VERRASKIN DAILY SKIN PROTECTION ขึ้นแท่นกันแดดลูกรัก ที่เลิฟจนถึงขนาดต้องตัดหลอด!!
Room : Review
wanvismo | ผิวผสม | 25-29 Yrs | 9 รีวิว 27/04/2021 09:30     

ด้วยความอยากลองผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ตลอดเวลาทำให้เรามีการสับเปลี่ยนหมุนเวียน Skincare อยู่บ่อยครั้ง แน่นอนว่าไม่ใช่ผลิตภัณฑ์เหล่านั้นไม่ดีนะ แต่เราอยากลองเพื่อจะได้นำมาแชร์ให้เพื่อนๆ ได้ชมกัน(ข้ออ้างแหละ!!) แต่ถ้าเพื่อนๆ ติดตามเราทาง Social คงจะพอเห็นว่ามีบางไอเทมที่เราใช้อย่างต่อเนื่อง ซื้อซ้ำและใช้วนอยู่อย่างนั้น


หนึ่งในนั้นคือ VERRASKIN DAILY SKIN PROTECTION กันแดดที่เราหยิบใช้บ่อยมากตั้งแต่ได้มา เป็นอีกหนึ่งไอเทมที่เราได้ลองแล้วมูฟออนไม่ได้จริงๆ จนถึงขนาดตัดหลอดไป 2 หลอดแล้ว วันนี้เราเลยหยิบมาแชร์ให้ฟังว่าทำไมเราถึงชอบและยอมอวยยศให้เป็นอีก 1 กันแดดลูกรักที่เราหยิบใช้บ่อยที่สุดในตอนนี้...


VERRASKIN Daily Skin Protection SPF50+ PA++++(20g./490.-)



ทางแบรนด์เคลมว่า VERRASKIN DAILY SKIN PROTECTION เป็นผลิตภัณฑ์ดูแลผิวและปกป้องผิวจากแสงแดดที่ใช้นวัตกรรมจากประเทศสเปน ในการปกป้องผิวจากรังสี UVA และ UVB ด้วย UV filter ได้สูงถึง SPF 50+ PA++++  แถมยังสามารถปกป้องผิวจากรังสีอินฟราเรด (IR), แสงสีฟ้า (HEV light) จากแสงอาทิตย์ หลอดไฟ จอมือถือและคอมพิวเตอร์ รวมถึงป้องกันมลภาวะจากอุปกรณ์อิเลกทรอนิกส์ หรือที่เค้าเรียกกันว่า E-Pollution เช่น คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า (EMR) สัญญาณ WIFI และคลื่นสัญญาณจากอุปกรณ์อิเลกทรอนิกส์ที่เราต้องเจอในทุกวัน ซึ่งปัจจัยเหล่านี้ล้วนเป็นสาเหตุที่ทำให้ผิวหมองคล้ำและเกิดริ้วรอยแห่งวัยได้ทั้งสิ้น


Texture / Scent / Packaging

  • Texture : เนื้อผลิตภัณฑ์ในรูปแบบเจลสีขาวที่เบลนด์ได้ดีมาก ทาแล้วเบาสบายผิว ไม่รู้สึกถึงความเหนอะหนะบนผิว ที่สำคัญคือไม่ทำให้หน้าขาวลอย แถมยังช่วยเพิ่มความชุ่มชื้น และทำให้ผิวดูสุขภาพดีอย่างไม่มีสาเหตุ
  • Scent : กันแดดหลอดนี้มีส่วนผสมของน้ำหอม เป็นกลิ่นหอมอ่อนๆ ที่ส่วนตัวเราใช้มาถึงหลอดที่ 3 แล้วก็ไม่พบอาการแพ้/ระคายเคืองแต่อย่างใดครับ
  • Packaging : บรรจุภัณฑ์เป็นหลอดพลาสติก ที่ค่อนข้างออกแบบมาได้เหมาะสมกับเนื้อผลิตภัณฑ์ และแน่นอนว่าที่เราชอบที่สุดคือสามารถตัดหลอดและใช้ต่อได้อีก 2-3 ครั้งเลยหละฮะ

Active Ingredients


มาพูดถึง Active Ingredient ที่เราว่าน่าสนใจกันบ้างดีกว่า จากที่เราลองพลิกดูส่วนผสมที่ระบุบนบรรจุภัณฑ์ร่วมกับการหาข้อมูลเพิ่มเติมเราเลยลิสต์ออกมาเป็น 3 ตัวที่เด่นๆ ดังนี้


AQUABLU-LITE นวัตกรรมใหม่จากประเทศสเปนในรูปแบบ Encapsulation ที่ภายในประกอบด้วยสารหลากหลายชนิดไม่ว่าจะเป็น WATER, GLYCERIN, SORBITOL, LECITHIN, XANTHAN GUM, DIATOMACEOUS EARTH, CHLORELLA VULGARIS POWDER และ LAMINARIA DIGITATA EXTRACT ซึ่งทางผู้ผลิตเคลมว่ามีส่วนช่วยปกป้องผิวจากแสงสีฟ้า (Blue Light), ช่วยปกป้องผิวจากรังสีอินฟราเรด(IR), ป้องการสูญเสียน้ำในผิว มอบผิวที่เนียนนุ่มและสุขภาพดีอย่างเป็นธรรมชาติ


COBIODEFENDER EMR สารสกัด Marine Glycogen ความเข้มข้นสูงนำเข้าจากสเปนประกอบกับ Aqua และ Glycerin ที่พบว่ามีส่วนช่วยปกป้องและฟื้นฟูเซลล์ผิวจากการถูกทำร้ายของแสงสีฟ้า (HEV) และ E-Pollution เช่น คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า (EMR) จากอุปกรณ์อิเลกทรอนิกส์ และคลื่น WIFI นอกจากนี้ยังเป็น Antioxidant ที่มีประสิทธิภาพสูง ช่วยกระตุ้นกระบวนการสร้างเซลล์ผิวใหม่ จึงมีคุณสมบัติเป็น Anti-Aging ไปในตัว


ปิดท้ายด้วย ENHANCE U-S ตัวนี้เป็นสารกันแดดที่ใช้นวัตกรรมการในการผสม Zinc Oxide, Titanium Dioxide และ Silica เข้าด้วยกันให้อยู่ในฟอร์มที่มีโมเลกุลขนาดเล็ก (แต่ไม่ได้เล็กขนาด nano นะฮะ เพราะ nanoparticle จะมีอันตรายเพราะสามารถซึมเข้ากระแสเลือดได้ฮะ) สามารถปกป้องผิวจากสังสี UV ได้ครบและค่อนข้างเสถียร มีคุณสมบัติโปร่งแสง ทาแล้วไม่ทำให้ผิวขาวลอย แถมยังมีเนื้อสัมผัสที่ดี ไม่เหนียวเหนอะหนะอีกด้วยขอรับ


Applied...



เราลองเอาภาพผิวหลังทา VERRASKIN DAILY SKIN PROTECTION มาให้ดู เพื่อนๆ จะได้เข้าใจว่าทำไมเราถึงเลิฟกันแดดหลอดนี้ ด้วยความที่ทำเนื้อสัมผัสออกมาได้เบาสบายผิว ทาแล้วหน้าไม่ขาวลอย ไม่เป็นขุย ที่สำคัญคือมอบความชุ่มชื้นได้ดี ให้ผิวดูโกลว์สุขภาพดีแบบไม่ต้องพึ่งเมคอัพเลยแหละครับ 



ที่สำคัญคือสารกันแดดที่ทางแบรนด์เลือกใช้ค่อนข้างมีประสิทธิภาพและมีความเสถียรที่สูง สามารถปกป้องผิวจากรังสี UVA, UVB, แสงสีฟ้า, คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าและอินฟาเรดได้ในเวลาเดียวกัน ทำให้เราค่อนข้างมั่นใจว่าผิวเราจะได้รับการปกป้องและดูแลอย่างเหมาะสม 


แต่ก่อนที่จะลาจากกันไปเราอยากเน้นย้ำเรื่องปริมาณในการทากันแดดที่ถูกต้องกันก่อนฮะ โดยในทางทฤษฎีแล้ว การทาครีมกันแดดนั้นจะต้องใช้ปริมาณ 2 มิลลิกรัมต่อตารางเซนติเมตร หรือพูดให้เข้าใจง่ายๆ คือ การทาครีมกันแดดบนใบหน้า 1 ครั้งจะต้องใช้ครีมกันแดด 1 กรัมหรือประมาณ 2 ข้อของปลายนิ้วจึงจะได้ค่ากันแดดตามที่ระบุบนผลิตภัณฑ์ และแน่นอนว่าควรทาซ้ำหลังออกแดดทุกๆ 2-4 ชั่วโมงครับ


เอาหละครับก็จบไปแล้วกับกันแดดตัวโปรดที่ขึ้นแท่นลูกรักตัวใหม่อย่าง VERRASKIN DAILY SKIN PROTECTION ซึ่งเป็นแบรนด์คนไทยที่ทำผลิตภัณฑ์ออกมาได้ดีมากจริงๆ และส่วนตัวเรามองว่าเป็นยกระดับมาตรฐานของสกินแคร์แบรนด์ใหม่ให้มีคุณภาพในแบบที่มันควรจะเป็นมานานแล้วฮะ แต่ก็อย่างที่เราบอกเสมอว่าเราไม่ใช่แพทย์ผิวหนัง ไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญแต่อย่างใด ดังนั้นรีวิวนี้เขียนจากความรู้สึก ความคิดเห็นและความรู้เท่าที่เรามี หากมีข้อผิดพลาดก็ต้องขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วยนะครับ




Comment (0)
Post Comment



- view all -

THE HIGHLIGHTER

- view all -