป็นว่าอย่ารอช้าไปชมพร้อมๆ กันเลยฮะ...


/skin regimen/ - 15.0 Vit C booster (21.2ml+4g/3,800.-)


คำเคลมจากแบรนด์ : ซีรั่มบูสเตอร์วิตามินซีเข้มข้นที่ทรงพลังในการปกป้องความเยาว์วัยให้ผิว ลดเลือนจุดด่างดำ ปรับสีผิวให้เนียนสม่ำเสมอ กระชับขนาดรูขุมขนให้เล็กลง พร้อมลดเลือนริ้วรอย


Texture / Scent / Packaging

  • Texture : ด้วยความที่ทางแบรนด์ได้แยกระหว่างตัวซีรั่ม และผงวิตามินซีที่ถูกแพ็คแยกมาในซอง เพื่อคงคุณสมบัติและความสดใหม่จนกว่าจะเปิดใช้และผสมกับซีรั่ม ซึ่งเมื่อเทผสมและเขย่าเบาๆ ให้เข้ากันดีแล้ว เนื้อสัมผัสที่ได้จะเป็น Water-Based ที่ค่อนข้างเบาสบายผิวเลยทีเดียวหละ
  • Scent : จากที่เราได้ลองใช้เราไม่ได้กลิ่นสังเคราะห์ของน้ำหอมจากซีรั่มขวดนี้ และยังไม่มีกลิ่นที่เป็นกลิ่นเฉพาะตัวของวิตามินซีให้รำคาญใจอีกด้วยหละ

  • Packaging : บรรจุภัณฑ์ในรูปแบบขวดปั๊มพร้อมฝาล็อค ที่ทำให้ค่อนข้างสะดวกและสะอาดในการใช้งาน รวมถึงสามารถพกพาไปนอกสถานที่ได้อย่างสบายใจ

Key Ingredients


จากที่เราพลิกดูส่วนผสมในส่วนที่เป็น Powder Base พบว่าทางใส่ Vitamin C เข้ามาถึง 2 รูปแบบด้วยกันไม่ว่าจะเป็น Ascorbic Acid และ Sodium Ascorbate ซึ่งเรารู้กันดีอยู่แล้วว่า Vitamin C นั้นมีงานวิจัยที่ค่อนข้างแพร่หลาย และน่าเชื่อถือว่าเป็นสารที่ช่วยปกป้องผิวจากอนุมูลอิสระ กระตุ้นการผลิตคอลลาเจนใหม่  ปรับสีผิวให้สม่ำเสมอ และขาวกระจ่างได้เป็นอย่างดี แถมยังใส่เข้ามาถึง 15% ดังนั้นสามารถคาดหวังผลได้ดีทีเดียวหละฮะ


และเมื่อมาดูที่ส่วน Booster Base(ส่วนที่เป็นน้ำ) แน่นอนว่าก็คงไม่พ้นสารสกัดจากธรรมชาติที่เป็นตัวชูโรงของแบรนด์อย่าง Longevity Complex™ ซึ่งอุดมไปด้วย Wild Indigo, Maqui Berry, Organic Spinach และ Carnosine ที่ช่วยต้านผลของความเครียดและตัวเร่งปฏิกิริยาความชราอันก่อนวัยนั่นเองฮะ


/skin regimen/ urban shield (40ml./2,400.-)



คำเคลมจากแบรนด์ : ครีมกันแดดเพื่อผิวที่อ่อนเยาว์ อุดมด้วย Dandelion และ Longevity Complex™ ช่วยต้านมลภาวะ ปกป้องผิวจากแสง UVA/UVB ทำให้สีผิวนวลเนียนเสมอกัน เปล่งประกาย และยังทำให้ผิวทนต่อความเครียดและกดดันได้ รวมทั้งปกป้องผิวจากโลหะหนักและอนุภาคสิ่งสกปรกเล็กจิ๋วที่ทำให้ผิวแก่ก่อนวัยด้วย


Texture / Scent / Packaging


  • Texture : เนื้อกันแดดมาค่อนข้างที่จะบางเบา มีเนื้อสัมผัส Milky เล็กๆ ซึ่งนอกจากความไวในการซึมเข้าสู่ผิวได้ดีแล้ว ยังมอบความชุ่มชื้นที่ดีไว้บนผิวได้อีกด้วยหละฮะ
  • Scent : จากที่เราดูส่วนผสมไม่พบว่ามีส่วนผสมของน้ำหอม (Fragrance Component) และเท่าที่ลองใช้มาก็ไม่พบอาการระคายเคืองแม้จะทารอบดวงตาแล้วก็ตาม

  • Packaging : บรรจุภัณฑ์ในลักษณะเดียวกันกับตัวซีรั่มด้านบน แต่มาในขนาดที่ใหญ่กว่าเล็กน้อย แต่ก็ยังสามารถพกพาไปนอกสถานที่ได้ แต่อาจจะต้องระมัดระวังเนื่องจากขวดทำมาจากแก้ว เมื่อเกิดการกระแทบอาจแตกหักได้ขอรับ

Key Ingredients


ตอนเราลองครั้งแรกเราไม่ได้พลิกดูส่วนผสมของกันแดดขวดนี้เลยแม้แต่น้อย แต่แล้วพอได้พลิกดูถึงรู้ว่าเค้าจัดเต็มในเรื่องสารกัดแดดทั้งในรูปแบบ Chemical และ Physical Sunscreen ใส่มาแบบจุกๆ ไม่ว่าจะเป็น Ethylhexyl Methoxycinnamate, Ethylhexyl Salicylate, DHHB, BEMT รวมถึง Titanium Dioxide ซึ่งเรียกว่าครอบคลุมช่วงของรังสี UVA และ UVB ได้ครบและค่อนข้างเสถียรทีเดียวหละ


นอกจากนี้ยังคงใส่สารบำรุงตัวสำคัญของแบรนด์อย่าง Longevity Complex™ เข้ามาด้วย ซึ่งแน่นอนว่านอกจากเราจะได้การปกป้องผิวจากรังสี UV แล้วยังช่วยต้านผลของความเครียดที่เกิดบนผิว และตัวเร่งปฏิกิริยาต่างๆ ที่ก่อให้เกิดความชราก่อนวัยได้อีกด้วย


Result...

ตั้งแต่เราใช้ /skin regimen/ 15.0 Vit C booster & urban shield จนตอนนี้ก็ผ่านมา 1 เดือนพอดิบพอดี ในช่วงเดือนที่ผ่านมาทั้งมลภาวะ ทั้งแสงแดดกระหน่ำเข้ามาแบบไม่หยุดหย่อน แถมเรายังชีพจรลงเท้าได้ออกเดินทางไปทริปตจว. อยู่บ่อยๆ ทำให้เราต้องเจอกับรังสี UV แบบเต็มๆ และยังเกิดสิวอักเสบที่ทิ้งรอยไว้อยู่อีก แต่หลังใช้ 2 ไอเทมนี้เราพบว่า...


จากที่เราสังเกตุผลลัพธ์หลังผ่านไป 1 เดือนด้วยตาเปล่าเราขอสรุปให้เห็นภาพชัดๆ เป็นหัวข้อดังนี้ : 

  • รอยแดง : เราสังเหกตุว่ารอยแดงจากสิวอักเสบจางลงเกือบหมด จนแทบไม่รู้เลยว่าเคยมีสิวอักเสบมาก่อน
  • ความละเอียดของผิว : ผิวโดยรวมสุขภาพดีขึ้น ดูละเอียด ดูแน่นขึ้นและมียังคงให้ความชุ่มชื้นในผิวที่ดีอีกด้วยหละฮะ
  • การปกป้องผิวจากรังสี UV : อย่างที่บอกไปตอนต้นว่าเราต้องเดินทางค่อนข้างเยอะ แต่ปรากฏว่าผิวเราไม่คล้ำขึ้นเลยแม้ว่าจะผ่านการเดินทางแบบ Non-Stop และต้องเจอรังสียูวีแบบเต็มๆ 
อีกจุดที่เราเพิ่งสังเกตุเห็นตอนงทำภาพ Before-After คือผิวในภาพ After(ภาพขวา) ที่ไม่มีการใช้ Makeup ใดๆ แต่กลับให้ผิวที่ดูกระจ่างใส ดูสุภาพดี มีความโกลว์บนผิวที่กำลังดีทีเดียว ไม่มันจนเกินไป แต่ก็ไม่ Matte จนดูด้านๆ เป็นผิวที่เราชอบมากทีเดียวหละ

Conclusion

โดยรวมเรามองว่า /skin regimen/ 15.0 Vit C booster & urban shield น่าจะตอบโจทย์คนที่ค่อนข้างใส่ใจในการดูแลผิว กังวลกับปัญหารอยแดง รังสียูวี อนุมูลอิสระ มลภาวะ รวมไปถึงความเครียดที่ผิวต้องแบกรับเอาไวอย่างหนักหน่วง และด้วยการแยกกันระหว่างตัวทำละลายกับผง Vitamin C ของ /skin regimen/ 15.0 Vit C booster ทำให้เราได้รับ Vitamin C เข้มข้นและสดใหม่ในครั้งแรกที่ผสมอยู่เสมอ


สำหรับ /skin regimen/ urban shield คืออีกไอเทมที่เราว่าน่าจะเหมาะกับทุกสภาพผิว และกันรังสี UV ได้ครบและเสถียรมากอีกตัวนึงเท่าที่ได้สัมผัสมา เมื่อพิจารณาจากไลฟ์สไตล์ในช่วง 1 เดือนที่ผ่านมาของเราแต่กลับยังปกป้องผิวของเราได้มากขนาดนี้


เอาเป็นว่าเพื่อนๆ ก็อย่าเพิ่งเชื่อเราไปซะหมดถ้ายังไม่ได้ลองด้วยตัวเองนะครับ แต่แน่นอนผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นนี้ Based-on สภาพผิว ไลฟ์สไตล์ การดูแลตัวเอง และผลิตภัณฑ์ที่เราใช้ร่วมกันเป็นหลัก ดังนั้นผลลัพธ์ย่อมแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล ส่วนสำถามที่ว่าใช้แล้วจะแพ้ไหม จะอุดตันไหม สิวจะขึ้นหรือไม่นั้น เราไม่สามารถให้คำตอบได้เนื่องจากปัจจัยที่ก่อให้เกิดการแพ้ ระคายเคือง และก่อให้เกิดสิวของแต่ละคนล้วนแตกต่างกัน ดังนั้นเราแนะนำว่าก่อนที่จะใช้ผลิตภัณฑ์ใหม่ ไม่ว่าจะเป็นแบรนด์ใดก็ตาม ควรทดสอบอาการแพ้ที่บริเวณท้องแขน และลำคอก่อใช้ลงบนใบหน้านะขอรับ




Comment (0)
Post Comment



- view all -

THE HIGHLIGHTER

- view all -